คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

ทะลักมาไทยอีกรุ่น ‘ไอคาร์’ รถยนต์นำเข้าจากจีน ขุมพลัง REEV เครือเชอรี่ เตรียมเปิดตัว 29 กย.นี้

ที่มา: มติชนอ่านแล้ว: 4

ทะลักมาไทยอีกรุ่น ‘ไอคาร์’ รถยนต์นำเข้าจากจีน ขุมพลัง REEV เครือเชอรี่ เตรียมเปิดตัว 29 กย.นี้

เป็นที่ทราบกันดีว่าสถานการณ์การผลิตรถยนต์ในจีนล่าสุด เผชิญภาวะกำลังการผลิตล้นเกิน (Overcapacity) ดันยอดผลิตพุ่งสูงถึงราว 33 ล้านคัน ท่ามกลางการแข่งขันด้านราคาดุเดือด ปริมาณรถยนต์ผลิตเกินความต้องการภายในประเทศ ทำให้เกิดสงครามราคา ค่ายรถต้องเร่งระบายสินค้า และยังส่งผลให้เทคโนโลยีและรุ่นใหม่เปลี่ยนเร็วมาก เมื่อความต้องการในจีนล้นเหลือ จึงทะลักล้นออกมาจำหน่ายในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีข้อตกลงเอฟทีเอกับจีนอย่างไทย ทำให้รถยนต์จีนบุกเข้ามาทำตลาดในไทยกันอย่างคึกคัก ในช่วงเวลาที่กระทรวงการคลังยังไม่ประกาศอัตราภาษีนำเข้ารถยนต์ใหม่ จึงเป็นช่วงเวลาทองของค่ายรถยนต์จีน

สำหรับ Chery Group ยักษ์ใหญ่ยานยนต์จากจีน มีฐานการผลิตหลักอยู่ที่ เมืองอู๋หู มณฑลอานฮุย มีแบรนด์รถยนต์ในเครือเข้ามาทำตลาด รวมถึงประกาศตั้งโรงงานผลิต และกำลังจะก้าวเข้าสู่การประกอบจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการแล้ว ทั้งหมด 6 แบรนด์ ได้แก่ แบรนด์หลัก CHERY (เชอรี่) เช่น รถ SUV ตระกูล Tiggo (อาทิ Tiggo 7, Tiggo 8) , รถยนต์ไฟฟ้าดีไซน์เรโทรอย่าง Chery V2 , OMODA (โอโมดา) , JAECOO (เจคู) , แบรนด์ลูกใหม่ล่าสุดกำลังเปิดตัวและเตรียมประกอบในไทย iCAUR (ไอคาร์) , LEPAS (เลอปาส) แบรนด์แฟชั่นรถยนต์ไฟฟ้าน้องใหม่ล่าสุด และ LUXEED (ลักซีด) แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าหรูพรีเมียม เป็นโครงการร่วมมือรระหว่าง Chery และยักษ์ใหญ่ไอที Huawei มีแผนเตรียมส่งรุ่น Luxeed R7 บุกตลาดพรีเมียมในไทยช่วงปลายปี 2569

ปัจจุบันในปี 2569 ตลาดรถยนต์ขุมพลัง REEV (Range-Extended Electric Vehicle) ในประเทศไทย ถือว่ากำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีรถยนต์เปิดตัวทำตลาดหลักๆ อยู่ประมาณ 4-5 รุ่น ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก และใช้เครื่องยนต์ทำหน้าที่ปั่นกระแสไฟฟ้าอย่างเดียว ยกตัวอย่างรุ่นที่เปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว เช่น JAECOO 6T REEV รถ SUV พลังงานไฟฟ้าทรงกล่อง , จีลี่ STARRAY EM-R , ฉางอาน ดีพอล S05 REEV และล่าสุด iCAUR V27 REEV

ไอคาร์ ประเทศไทย ได้ให้ข้อมูล iCAUR V27 REEV ระบุว่า REEV (Range-Extended Electric Vehicle) เทคโนโลยีรถยนต์ New Energy ผสานการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเข้ากับเครื่องยนต์สำหรับผลิตไฟฟ้า ช่วยมอบประสบการณ์การขับขี่แบบรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมรองรับการเดินทางหลากหลายขึ้น เป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่ ต้องการรถยนต์คันเดียว ตอบโจทย์ทั้งใช้งานในชีวิตประจำวันและเดินทางไกล

iCAUR V27 REEV เป็นรถยนต์ SUV พลังงานใหม่เจาะตลาดพรีเมียม ดีไซน์มีเอกลักษณ์ คว้ารางวัล Best Interior Design Award ในหมวด Premium Car จากเวที Torino Automotive Design Award (TADA) 2026 ใช้เทคโนโลยี Golden Range-Extender พัฒนาโดย Chery Group ไม่ได้ออกแบบให้เครื่องยนต์เป็นเพียงพลังงานสำรองยามฉุกเฉิน แต่พัฒนาเครื่องยนต์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้ามอเตอร์ และระบบบริหารพลังงานให้ทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียว ใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าให้แก่ระบบขับเคลื่อน ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า สำหรับรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ ระบบจะให้กำลังรวมสูงสุด 335 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 455 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 505 นิวตันเมตร ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนเพียงความเร็ว แต่ยังหมายถึงกำลังสำรอง พร้อมรองรับตัวรถขนาดใหญ่ ผู้โดยสาร และสัมภาระในการเดินทางไกล

การขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ช่วยให้รถตอบสนองได้ทันทีเมื่อต้องเร่งแซงหรือขับขึ้นทางลาดชัน เมื่อชาร์จแบตเตอรี่และเติมน้ำมันเต็ม iCAUR V27 REEV สามารถเดินทางได้ไกลรวมกว่า 1,000 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC รองรับการเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังเมืองท่องเที่ยวหลายแห่งโดยไม่ต้องแวะชาร์จตลอดเส้นทาง และเมื่อพบสถานีชาร์จสะดวกระหว่างทาง ผู้ขับขี่สามารถชาร์จไฟเพิ่มได้ตามต้องการ เพิ่มอิสระและความยืดหยุ่นให้กับทุกการเดินทาง

ดีไซน์ สะท้อนแนวคิด “Timeless in Motion” ผสานความงามและเทคโนโลยีการขับขี่ ถ่ายทอดผ่านการออกแบบรถ SUV ทรงกล่อง นำรูปทรงเป็นเอกลักษณ์มาผสานเข้ากับรายละเอียดร่วมสมัยและเทคโนโลยี คำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง ภายในห้องโดยสารพัฒนาภายใต้แนวคิด “Interstellar Cockpit” มุ่งสร้างบรรยากาศโปร่งโล่งและสะดวกสบาย จัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ เป็นระเบียบ เพื่อให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารเข้าถึงและใช้งานฟังก์ชันต่าง ๆ ได้เป็นธรรมชาติ

ระบบ Golden Range-Extender ของ iCAUR V27 REEV มาพร้อมกลยุทธ์การสำรองพลังงาน (Power-Reserve Strategy) ออกแบบมาให้ครอบคลุมสถานการณ์การใช้งานมากกว่า 10 รูปแบบ ตั้งแต่สภาพอากาศร้อนหรือหนาวจัด พื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเล เส้นทางภูเขา ไปจนถึงการขับลุยน้ำ โคลน หรือทะเลทราย มีโหมดจัดการพลังงานให้เลือก 5 รูปแบบ ได้แก่ Forced EV , EV Priority , Hybrid Mode , Fuel Priority และ Forced Charging

1. Forced EV เต็มที่กับไฟฟ้าล้วน สำหรับวันทำงานในเมือง สำหรับการเดินทางไปทำงาน รับส่งสมาชิกในครอบครัว หรือทำธุระในเมือง ผู้ขับขี่สามารถเลือก Forced EV เพื่อให้รถใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เป็นหลัก และรักษาการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนเต็มที่ จนระดับพลังงานในแบตเตอรี่ลดลงเหลือประมาณ 8% ก่อนระบบจะเรียกใช้เครื่องยนต์ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า โหมดนี้เหมาะสำหรับผู้ที่สามารถชาร์จไฟที่บ้านได้สะดวก และต้องการลดการใช้น้ำมันให้มากที่สุด สามารถขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนได้สูงสุดประมาณ 165 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ ครอบคลุมการเดินทางประจำวันของผู้ใช้จำนวนมากได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องยนต์

2. EV Priority วันเดินทางทั่วไป ให้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก ในวันที่การเดินทางมีระยะทางมากกว่าปกติ ผู้ขับขี่สามารถเลือก EV Priority เพื่อให้รถยังคงใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก พร้อมเปิดให้ระบบเรียกใช้เครื่องยนต์ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเมื่อจำเป็น ระบบจะเริ่มบริหารพลังงาน เมื่อระดับแบตเตอรี่ลดลงเหลือประมาณ 15% ผู้ขับขี่จึงยังคงขับด้วยไฟฟ้าได้ตามปกติ โดยไม่ต้องกังวลหากระยะทางจริงในวันนั้นไกลกว่าแผนที่วางไว้ โหมดนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีจุดชาร์จที่บ้าน และต้องการขับด้วยไฟฟ้าเป็นหลักในชีวิตประจำวัน แต่ยังต้องการความยืดหยุ่นสำหรับวันที่มีภารกิจเพิ่มขึ้น เปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน หรือต้องเดินทางต่อเนื่องโดยไม่สะดวกแวะชาร์จ

