แอนด์จี โดยผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่ม ดาวน์นี่ เปิดข้อมูลคนไทยใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มติดท็อป 3 ของโลก เดินหน้ารุกตลาดทุ่ม 100 ล้าน ดึง หลิงหลิง แบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ พร้อมเปิดตัว ดาวน์นี่ลักซ์ สูตรหอมแดด ชิงแชร์เพิ่ม ยึดผู้นำ
น.ส.เพ็ญณัฐดา ภู่ชัยวัฒนานนท์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด ผลิตภัณฑ์น้ำยาปรับผ้านุ่มดาวน์นี่ บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัดหรือ พีแอนด์จี เปิดเผยว่า ตลาดน้ำยาปรับผ้านุ่มเติบโตมีอัตราการเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยในระดับ 7% ต่อปี ทำให้สิ้นปี 2569 คาดว่ามูลค่าจะเพิ่มเป็น 19,000 ล้านบาท แม้ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้อลดลงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดมากนัก เพราะถือว่าเป็นสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน
ประกอบกับอัตราการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มของคนไทยอยู่ที่ 86% ถือว่าเป็นท็อป 3 ของโลก ต่อเนื่องมา 3 ปี
และเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งสูงกว่าฟิลิปปินส์ 84% และเวียดนาม 58% สาเหตุสำคัญมาจากคนไทยติดในเรื่องความหอม ที่จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ และความหอมบนเสื้อผ้าช่วยในเรื่องของความมั่นใจ
ทำให้พฤติกรรมการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มของคนไทยเฉลี่ยสูงถึง 70 มล. ต่อการซัก 1 ครั้ง ซึ่งสูงที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่ใช้เพียง 30-50 มล. พร้อมกันนี้ปัจจุบันผู้บริโภคคนไทยได้ปรับเปลี่ยนจากการซื้อซองเล็ก ขนาด 20 มล. และหันไปซื้อถุงเติมใหญ่ขึ้น อย่าง 100 มล. และ 470 มล. โดยขนาดที่ขายดีที่สุดในปัจจุบันคือ 450 มล.
“ตลาดน้ำยาปรับผ้านุ่มแข่งขันดุเดือดมาก ปัจจุบันมีสินค้าในตลาดรวมกันถึง 120 สูตร แต่ด้วยพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป จากการใช้ชีวิตเข้ามาอยู่ในเมืองมากขึ้น และอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียม รวมถึงวิถีการใช้ชีวิตยุคใหม่ ทั้งไลฟ์สไตล์ และการทำงาน
ทำให้ผลจากการสำรวจความต้องการของผู้บริโภคล่าสุด โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าหลัก คือ กลุ่มผู้หญิงทำงาน ไม่มีเวลา และต้องซักผ้าหลังเลิกงาน หรือ ในเวลากลางคืน ทำให้เสื้อผ้าประสบปัญหากลิ่นอับชื้นเนื่องจากไม่ได้สัมผัสแสงแดด ทำให้ดาวน์นี่จึงพัฒนานวัตกรรมเฉพาะเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวเป็นดาวน์นี่ลักซ์ สูตรหอมแดด”
น.ส.พิมพ์ชนก ชื่นกมลพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผ้าดาวน์นี่ และแอเรียล และกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลบ้าน แอมบิเพอร์ กล่าวว่า ดาวน์นี่ ลักซ์ เป็นน้ำยาปรับผ้านุ่มสูตรเข้มข้น สร้างความสำเร็จทันทีหลังจากวางจำหน่ายด้วยการคว้าส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง 2% ภายในเวลาเพียง 3 เดือนหลังเปิดตัว
ล่าสุดบริษัทจึงได้ใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท จัดแคมเปญการตลาดครั้งใหญ่สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ ดาวน์นี่ลักซ์ สูตรหอมแดด พร้อมเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ใหม่ “หลิงหลิง คอง” ที่จะมาสะท้อนภาพลักษณ์ผู้หญิงทำงานยุคใหม่ที่ทำงานหนัก ไม่มีเวลาทำงานบ้าน แต่เต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจ
ส่วนกิจกรรมการตลาดมีแผนจะกระจายสินค้าขนาดทดลองฟรี 1 ล้านชิ้นทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคพิสูจน์คุณภาพด้วยตัวเอง
น.ส.พิมพ์ชนก กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าหมายดาวน์นี่ลักซ์ จะมีส่วนแบ่งการตลาดที่ 5% ภายในไตรมาส 3 ในปี 2570 ซึ่งจะส่งผลให้ดาวน์นี่ จะมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นกว่า 35% ในสิ้นปีหน้า