ไต้หวันย้ำแผนขายอาวุธ – รอยเตอร์ รายงานวันที่ 26 ก.ย. ว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการทูตของไต้หวันกล่าวหลังการประชุมสุดยอดของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา และ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ซึ่งอยู่ระหว่างภารกิจเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. อย่างเป็นทางการว่า
การจัดหาอาวุธให้ไต้หวันเพื่อปกป้องเสรีภาพและการกระจายเซมิคอนดักเตอร์ให้แก่โลกนั้นถือเป็นผลประโยชน์แห่งชาติของสหรัฐ
นายทรัมป์และนายสีสิ้นสุดการประชุมสุดยอด 3 วันเมื่อวันศุกร์ที่ 25 ก.ย.ตามเวลาท้องถิ่น โดยไม่มีความคืบหน้าสำคัญใดๆ ในประเด็นขัดแย้งหลายอย่าง รวมถึงกรณีไต้หวันซึ่งทางการจีนมองว่าเป็นดินแดนในครอบครองของตน
โดยนายสีกล่าวกับนายทรัมป์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 ก.ย. หวังว่าสหรัฐจะยึดมั่นใน “จุดยืนที่ถูกต้อง” ในการคัดค้านการแยกเป็นอิสระของไต้หวัน
นายฟรองซัวส์ อู๋ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไต้หวัน กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าการคงไว้ซึ่งการขายอาวุธ การให้ไต้หวันมีขีดความสามารถในการป้องกันตนเองอย่างเพียงพอเพื่อให้ไม่ต้องอยู่ภายใต้การปกครองของจีน และการอนุญาตให้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันยังคงมีส่วนร่วมกับโลกต่อไป สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นผลประโยชน์ที่สำคัญของสหรัฐ
ขณะที่นายทรัมป์เคยกล่าวเมื่อเดือนพ.ค. หลังพบปะหารือกับประธานาธิบดีสีที่กรุงปักกิ่งว่าชะลอการอนุมัติข้อตกลงขายอาวุธให้แก่ไต้หวัน ยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับไต้หวันภายหลังการประชุมที่กรุงวอชิงตัน รวมทั้งยังไม่มีการระบุว่าจะดำเนินการอย่างไรกับข้อตกลงขายอาวุธที่ยังค้างอยู่