คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

'ธนาคารโลก' แนะไทยดึง AI เพิ่มผลิตภาพ ก้าวข้ามกับดัก ‘รายได้ปานกลาง’ 08 ต.ค. 2569

ที่มา: bangkokbiznews.com

แนะไทยดึง AI เพิ่มผลิตภาพ ยกระดับอุตสาหกรรม ฮาร์ดแวร์ดั้งเดิม รักษาจุดแข็งภาคบริการ ก้าวข้ามกับดัก ‘รายได้ปานกลาง’ คว้าโอกาสจากสังคมสูงวัยโลก

- ธนาคารโลกชี้ว่าการเพิ่ม “ผลิตภาพ” เป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและอาเซียนในภาวะที่ประชากรวัยทำงานลดลง

- ฟรานซิสกา ระบุว่าภาคธุรกิจไทยใช้ AI เพียง 12% ซึ่งต่ำกว่าสหรัฐมาก สาเหตุหลักมาจากการขาดแคลนทักษะ จึงจำเป็นที่ภาครัฐต้องเข้ามามีบทบาทในการส่งเสริมการใช้งาน กำหนดกฎระเบียบ และยกระดับทักษะแรงงาน

- การดึงดูดการลงทุนด้าน AI ต้องการปัจจัยสำคัญ 3 ประการ คือ พลังงานที่มั่นคงสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์, ตลาดแรงงานที่ปรับตัวสู่ยุค AI โดยเน้น "ทักษะที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพด้วย AI" และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปรับใช้เทคโนโลยี

- ไทยมีจุดแข็งด้านฐานการผลิตที่มั่นคง ภาคบริการที่เข้มแข็ง และการเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานฮาร์ดแวร์ AI ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อสร้างงานที่มีคุณภาพมากขึ้น

ฟรานซิสกา โอนซอร์เก (Franziska Ohnsorge) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชียใต้จากธนาคารโลกกล่าวในงาน Thailand Economic Outlook 2027: New Horizon Beyond the Trap ของกรุงเทพธุนกิจเผยว่า การเพิ่ม “ผลิตภาพ” กลายเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาวะที่ประชากรวัยทำงานกำลังทรงตัวหรือลดลง

แม้ในปัจจุบันประเทศไทยมีบางภาคส่วนของระบบเศรษฐกิจที่มีความโดดเด่นระดับโลก โดยบริษัทไทยชั้นนำสามารถแข่งขันในเวทีสากลและมีผลิตภาพเทียบเท่ากับบริษัทในประเทศรายได้สูง รวมถึงนักเรียนสาย STEM ของไทยก็ทำคะแนนสอบมาตรฐานสากลได้ดีเยี่ยมกว่าบางประเทศ

2 วิธีไทยเร่งเพิ่ม ‘ผลิตภาพ’

ในมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ ความท้าทายหลักอยู่ที่การเพิ่มอัตราการเติบโตของผลิตภาพ โดยเฉพาะในภาวะที่ประชากรวัยทำงานกำลังทรงตัวหรือหดตัวลง

ฟรานซิสกามองว่ามี 2 แนวทางสำคัญ คือ การจัดสรรทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมการแข่งขัน และการยกระดับทางเทคโนโลยีซึ่งจะสามารถช่วยเพิ่มผลิตภาพให้กับทุกคนในระบบเศรษฐกิจ

แต่ทว่าฟรานซิสกาเผยถึงตัวเลขที่น่าสนใจของการนำ AI มาประยุกต์ใช้งานจริงที่ภูมิภาคนี้ยังคงล้าหลังอยู่มาก

ผลสำรวจพบว่ามีภาคธุรกิจไทยเพียง 12% เท่านั้นที่มีการใช้งาน AI ซึ่งยังต่ำกว่าภาคธุรกิจในสหรัฐอเมริกาที่มีอัตราการใช้อยู่ที่ 43% อย่างมาก โดยสาเหตุสำคัญอันดับแรกมาจากอุปสรรคเรื่องการขาดแคลนความรู้และทักษะในการนำ AI ไปใช้งานจริง

ดังนั้นการขยายการใช้งาน AI ให้แพร่หลายจำเป็นต้องพึ่งพาบทบาทของภาครัฐ ทั้งในมิติเฉพาะด้าน AI โดยนำ AI ไปปรับใช้ในบริการของภาครัฐให้มากขึ้น รวมทั้งการเป็นผู้กำกับดูแล เพื่อกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนให้ภาคเอกชนนำ AI ไปใช้ได้อย่างมั่นใจ

