ทรัมป์ไม่สน! – บีบีซี รายงานวันที่ 22 ก.ย. ว่า ซีเอ็นเอ็น (CNN) โพลิติโก (Politico) และ เอ็มเอสนาว (MS NOW) ระบุว่าจะเดินหน้าฟ้องร้องรัฐบาล ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา
หลังประกาศคำสั่งห้ามสำนักข่าวทั้งสามแห่งปฏิบัติงานที่ทำเนียบขาวในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 18 ก.ย. โดยนายทรัมป์กล่าวหาว่าสื่อเหล่านี้เขียนเรื่องที่แต่งขึ้นหรือเรื่องโกหกเกี่ยวกับทีมงานของตน
แถลงการณ์ร่วมเมื่อวันจันทร์ที่ 21 ก.ย. ซีเอ็นเอ็น โพลิติโก และเอ็มเอสนาวกล่าวว่ากำลังดำเนินการทางกฎหมายเพื่อ “ปกป้องหลักการที่ว่ารัฐบาลไม่ได้เป็นผู้กำหนดว่าสื่อจะรายงานอะไร”
ต่อมาสถานีโทรทัศน์หลักของสหรัฐประกาศว่าจะระงับการถ่ายทอดสดร่วมกันของนายทรัมป์จากทำเนียบขาวซึ่งอาจก่อให้เกิดช่องว่างระหว่างที่ผู้นำคนดังกำลังเดินทางไปนครนิวยอร์กเพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 81
ส่วนองค์กรสื่อต่างๆ ยื่นฟ้องต่อศาลแขวงสหรัฐในกรุงวอชิงตัน โดยขอให้ผู้พิพากษาตัดสินอย่างรวดเร็วว่าคำสั่งห้ามของนายทรัมป์นั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญและห้ามไม่ให้บังคับใช้คำสั่งดังกล่าว
ขณะที่นายทรัมป์แสดงความคิดเห็นต่อข่าวการฟ้องร้องดังกล่าว โดยเรียกสำนักข่าวทั้งสามแห่งว่าเป็น “ตัวตลกชั้นต่ำ” รวมถึง “สื่อที่ฉ้อฉลและทุจริต” ซึ่งคอยลดทอนคุณค่าและดูแคลนผลงานความสำเร็จของรัฐบาล
“บรรดาสื่อและสำนักข่าวที่นำเสนอแต่ข่าวปลอมและเขียนในเชิงลบ ทั้งยังบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติด้วยการเผยแพร่เรื่องราวอันเป็นเท็จและหมิ่นประมาทโดยอ้างแหล่งข่าวนิรนามนั้นไม่ควรได้รับอนุญาตให้เข้าถึงสำนักงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก” นายทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มทรูธโซเชียล พร้อมเสริมว่าทีมบริหารจะยื่นอุทธรณ์การฟ้องร้องอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ บทบัญญัติการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐครั้งที่ 1 (First Amendment) ห้ามรัฐบาล “จำกัดเสรีภาพของสื่อมวลชน” หมายถึงการห้ามรัฐบาลเลือกปฏิบัติหรือใช้อคติต่อสื่อมวลชนโดยพิจารณาจากเนื้อหาในการนำเสนอข่าว
ซีเอ็นเอ็น โพลิติโก และเอ็มเอสนาวระบุว่า “ทำเนียบขาวเพิกถอนบัตรอนุญาตเข้าปฏิบัติหน้าที่ของนักข่าวเราโดยไม่มีการแจ้งเตือนหรือกระบวนการพิจารณาใดๆ เพียงเพราะไม่พอใจการนำเสนอข่าวของเรา หากปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปโดยไม่มีการคัดค้านย่อมถือเป็นภัยคุกคามต่อเสรีภาพสื่อและสิทธิของสาธารณชนที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารจากการทำงานของสื่อที่เป็นอิสระและปราศจากการแทรกแซงจากรัฐบาล”