ทลายแก๊ง “พ่อไทยทิพย์” อึ้ง สวมสัญชาติย้อนไป 27 ปี เอี่ยวโรงพยาบาล 8 แห่ง
ตรวจดีเอ็นเอพบผู้มีชื่อเป็นพ่อในสูติบัตรไม่ใช่พ่อแท้จริง ขยายผลผู้ใช้สิทธิทางทะเบียน 24 ราย เชื่อมโยงโรงพยาบาล 8 แห่ง มีทั้งนักศึกษาแพทย์และคนทำงานแล้ว
ชายไทยรับจ้างมีชื่อเป็นพ่อในเอกสาร ขณะที่พ่อแท้จริงเป็นชาวต่างชาติ กลายเป็นพฤติการณ์สำคัญที่นำไปสู่การขยายผลคดี “พ่อไทยทิพย์” เฟส 3 หลังตำรวจพบผลตรวจดีเอ็นเอของผู้ใช้สิทธิทางทะเบียน 24 ราย ไม่ตรงกับชายไทยที่มีชื่อเป็นพ่อในสูติบัตร ก่อนรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง 46 หมาย
วันที่ 27 ตุลาคม 2569 พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พร้อมกำลังตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจสืบสวนนครบาล 8 และกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการขยายผลเครือข่าย ซึ่งมีทั้งผู้รับจ้างเป็นพ่อ แม่และพ่อชาวต่างชาติ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการจัดทำข้อมูลทะเบียนเท็จ
จากชื่อพ่อในสูติบัตร สู่การตรวจดีเอ็นเอ
พล.ต.ท.นพศิลป์เปิดเผยว่า ขบวนการเชื่อมโยงกับโรงพยาบาล 8 แห่ง โดยนำผลดีเอ็นเอมาเปรียบเทียบเพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางสายเลือด
หนึ่งในกรณีที่ตรวจพบเป็นชายอายุ 27 ปี จบวิศวกรรมอุตสาหการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ปัจจุบันทำงานบริษัทสายไฟฟ้าในจังหวัดสมุทรปราการ รายได้ราว 30,000 บาทต่อเดือน ตำรวจระบุว่าพ่อแท้จริงเป็นชาวจีน และเข้าจับกุมได้ที่บ้านพักย่านบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ซึ่งพบพ่อแท้จริงกับแม่อาศัยอยู่ด้วยกันในลักษณะครอบครัว ส่วนชายไทยที่มีชื่อในเอกสารให้การว่า เมื่อ 27 ปีก่อนมีผู้มาติดต่อให้จดทะเบียนสมรสกับแม่ของเด็กเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ โดยได้ค่าตอบแทน 5,000 บาท
อีกกรณีเป็นฝาแฝดอายุ 23 ปี คนหนึ่งกำลังเรียนแพทยศาสตร์ชั้นปีที่ 5 ในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ ถูกจับกุมขณะฝึกงานอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ส่วนอีกคนจบจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกง ทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์ รายได้ราว 50,000 บาทต่อเดือน ถูกจับกุมที่คอนโดมิเนียมย่านกรุงธนบุรี โดยตำรวจระบุว่าผลตรวจดีเอ็นเอไม่ตรงกับชายไทยที่มีชื่อเป็นพ่อเช่นกัน ซึ่งชายคนดังกล่าวขณะนี้ถูกจำคุกในคดียาเสพติด มีกำหนดพ้นโทษปี 2580
ด้านแม่ของฝาแฝด ซึ่งเดิมใช้ชื่อว่าซูเจียน ถูกจับกุมตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน จากการเป็นผู้รับรองการทำบัตรให้ลูกทั้งสองคน โดยข้อมูลการสืบสวนระบุว่า นอกจากใช้พ่อไทยทิพย์ให้ลูกได้สัญชาติไทยแล้ว ตัวเธอเองยังได้สัญชาติไทยจากการสมรสกับคนไทย ก่อนจะหย่าภายหลังได้รับสัญชาติ ซึ่งอยู่ในข่ายที่ต้องตรวจสอบตามกฎหมายต่อไป
ขยายผลนายหน้าและผู้รับประโยชน์
ส่วนอีกครอบครัวเป็นเด็กชายสองคน อายุ 7 ขวบและ 3 ขวบ มีแม่เป็นคนเดียวกันแต่ระบุชื่อพ่อในสูติบัตรคนละคน ผลตรวจดีเอ็นเอยืนยันว่าชายชาวจีนรายหนึ่งเป็นพ่อแท้จริงของเด็กวัย 7 ขวบ ขณะที่ชายไทยซึ่งมีชื่อเป็นพ่อประกอบอาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง รับสารภาพว่าได้ค่าจ้างจดทะเบียน 5,000 บาท ส่วนชายที่มีชื่อเป็นพ่อของเด็กวัย 3 ขวบ เป็นเจ้าของโรงงานผลิตเครื่องจักรและบริษัทอื่นรวม 10 แห่ง
เจ้าหน้าที่จับกุมพ่อแท้จริงได้ขณะอยู่กับเด็กทั้งสองที่บ้านพักในจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นที่อยู่จดทะเบียนของบริษัทแห่งหนึ่งที่มีแม่ของเด็กเป็นผู้ถือหุ้น อยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบว่าเข้าข่ายบริษัทนอมินีหรือไม่
สำหรับสถานะทางทะเบียนของผู้เกี่ยวข้องทั้ง 24 ราย จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและแก้ไขตามกฎหมาย โดยคำนึงถึงสิทธิของเด็ก ส่วนการสืบสวนจะขยายไปถึงนายหน้า ผู้จัดหา และผู้รับประโยชน์จากขบวนการต่อไป
คดีนี้เป็นการขยายผลต่อจากปฏิบัติการก่อนหน้าในเดือนกรกฎาคม ซึ่งตรวจสอบการรับจ้างแจ้งเกิดและรับรองความเป็นพ่อให้ลูกของชาวต่างชาติ เพื่อให้ได้สัญชาติไทยโดยมิชอบ โดยเฟส 1 ตรวจพบเด็ก 3 ราย จับกุมผู้เกี่ยวข้องได้ 6 คน และเฟส 2 ขยายผลพบเด็กอีก 22 ราย จับกุมผู้ต้องหาได้ 36 คน
- บุกรวบ ปลัดอำเภอเชียงดาว พร้อมพวก สวมสิทธิ์สัญชาติไทยให้คนจีน
- มหาดไทย รับมีคนอิสราเอลได้สัญชาติไทยจริง เผยมีคนที่ได้รับสัญชาติมากกว่า 1 ราย
- รัฐบาลยกระดับสกัด “นอมินี” คุมเข้มครบวงจร วางเป็น 1 ใน 9 ภารกิจเร่งด่วน