คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

ท่านอ่อง เผยอยากกลับไป ‘ผ่าตัดสมอง’ ที่ไทย หลังอาการทรุดลงเรื่อยๆ

ที่มา: The Thaiger

ท่านอ่อง เผยอยากกลับไป ‘ผ่าตัดสมอง’ ที่ไทย หลังอาการทรุดลงเรื่อยๆ

ท่านอ่อง เผยอาการล่าสุด แขนขาอ่อนแรง-กลั้นขับถ่ายไม่ได้ โชว์บัตรประชาชน ลั่นเป็นคนไทย อยากกลับไป ‘ผ่าตัดสมอง’ หลังอาการทรุดลงเรื่อยๆ

เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ท่านอ่อง จักรีวัชร ได้ออกมาโพสต์คลิปอัปเดตอาการและการรักษา หลังจากที่ก่อนหน้านี้เพิ่งโพสต์คลิปอาการป่วยที่ทรุดหนักลง จนแพทย์เตือนว่าหากไม่ได้รับการผ่าตัดสมองโดยเร็วอาจถึงขั้นกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง หรือเสียชีวิตได้

ท่านอ่อง เผยว่า อาการที่ได้โพสต์คลิปไปก่อนหน้านี้มันทรมานมาก ๆ ต้องเผชิญกับภาวะชัก ปวดหัวอย่างหนักวันละ 2 ครั้ง แขน-ขาอ่อนแรง รวมถึงไม่สามารถควบคุมระบบขับถ่ายได้แล้ว ก่อนที่ท่านจะนำบัตรประชาชนไทยออกมาโชว์ เพื่อยืนยันว่าท่านเป็นคนไทย และต้องการกลับไปรักษาตัว รวมถึงรับการผ่าตัดที่ประเทศไทย

ปัจจุบันนี้ท่านอยู่ที่ประเทศมาเลเซีย และยังไม่ได้รับการผ่าตัดใด ๆ เนื่องจากต้องเดินทางไปปผ่าตัดที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ๆ เงินเก็บของท่านก็เริ่มหมด ทั้งยังไม่สามารถเดินทางด้วยเครื่องบินในระยะทางที่ไกลขนาดนั้นได้ เพราะมีน้ำคั่งในสมองด้วย

สำหรับคลิปที่ ท่านอ้น ท่านอ้วน และท่านอิน ร่วมส่งความห่วงใยเกี่ยวกับอาการป่วยของ ท่านอ่อง หลังเห็นคลิปอาการล่าสุด ซึ่งทาง ท่านอ่อง เผยว่า ได้เห็นคลิปดังกล่าวแล้ว และไม่ต้องการมีปัญหากับครอบครับวิวัชรวงศ์ เพราะช่วงแรก ๆ ที่ไม่ได้คุยกัน เคยส่งข้อความไปหาก็ไม่ได้รับการตอบกลับจากท่านใดเลย อีกทั้งยังเคยต้องเซ็นต์เอกสารเรื่องการรักษาอาการป่วยว่า หากเกิดอะไรขึ้นไม่ว่าจะพิการ หรือเสียชีวิตท่านจะไม่รับผิดชอบ ซึ่งการกระทำหลาย ๆ อย่างที่ไม่เห็นด้วย และไม่โอเค จึงอยากเก็บความทรงจำอันดีของพวกท่านเอาไว้ และไม่ต้องการให้มาพูดส่อเสียดกัน ใช้ชีวิตเหมือนสามัญชนทั่วไปน่าจะดีที่สุด

- ท่านอ่อง จักรีวัชร เผยอาการป่วยล่าสุด ทรุดหนักลง แพทย์เตือนเสี่ยงติดเตียง-เสียชีวิต

- “ท่านอ้น” และพี่น้อง ร่วมส่งความห่วงใยถึง “ท่านอ่อง” ยันพร้อมช่วยเหลือเสมอ

- รู้จัก “ณุช เนาวเขตต์” แฟนท่านอ่อง ดีไซเนอร์ไทย เจ้าของแบรนด์ระดับโลก

- “ท่านอ่อง” อัปเดตอาการป่วยมะเร็งสมอง ยังพยายามเต็มที่ ตั้งเป้ารักษาอาการดีขึ้น

อ้างอิงจาก : FB Chakriwat Vivacharawongse

ความคิดเห็น