คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

ถกสนั่น “ทำบุญโรงพยาบาลได้บุญกว่าวัด?” ข่าวจับหลวงพ่อโชติ คดีเงิน 92 ล้าน

ที่มา: The Thaigerอ่านแล้ว: 3

ถกสนั่น “ทำบุญโรงพยาบาลได้บุญกว่าวัด?” ข่าวจับหลวงพ่อโชติ คดีเงิน 92 ล้าน

ชาวเน็ตถกทำบุญกับโรงพยาบาลได้บุญกว่าวัดหรือไม่ หลังจับเจ้าอาวาสวัดดัง คดีเงินวัดกว่า 92 ล้านบาท พร้อมวิธีตรวจสอบก่อนบริจาค

ข้อถกเถียงร้อนบนโลกออนไลน์ “ทำบุญกับโรงพยาบาลได้บุญกว่าทำบุญกับวัดหรือไม่” หลังเช้านี้มีข่าวดัง ตำรวจจับกุมพระวชิรญาณ หรือพระอาจารย์อติโชติ ธมฺมวโร หรือที่รู้จักในชื่อหลวงพ่อโชติ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในคดีที่เกี่ยวข้องกับเงินวัดกว่า 92 ล้านบาท

ประชาชนจำนวนมากตั้งคำถามถึงการบริหารเงินบริจาคของวัด พร้อมเสนอให้ผู้ที่ต้องการทำบุญหันไปสนับสนุนโรงพยาบาล ซื้ออุปกรณ์การแพทย์ ช่วยค่ารักษาผู้ป่วยยากไร้ หรือบริจาคผ่านมูลนิธิที่มีรายงานการใช้เงินชัดเจน เพราะผู้บริจาคสามารถเห็นปลายทางและประโยชน์ที่เกิดขึ้นได้โดยตรง

ย้อนกลับไปช่วงเช้าวันที่ 10 กันยายน 2569 เจ้าหน้าที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เข้าควบคุมตัวพระวชิรญาณภายในกุฏิวัดพุทไธศวรรย์ ตามหมายจับของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ลงวันที่ 8 กันยายน 2569

ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต รวมถึงสมคบและร่วมกันฟอกเงิน

แนวทางการสืบสวนพบว่า ในช่วงเวลากว่า 2 ปี มีการออกใบอนุโมทนาบัตรในนามวัดโดยมิชอบมากกว่า 20 รายการ ก่อนนำเงินบางส่วนไปให้หญิงคนสนิทเพื่อเปลี่ยนสภาพและอำพรางการถือครองทรัพย์สิน มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นมากกว่า 92 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่ยังจับกุมหญิงคนสนิทตามหมายจับในข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ สนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และร่วมกันฟอกเงิน หลังพบเงินหมุนเวียนในบัญชีหลักสิบล้านบาทต่อปี

ระหว่างตรวจค้น ตำรวจระบุว่าพบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในกุฏิ ซึ่งใช้เป็นหลักฐานประกอบการตรวจสอบพฤติกรรมเชิงชู้สาวและการเสพเมถุนกับหญิงคนดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมอุปกรณ์ เอกสารทางการเงิน และหลักฐานอื่นเพื่อนำไปขยายผล

ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองรายยังเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

ชาวเน็ตตั้งคำถาม เงินทำบุญไปถึงไหน

หลังข่าวเผยแพร่ออกไป การสนทนาบนโลกออนไลน์ไม่ได้หยุดอยู่แค่พฤติกรรมของเจ้าอาวาส แต่ขยายไปถึงระบบจัดการเงินภายในวัด หลายคนกังวลว่าเงินซึ่งญาติโยมตั้งใจถวายเพื่อบูรณะศาสนสถาน สนับสนุนพระพุทธศาสนา หรือช่วยกิจกรรมสาธารณประโยชน์ อาจถูกบุคคลบางกลุ่มนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์