3. Hybrid Mode วันเดินทางไกล ให้ระบบบริหารพลังงานอย่างสมดุล เมื่อต้องเดินทางข้ามจังหวัดหรือขับบนทางหลวง ผู้ขับสามารถเริ่มต้นการเดินทางด้วยพลังงานจากแบตเตอรี่ที่ชาร์จไว้ ก่อนให้รถเข้าสู่ Hybrid Mode เพื่อบริหารการทำงานระหว่างพลังงานไฟฟ้าและเชื้อเพลิงให้เหมาะกับความเร็วและลักษณะการขับขี่ ระบบจะเริ่มทำงานเมื่อระดับแบตเตอรี่ลดลงเหลือประมาณ 15% สำหรับการขับขี่ด้วยความเร็วต่ำ และประมาณ 30% สำหรับการขับขี่ด้วยความเร็วสูง จากนั้น Range Extender จะผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนและรักษาระดับพลังงานให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ ผู้ขับขี่จึงไม่ต้องคอยสลับระบบด้วยตัวเอง หากสถานีชาร์จเต็ม อยู่ไกล หรือไม่สะดวกต่อการแวะ ผู้ขับขี่ก็ไม่จำเป็นต้องหยุดชาร์จทันที เพียงเติมน้ำมันในเวลาใกล้เคียงกับรถยนต์ทั่วไป ก็สามารถออกเดินทางต่อได้ โหมดนี้จึงตอบโจทย์การเดินทางไกลต้องการทั้งความต่อเนื่อง ความเงียบ และกำลังสำรองสำหรับการเร่งแซงบนทางหลวง

4. Fuel Priority วันออกแคมป์ เก็บพลังงานไว้ใช้เมื่อถึงจุดหมาย สำหรับผู้ที่ต้องการเก็บพลังงานในแบตเตอรี่ไว้ใช้เมื่อถึงจุดหมาย สามารถเลือก Fuel Priority เพื่อให้ Range Extender เข้ามาสนับสนุนการผลิตกระแสไฟฟ้าและช่วยรักษาระดับพลังงานในแบตเตอรี่ ระบบจะกำหนดเป้าหมายการสำรองพลังงานจากค่า SOC (State of Charge) ปัจจุบันเพิ่มขึ้นประมาณ 1.5% มีระดับขั้นต่ำอยู่ที่ประมาณ 15% และสามารถใช้งานร่วมกับ EV Priority หรือ Forced EV ได้ เช่น หากกำลังเดินทางไปตั้งแคมป์ ผู้ขับขี่สามารถใช้ Fuel Priority บนทางหลวงเพื่อรักษาพลังงานในแบตเตอรี่ไว้ จากนั้นจึงเปลี่ยนกลับมาใช้พลังงานไฟฟ้าเมื่อลงจากถนนสายหลักหรือเข้าสู่พื้นที่ธรรมชาติ ช่วยให้เดินทางด้วยความเงียบและลดเสียงรบกวน พลังงานที่สำรองไว้ยังสามารถนำออกมาใช้กับอุปกรณ์ภายนอกผ่านระบบ V2L หรือ Vehicle-to-Load ไม่ว่าจะเป็นไฟส่องสว่าง เตาไฟฟ้า เครื่องชงกาแฟ โปรเจกเตอร์ หรืออุปกรณ์กิจกรรมกลางแจ้งอื่น ๆ รองรับการจ่ายไฟภายนอกได้สูงสุด 6 kW เพื่อเปลี่ยนตัวรถให้กลายเป็นแหล่งพลังงานเคลื่อนที่สำหรับกิจกรรม ณ จุดหมายได้ด้วย

5. Forced Charging วันออกลุย เติมพลังงานสำรองให้พร้อมก่อนเจอเส้นทางท้าทาย ในสถานการณ์ต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ปริมาณมาก แต่ไม่มีสถานีชาร์จอยู่ใกล้ ผู้ขับขี่สามารถเลือก Forced Charging เพื่อให้เครื่องยนต์เร่งผลิตกระแสไฟฟ้าและชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึงระดับประมาณ 80% โหมดนี้เหมาะสำหรับการเตรียมพร้อมก่อนเข้าสู่เส้นทางออฟโรด ทางลาดชัน พื้นที่ภูเขา โคลน ทราย หรือเส้นทางต้องใช้กำลังขับเคลื่อนสูงอย่างต่อเนื่อง เพราะการเพิ่มพลังงานสำรองไว้ล่วงหน้าช่วยให้มอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลังพร้อมใช้งานในจังหวะสำคัญ พร้อมลดความกังวลว่าแบตเตอรี่อาจไม่เพียงพอระหว่างทาง

มีผู้เชี่ยวชาญหลายสำนักคาดการณ์ว่า ราคาน่าจะ 1 ล้านกว่าๆ จะเป็น 1.1-1.3 ล้านบาทจริงหรือไม่ รายละเอียดเป็นอย่างไร มารอลุ้นกันว่าจะเป็นเท่าไหร่กันแน่ แต่ที่แน่ๆ น่าจะเป็นรุ่นที่ชิงจังหวะ ออกมาในช่วงเปิดช่องภาษีให้รถนำเข้าบุกเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยได้อีกรุ่น ก่อนจะมีการปรับภาษีสรรพสามิตรถยนต์ครั้งใหญ่ในเร็วๆ นี้

OนายพลO

ความคิดเห็น