คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

ถ้าทรัมป์ ‘แบนส่งออกดีเซล’ หวังดับแพง แต่อาจยิ่ง ‘ซ้ำเติมวิกฤติ’ 23 ก.ย. 2569

ที่มา: bangkokbiznews.com

ทรัมป์หนุน ‘แบนส่งออกดีเซล’ หวังกดราคาในสหรัฐที่พุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือน อาจช่วยได้เพียงระยะสั้น ก่อนย้อนกลับมา ‘ซ้ำเติมตลาดโลก’ ดันราคาดีเซลพุ่งได้ถึง 100% และเสี่ยงกระทบการผลิตน้ำมันเบนซินในสหรัฐ

ท่ามกลางราคาดีเซลในสหรัฐพุ่งแตะ “ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์” ที่ 6.5107 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ล่าสุด ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศหนุนแนวคิด “ห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล” เพื่อสกัดราคาที่พุ่งแรงในประเทศ

ในขณะนี้ สต็อกดีเซลสำหรับการขนส่งทางถนนของสหรัฐลดเหลือ 96.97 ล้านบาร์เรล ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตามฤดูกาลในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเกือบ 13% แม้โรงกลั่นสหรัฐเดินเครื่องสูงถึงราว 97% ของกำลังการผลิตแล้วก็ตาม

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า มาตรการห้ามส่งออกดังกล่าว อาจช่วยลดราคาในสหรัฐได้ “เพียงระยะสั้น” และเสี่ยงทำให้ตลาดพลังงานโลก “ตึงตัวรุนแรงกว่าเดิม”

ฟิลิป เวอร์เลเกอร์ นักเศรษฐศาสตร์พลังงานประเมินว่า ราคาดีเซลในตลาดโลก “อาจพุ่งขึ้นได้มากถึง 100%” หากสหรัฐห้ามส่งออก เนื่องจากความต้องการดีเซลปรับลดลงได้ยากในระยะสั้น

อีกความเสี่ยงคือ โรงกลั่นสหรัฐอาจลดการกลั่นน้ำมันดิบเมื่อไม่สามารถส่งออกดีเซลส่วนเกินได้ ซึ่งจะทำให้การผลิตน้ำมันเบนซินและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมชนิดอื่นลดลงตามไปด้วย และท้ายที่สุดอาจกลับมาผลักดันราคาพลังงานในสหรัฐให้สูงขึ้นอีกครั้ง

ผลกระทบจะรุนแรงเป็นพิเศษในยุโรป ซึ่งมีปริมาณดีเซลไม่เพียงพอต่อความต้องการในเชิงโครงสร้าง และพึ่งพาการนำเข้าจากโรงกลั่นบริเวณชายฝั่งอ่าวเม็กซิโกของสหรัฐอย่างมาก

ขณะที่สถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (American Petroleum Institute: API) เตือนว่า การจำกัดการส่งออก จะสร้างความปั่นป่วนให้ตลาดเชื้อเพลิงทั้งในและต่างประเทศ กระทบการดำเนินงานของโรงกลั่น และซ้ำเติมวิกฤติการกลั่นทั่วโลกที่กำลังผลักดันราคาพลังงานในสหรัฐอยู่แล้ว

“การจำกัดการส่งออกน้ำมันดีเซลของสหรัฐ จะสร้างความปั่นป่วนอย่างรุนแรงต่อตลาดเชื้อเพลิงทั้งในและต่างประเทศ ทำให้การดำเนินงานของโรงกลั่นขาดเสถียรภาพ และซ้ำเติมวิกฤติการกลั่นน้ำมันทั่วโลกที่กำลังสร้างแรงกดดันให้ราคาน้ำมันในสหรัฐสูงขึ้นอยู่แล้ว โดยโรงกลั่นบริเวณชายฝั่งอ่าวเม็กซิโกผลิตน้ำมันดีเซลได้มากกว่าปริมาณที่ภูมิภาคใช้ แต่ด้วยข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์และโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้เป็นไปได้ยากที่จะกระจายน้ำมันส่วนเกินนี้ไปยังทุกตลาดในสหรัฐที่มีความต้องการ” สถาบันปิโตรเลียมอเมริกันระบุในแถลงการณ์

ด้านทรัมป์ยอมรับว่า การจำกัดการส่งออกดีเซล อาจกระทบการผลิตน้ำมันเบนซิน เนื่องจากผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จากโรงกลั่นมีความเชื่อมโยงกัน แต่ยืนยันว่าได้หารือแนวทางดังกล่าวภายในรัฐบาลแล้ว

ทรัมป์ยังกล่าวว่า เขามีแผนหารือกับเซเลนสกีเกี่ยวกับการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซีย โดยระบุว่า การโจมตีดังกล่าว “ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อราคาน้ำมันดีเซล”

ขณะที่สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ระบุว่า รัฐบาลกำลังศึกษาว่า การห้ามส่งออกทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนจะสามารถดำเนินการได้จริงหรือไม่

จีเบงกา อาจิโลเร หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Center on Budget and Policy Priorities และอดีตที่ปรึกษาอาวุโสด้านการพัฒนาชนบทของกระทรวงเกษตรสหรัฐในรัฐบาลโจ ไบเดน ชี้ว่า “ราคาดีเซลที่สูงขึ้นเป็นเรื่องน่ากังวล แต่ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาสูงขึ้นคือสงครามในอิหร่าน ยุติสงครามในอิหร่าน เปิดช่องแคบฮอร์มุซ แล้วราคาดีเซลจะลดลง ไปใช้วิธีแก้ปัญหาอื่น ๆ จะไม่ได้ผล”

ความคิดเห็น