ความคิดเห็นส่วนหนึ่งเสนอว่า หากต้องการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อย่างเป็นรูปธรรม การบริจาคให้โรงพยาบาลอาจตอบโจทย์กว่า เพราะเงินสามารถนำไปจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ สนับสนุนค่ารักษา เพิ่มเตียงผู้ป่วย หรือช่วยกองทุนสำหรับคนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์

บางคนยกตัวอย่างว่า เงินบริจาคจำนวนหนึ่งอาจกลายเป็นเครื่องช่วยหายใจ อุปกรณ์ผ่าตัด ยารักษาโรค หรือค่าเดินทางสำหรับผู้ป่วยจากต่างจังหวัด สิ่งเหล่านี้ช่วยให้คนหนึ่งคนมีโอกาสรักษาตัวและกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวต่อได้

อย่างไรก็ตาม มีอีกฝ่ายมองว่าไม่ควรใช้ความผิดของพระหรือผู้ดูแลวัดบางรายมาตัดสินว่าวัดทุกแห่งไม่น่าเชื่อถือ เพราะวัดจำนวนมากยังทำงานด้านการศึกษา ดูแลผู้สูงอายุ ช่วยผู้ประสบภัย แจกอาหาร และเป็นศูนย์กลางของชุมชน ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ความโปร่งใสของผู้รับบริจาคมากกว่าสถานที่ว่าเป็นวัดหรือโรงพยาบาล

ทำบุญที่ไหนได้บุญมากกว่า

แท้จริง ไม่มีมาตรวัดตายตัว เพราะคำว่า “บุญ” เกี่ยวข้องกับความเชื่อ เจตนาของผู้ให้ และประโยชน์ที่เกิดจากการให้

การบริจาคให้วัดยังมีความหมายต่อผู้ที่ต้องการทำนุบำรุงศาสนา สนับสนุนการศึกษา หรือรักษาโบราณสถาน ขณะที่การบริจาคให้โรงพยาบาลช่วยงานรักษาพยาบาลและผู้ป่วยได้โดยตรง ทั้งสองทางจึงสร้างประโยชน์ได้ หากผู้รับนำเงินไปใช้อย่างสุจริตและตรงตามวัตถุประสงค์

จึงไม่ได้มีเพียงคำถามว่า “ทำบุญที่ไหนได้บุญกว่า” แต่ยังรวมถึงคำถามที่จับต้องได้มากกว่า นั่นคือเงินทุกบาทถูกส่งไปที่ใด ใครเป็นผู้ควบคุม ประชาชนสามารถตรวจสอบได้หรือไม่

ก่อนบริจาคเงิน ควรตรวจสอบอะไรบ้าง

ผู้ที่ต้องการทำบุญหรือบริจาคเพื่อสาธารณประโยชน์ควรเลือกช่องทางอย่างรอบคอบ ดังนี้

- โอนเงินเข้าบัญชีทางการของวัด โรงพยาบาล หรือมูลนิธิโดยตรง

- ตรวจสอบชื่อบัญชีให้ตรงกับหน่วยงาน หลีกเลี่ยงบัญชีส่วนบุคคล

- เลือกโครงการที่บอกวัตถุประสงค์และยอดเงินที่ต้องการชัดเจน

- ขอใบเสร็จหรือใบอนุโมทนาบัตร และเก็บหลักฐานการโอน

- ตรวจสอบรายงานรายรับรายจ่ายหรือผลงานย้อนหลังของหน่วยงาน

- ใช้ระบบ e-Donation หากต้องการให้ข้อมูลเข้าสู่ระบบอย่างเป็นทางการ

การทำบุญไม่ควรจบลงตอนกดโอนเงิน ผู้บริจาคมีสิทธิถามว่าเงินถูกนำไปใช้อย่างไร เพราะความศรัทธากับการตรวจสอบไม่ใช่เรื่องตรงข้ามกัน ยิ่งเงินมาจากประชาชนมากเท่าไร ผู้ดูแลยิ่งต้องอธิบายได้มากเท่านั้น

ความคิดเห็น