รวมทั้งในมิติทั่วไปในการนำมาใช้งานจริง คือ การพัฒนาและยกระดับทักษะแรงงานให้พร้อมรับการใช้เทคโนโลยีใหม่

3 ปัจจัยพลิกเกมลงทุน AI ใน ‘อาเซียน’

เมื่อมองในภาพรวมของการแข่งขันดึงดูดการลงทุนระดับภูมิภาค ประเทศในเอเชียต่างแข่งขันกันเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุน โดยปัจจัยชี้วัดความสามารถในการแข่งขันด้านบุคลากร ประกอบด้วย 3 ประเด็นสำคัญ

1. การลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์

จากการศึกษาทำเลที่ตั้งของดาต้าเซ็นเตอร์หลายพันแห่งทั่วโลก พบว่าปัจจัยหลักไม่ได้มีแค่เรื่อง "ราคาถูก" แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ พลังงานที่มั่นคงและมีปริมาณมากเพียงพอควบคู่ไปกับความพร้อมของแรงงานที่มีทักษะ และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มีกฎระเบียบชัดเจน

2. การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน

ตลาดแรงงานกำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุค AI โดยในภูมิภาคนี้ยังไม่พบการเลิกจ้างงานจำนวนมาก แต่กำลังเกิดการ "ปรับรูปแบบ" ของตลาดแรงงาน

เมื่อบริษัทต่างๆ มองหาทักษะด้าน AI พวกเขาไม่ได้มองหาแค่ตัวเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ต้องการ "ทักษะที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพด้วย AI" เช่น ทักษะคณิตศาสตร์เชิงปริมาณ การคิดเชิงวิเคราะห์ และทักษะการสื่อสาร เช่น การเจรจากับลูกค้าและการนำเสนอ ซึ่งทักษะพื้นฐานเหล่านี้ช่วยให้แรงงานมีความน่าเชื่อถือและทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

3. บทเรียนจากการปรับใช้เทคโนโลยี

หากย้อนดูตั้งแต่ยุค Machine Learning ในช่วงปี 2016 เป็นต้นมา จะเห็นว่ากลุ่มองค์กรข้ามชาติ Multinational Corporations ที่มีทุนเดิมด้านเทคโนโลยีและแรงกดดันทางธุรกิจ เป็นกลุ่มแรกๆ ที่ปรับตัวและนำเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างรวดเร็ว จากการมีคืสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย เช่น ตั้งอยู่ใกล้สถาบันการศึกษาที่มีบุคลากรเก่งด้านคณิตศาสตร์ และมีความพร้อมด้านระบบดิจิทัลพื้นฐานอยู่แล้ว เช่น Excel หรือระบบ ERP

สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำว่า ภาครัฐจำเป็นต้องผลักดันนโยบายที่สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนในทุกๆ ด้าน เพื่อให้ภูมิภาคเอเชียสามารถคว้าโอกาสและเติบโตไปพร้อมกับกระแส AI ได้อย่างเต็มที่

‘จุดแข็งไทย’ ในเวทีอาเซียน

ประเทศไทยมีฐานการผลิตที่มั่นคง และมีอุตสาหกรรมบริการที่เข้มแข็งเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ไทยและหลายประเทศในเอเชียตะวันออกยังมีจุดแข็งสำคัยคือการเป็นหนึ่งในห่วงโซ่ซัพพลายเชน AI ระดับโลกโดยเฉพาะในฝั่งการผลิตฮาร์ดแวร์และสินค้าเทคโนโลยี

นอกจากนี้ ไทยยังมีความโดดเด่นเชิงโครงสร้างในภาคการท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งมีสัดส่วนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หรือ GDP ของประเทศในระดับที่สูง

หากถามฉันว่าสิ่งที่คาดหวังจะให้เกิดขึ้นในวันนี้คืออะไร สิ่งที่ฉันอยากเห็นผลลัพธ์จริงๆ ก็คือ

"การสร้างงานที่มากขึ้น และเป็นงานที่มีคุณภาพดียิ่งขึ้น"

ความคิดเห็น