คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

ทำไมฝนหยุด น้ำยังไม่ลด? เจาะแผนกู้วิกฤตกรุงเทพฯจม

ที่มา: TrueID Newsอ่านแล้ว: 1

ทำไมฝนหยุด น้ำยังไม่ลด? เจาะแผนกู้วิกฤตกรุงเทพฯจม

ฝนหยุดแล้ว...แต่ทำไมน้ำในกรุงเทพฯ ยังไม่ลด?

คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ฝนอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “ทางออกของน้ำ” ยังเหลือพื้นที่ให้ระบายมากแค่ไหน

ช่วงที่ผ่านมา กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกเจอฝนตกหนักต่อเนื่อง ฝนสะสมสูงสุดประมาณ 300 มิลลิเมตร

น้ำจำนวนมหาศาลจึงไหลเข้าสู่ระบบพร้อมกัน

จากถนน ลงท่อระบายน้ำ เข้าสู่คลองย่อย แล้วจึงไหลมารวมกันที่ คลองสายหลัก

และนี่คือจุดสำคัญของสถานการณ์ตอนนี้

เมื่อ คลองสายหลักมีระดับน้ำสูง น้ำจากคลองย่อยก็ไม่สามารถระบายต่อได้เต็มประสิทธิภาพ

รศ.ดร.วิษณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อธิบายว่า ที่ผ่านมา กทม.เร่งเพิ่มประสิทธิภาพตั้งแต่ท่อระบายน้ำ ช่องรับน้ำ ไปจนถึงสถานีสูบน้ำทำให้น้ำจากถนนไหลเข้าสู่คลองได้เร็วขึ้น

แต่เมื่อ ปลายทางมีน้ำเต็ม โจทย์จึงเปลี่ยนจากจะเอาน้ำออกจากถนนให้เร็วขึ้นอย่างไร?

เป็นจะเอาน้ำจากคลองสายหลักออกไปทางไหน และเร็วแค่ไหน?

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ กทม.ต้องเร่งจัดการ โดยเร่งระบายน้ำออกจากคลองสายหลัก

ซึ่งเปรียบได้กับเส้นเลือดหลักของระบบระบายน้ำให้ได้โดยเร็วเสียก่อย

โดยการลดระดับน้ำในคลองสายหลัก คือการเปิดทางระบายเพิ่มเติมและเดินระบบอุโมงค์ระบายน้ำ

ทั้งคลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ คลองประเวศบุรีรมย์ รวมถึงพื้นที่ฝั่งตะวันออก

โดยเชื่อมการระบายจากคลองลาดพร้าว–แสนแสบ เข้าสู่อุโมงค์บึงมักกะสัน

ส่วนพื้นที่ประเวศ–อ่อนนุชเร่งระบายลงสู่สถานีสูบน้ำพระโขนง

ซึ่งมีกำลังสูบสูงสุดประมาณ 145 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ขณะที่อุโมงค์ระบายน้ำเสริม จะช่วยรับน้ำจากคลองลาดพร้าวและคลองแสนแสบ

ได้อีกประมาณ 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมถึงใช้เรือผลักดันน้ำ เพื่อเร่งการไหลบริเวณปากอุโมงค์

ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเดียวกัน ทำให้คลองสายหลักมี “พื้นที่ว่าง” กลับคืนมา

เพราะเมื่อระดับน้ำในคลองสายหลักลดลง

น้ำจากคลองย่อยก็จะสามารถไหลเข้าระบบได้มากขึ้น

น้ำที่ท่วมอยู่ในกรุงเทพฯขณะนี้ จึงไม่ได้หายไปในทันที แต่มันกำลัง เดินทางออกจากเมืองทีละทอด

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าฝนหยุดแล้ว แต่น้ำไม่ได้ลดพร้อมกันทุกพื้นที่

กทม.ประเมินว่า หากไม่มีฝนระลอกใหม่เข้ามาเติม ระดับน้ำในคลองสายหลักจะค่อย ๆ ลดลง

โดยวางกรอบเวลาประมาณ 3 วัน เพื่อให้คลองสายหลักกลับมาอยู่ในระดับที่รองรับน้ำได้มากขึ้น

แต่ 3 วัน ไม่ได้หมายความว่า 3 วันแล้วทุกบ้านจะแห้งพร้อมกัน

โดยเฉพาะพื้นที่ปลายระบบอย่างลาดกระบัง เพราะน้ำที่ล้นออกจากคลอง

เข้าสู่ถนน ซอย และบ้านเรือนไปแล้ว ต้องใช้เวลาไหลกลับเข้าสู่ระบบ

ก่อนถูกส่งต่อออกจากพื้นที่

ดังนั้น หลังฝนหยุด คำถามสำคัญคือ น้ำกำลังเดินทางกลับออกจากเมืองได้เร็วแค่ไหน?

จากนี้มี 2 ตัวแปรที่ต้องจับตา คือ

หนึ่ง ระดับน้ำในคลองสายหลักจะลดลงเร็วแค่ไหน และ สอง จะมีฝนระลอกใหม่เข้ามาเติมน้ำในระบบอีกหรือไม่

สำหรับกรุงเทพฯ ฝนหยุดไม่ได้แปลว่าวิกฤตน้ำจบลง

แต่กรุงเทพฯ จะกลับสู่ภาวะปกติก็ต่อเมื่อน้ำที่ค้างอยู่ในระบบ จะเดินทางออกจากเมืองได้ทั้งหมด

ความคิดเห็น