‘เท้ง’ ลั่นยื่นซักฟอก ช่วงตุลา-ต้นพย.ฝ่ายค้านเอาแน่ ร้องเอาผิด ‘กกต.’ สัปดาห์นี้ กมธ.วุฒิชงรื้ออำนาจ 7 เสือ
เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าไทม์ไลน์คดีฮั้ว ส.ว. จะเดินหน้าอย่างไรต่อ ว่า พรรคปชน.เดินหน้าตามกฎหมายที่ถูกต้องในการพยายามเอาผิด คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องที่เราเชื่อว่ามีเหตุเบื้องหลัง ที่ไม่ได้ดำเนินการทุกอย่างอย่างตรงไปตรงมาหรือใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ตอนนี้ทีมกฎหมายของพรรคปชน.เตรียมคำร้องที่จะยื่นร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เสร็จแล้วตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่อาจมีข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นระหว่างสัปดาห์ หรือมีข้อมูลหลักฐานพยานขึ้นใหม่ ทำให้ต้องมีการปรับปรุงคำร้องให้ รอบคอบรัดกุมมากยิ่งขึ้น
“ยืนยันตอนนี้พร้อมที่จะยื่นได้ทันทีน่าจะอยู่ภายในกรอบสัปดาห์นี้เช่นเดียวกัน แต่บางทีอาจมีเหตุการณ์เกิดขึ้นเฉพาะหน้าที่ทำให้เราต้องปรับปรุง หากไม่มีอะไรเพิ่มเติมตอนนี้ที่มองไว้คิดว่าไม่เกินวันศุกร์นี้ตัวผมเองจะเป็นคนที่ไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. โดยตรง” นายณัฐพงษ์ กล่าว
เมื่อถามถึง ความคืบหน้าการยื่นซักฟอกเตรียมไปถึงไหนแล้ว นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ได้คุยกับพรรคร่วมฝ่ายค้านพรรคอื่นๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่าอยู่ในกรอบสมัยการประชุมนี้แน่นอน เชื่อว่าอยู่ภายในช่วงเดือนตุลาคมไม่เกินต้นเดือนพฤศจิกายนแน่นอน ที่ญัตติจะเข้าสู่สภา แต่ยังให้รายละเอียดได้ไม่มาก
ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม พิจารณารับทราบรายงานการพิจารณาเรื่องรายงานการศึกษาและข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนากระบวนการเลือกตั้งของไทยอย่างเสรีและเป็นธรรม ของคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่พิจารณาเสร็จแล้ว
โดย นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ส.ว.ในฐานะประธานกมธ.ฯ รายงานว่า รายงานฉบับนี้เกิดจากความตั้งใจในกมธ.ฯอย่างน้อย 2 ประเด็นใหญ่ คือ 1.ข้อกังวลต่อเรื่องการจัดการเลือกตั้ง ที่ถูกตั้ังคำถามจากสังคม และนักวิชาการ ว่าอาจจะไม่เสรีและไม่เป็นธรรม นับตั้งแต่การเลือกตั้งสส.ปี 2562 ,2566,2569 และ2.รายงานการจัดอันดับเสรีภาพทางการเมืองและเสรีภาพพลเมืองในปี 2568 โดยฟรีดอมเฮาส์ องค์กรที่ไม่แสดงหาผลกำไร พบว่าประเทศไทยมีคะแนนด้านเสรีภาพเพียง 34 คะแนนจาก100 คะแนน ทำให้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่ไม่เสรี
จากนั้น นายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ ส.ว.อภิปรายรายงานของกมธ.พัฒนาการเมืองฯ ว่า เห็นว่ารายงานฉบับนี้ละเอียดดีมาก แต่เมื่อเรามองโครงสร้างของ กกต. ในปัจจุบันเราจะพบปัญหาพื้นฐานคือ กกต. เป็นทั้งผู้จัดการเลือกตั้ง และในขณะเดียวกันก็มีอำนาจสืบสวน ไต่สวน วินิจฉัย รวมทั้งสั่งนับคะแนนใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่เมื่อเห็นว่าการเลือกตั้งมีปัญหา ซึ่งนี่ไม่ใช่ข้อกล่าวหา แต่เป็นโครงสร้างอำนาจของกกต. ตามกฎหมายปัจจุบัน เหมือนเราให้องค์กรเดียว เป็นทั้งผู้ปฏิบัติการ ตำรวจ และอัยการ ต่อให้คนทำงานสุจริตเพียงใด โครงสร้างลักษณะนี้ก็ย่อมทำให้เกิดคำถามเรื่องความขัดกันของบทบาท และหน้าที่ความรับผิดชอบ โดยรายงานฉบับดังกล่าว มองเห็นปัญหาเดียวกันโดยเสนอชัดว่าให้แยกอำนาจการจัดการเลือกตั้งออกจากการตรวจสอบการเลือกตั้งเพื่อป้องกันการตรวจสอบการทำงานของตัวเอง ทั้งนี้ ขอเสนอว่าเราควรชำแหละโครงสร้างกกต. และประกอบใหม่ คือ แยกอำนาจที่ถูกรวมกันแล้วออกแบบใหม่ว่าอำนาจใดควรจะอยู่กับใคร คนจัดเกมไม่ควรเป็นคนเดียวกับคนที่ตัดสินเกมของตัวเอง