เที่ยววัดพุทไธศวรรย์ อยุธยา ชมพระปรางค์โบราณริมเจ้าพระยา
หากอยากเที่ยวอยุธยาในมุมสงบ ไม่ต้องเดินเบียดกับนักท่องเที่ยวจนหมดอารมณ์ชมโบราณสถาน ลองข้ามจากเกาะเมืองมายังตำบลสำเภาล่ม แล้วแวะ วัดพุทไธศวรรย์ วัดเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่รวมทั้งประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และความศรัทธาไว้ในพื้นที่เดียว
ชื่อทางการของวัดสะกดว่า “วัดพุทไธศวรรย์” ตามที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและตัววัดใช้ ส่วนรูป “วัดพุทไธสวรรค์” เป็นการสะกดที่พบบ่อยในการค้นหาและในเว็บไซต์ทั่วไป
วัดตั้งอยู่ฝั่งใต้ของเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา เมื่อเดินผ่านประตูเข้าสู่เขตโบราณสถาน สิ่งแรกที่ดึงสายตาคือพระปรางค์ประธานสีขาว ซึ่งตั้งโดดเด่นอยู่กลางระเบียงคดและมองเห็นได้จากหลายมุมของวัด
ปัจจุบัน เจ้าอาวาสคือ พระวชิรญาณ วิ. หรือที่รู้จักกันในนาม “หลวงพ่ออติโชติ” หรือ “หลวงพ่อโชติ” (อติโชติ ธมฺมวโร)
วัดพุทไธศวรรย์ วัดสำคัญตั้งแต่เริ่มสร้างกรุงศรีอยุธยา
พระราชพงศาวดารระบุว่า สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 หรือพระเจ้าอู่ทอง โปรดให้สร้างวัดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1896 หลังจากสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีได้ประมาณ 3 ปี
พื้นที่แห่งนี้เดิมเรียกว่า “เวียงเหล็ก” หรือ “เวียงเล็ก” เชื่อกันว่าเป็นบริเวณที่พระเจ้าอู่ทองเคยประทับก่อนย้ายไปสร้างพระราชวังบนเกาะเมือง พระองค์จึงโปรดให้สร้างพระวิหารและพระมหาธาตุขึ้นเป็นพระราชอนุสรณ์ พร้อมพระราชทานนามว่า วัดพุทไธศวรรย์
เมื่อกรุงศรีอยุธยาเสียแก่กองทัพพม่าในปี พ.ศ. 2310 วัดแห่งนี้ไม่ได้รับความเสียหายหนักเท่าวัดหลายแห่งบนเกาะเมือง โบราณสถานส่วนสำคัญจึงยังเหลือร่องรอยให้คนรุ่นหลังศึกษาสถาปัตยกรรมอยุธยาตอนต้นได้ค่อนข้างชัดเจน ต่อมาในปี พ.ศ. 2549 รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวง
พระปรางค์ประธาน แลนด์มาร์กกลางวัด
หัวใจของการมาเที่ยววัดพุทไธศวรรย์คือ “พระมหาธาตุ” หรือพระปรางค์ประธานองค์ใหญ่ สร้างตามรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะขอม หันหน้าไปทางทิศตะวันออกและตั้งอยู่บนฐานไพทีสูง
ด้านข้างมีมณฑปสองหลัง ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ส่วนรอบพระปรางค์ล้อมด้วยระเบียงคด ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสีทองเรียงต่อกันอย่างเป็นระเบียบ บรรยากาศช่วงเช้าและปลายบ่ายจะเงียบสงบ แสงแดดอ่อนช่วยขับรายละเอียดของพระปรางค์และองค์พระให้เด่นขึ้น เหมาะทั้งสำหรับเดินชมและถ่ายภาพ
ผู้มาเยือนสามารถเดินตามแนวระเบียงคดเพื่อชมพระปรางค์จากหลายมุม แต่ควรปฏิบัติตามป้ายของวัดและไม่ขึ้นไปยังพื้นที่ที่ปิดกั้น เนื่องจากอาคารหลายส่วนเป็นโบราณสถานที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
ไหว้พระนอน ชมศิลปกรรมอยุธยา
ถัดจากพระปรางค์เป็นวิหารพระพุทไธศวรรย์ ภายในประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์หรือพระนอน พระเศียรหันไปทางทิศตะวันตกตรงกับช่องประตูทางเข้า นักประวัติศาสตร์ศิลปะประเมินอายุของพระพุทธรูปและตัววิหารว่าอยู่ราวพุทธศตวรรษที่ 22–23
แม้เครื่องบนและหลังคาวิหารเดิมจะไม่เหลือสมบูรณ์ แต่แนวผนังโบราณที่โอบล้อมองค์พระยังสร้างบรรยากาศต่างจากวิหารสมัยใหม่อย่างชัดเจน จุดนี้จึงเหมาะสำหรับแวะสักการะและใช้เวลาชมรายละเอียดงานศิลปกรรมโดยไม่ต้องเร่งรีบ
ตำหนักสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์
อีกมุมที่คนชอบประวัติศาสตร์ไม่ควรเดินผ่านคือ ตำหนักสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพระเถระชั้นผู้ใหญ่ในสมัยอยุธยา ภายในเคยมีจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับเทวดา นักพรต การนมัสการพระพุทธบาท และการเดินทางไปลังกาทวีป
ภาพเขียนหลายส่วนลบเลือนไปตามกาลเวลา แต่ยังมีคุณค่าในฐานะหลักฐานด้านศิลปกรรมและความสัมพันธ์ทางพระพุทธศาสนาระหว่างกรุงศรีอยุธยากับลังกา นักท่องเที่ยวควรชมจากระยะที่กำหนดและหลีกเลี่ยงการสัมผัสผนังโดยตรง
จุดสักการะและสิ่งที่ควรชมภายในวัด
นอกจากเขตโบราณสถาน วัดพุทไธศวรรย์ยังมีจุดสำคัญอีกหลายแห่ง ได้แก่ พระอุโบสถ หลวงพ่อดำ วิหารท่านพ่อจตุคามรามเทพ และพระบรมราชานุสาวรีย์พระมหากษัตริย์ 5 พระองค์ ประกอบด้วยพระเจ้าอู่ทอง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
สายพระเครื่องอาจคุ้นชื่อวัดจาก “เหรียญเหนือดวง” หรือเหรียญยกฐานะ จตุคามรามเทพ ซึ่งจัดสร้างในวาระที่วัดได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวง และเคยได้รับความนิยมอย่างมากในวงการวัตถุมงคล
วิธีเดินทางไปวัดพุทไธศวรรย์
วัดตั้งอยู่เลขที่ 15 หมู่ 8 ตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หากเดินทางจากกรุงเทพฯ ด้วยรถยนต์ส่วนตัว ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ขึ้นอยู่กับเส้นทางและสภาพการจราจร
ผู้ที่เดินทางด้วยรถไฟหรือรถโดยสารสามารถลงในตัวเมืองอยุธยา แล้วต่อรถรับจ้าง ตุ๊กตุ๊ก หรือรถผ่านแอปมายังวัด เนื่องจากวัดอยู่นอกเกาะเมือง การมีรถส่วนตัวหรือเช่ารถพร้อมคนขับจะช่วยให้เดินทางต่อไปยังสถานที่ใกล้เคียงได้สะดวกกว่า
วัดเปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยทั่วไปอยู่ระหว่างเวลา 08.00–17.00 น. ไม่เก็บค่าเข้าชม นักท่องเที่ยวควรแต่งกายสุภาพ งดส่งเสียงดังในเขตสังฆาวาส และเผื่อเวลาเดินชมประมาณ 1–1 ชั่วโมงครึ่ง
หลังเที่ยววัดสามารถจัดเส้นทางต่อไปยังหมู่บ้านโปรตุเกส วัดไชยวัฒนาราม หรือกลับเข้าเกาะเมืองเพื่อชมวัดมหาธาตุและวัดพระศรีสรรเพชญ์ได้ภายในวันเดียว
วัดพุทไธศวรรย์เหมาะกับทั้งสายบุญ คนชอบถ่ายภาพ และนักท่องเที่ยวที่อยากเข้าใจอยุธยามากกว่าการชมซากอิฐเก่า พระปรางค์สีขาวริมแม่น้ำ ระเบียงพระพุทธรูป และวิหารพระนอนทำให้วัดแห่งนี้มีบรรยากาศเฉพาะตัว ยิ่งมาในวันที่ผู้คนไม่หนาแน่น ยิ่งเดินเพลินจนลืมดูเวลาได้ง่าย ๆ
ข้อมูลวัดพุทไธศวรรย์
- ชื่อทางการ: วัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง (Google Maps)
- ที่ตั้ง: 15 หมู่ 8 ตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- ค่าเข้าชม: ไม่มี
- ระยะเวลาเที่ยว: ประมาณ 1–1 ชั่วโมงครึ่ง
- การแต่งกาย: เสื้อผ้าสุภาพ เหมาะสมกับศาสนสถาน
แหล่งอ้างอิง
- สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- Go Ayutthaya
- การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
- องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
- วัดพุทไธศวรรย์ ประกาศปิดพื้นที่โบราณสถานชั่วคราว ชี้ปรับปรุงระบบไฟฟ้า
- ประวัติ หลวงพ่ออติโชติ ธมฺมวโร เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ตำนานแห่งเหรียญเหนือดวง
- รีวิว โรงแรมเซ็นทารา อยุธยา ที่พัก Pet Friendly วิวหลักล้าน รูฟท็อปบาร์สุดหรู