คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

สุดจัด! รัฐมนตรีปลอมเป็นคนไข้ นั่งวินไปโรงพยาบาล เจอพยาบาลเรียกเงินแลกรักษา

ที่มา: The Thaiger

สุดจัด! รัฐมนตรีปลอมเป็นคนไข้ นั่งวินไปโรงพยาบาล เจอพยาบาลเรียกเงินแลกรักษา

โคตรตำนาน ซาราห์ โอเพนดี รัฐมนตรีช่วยสาธารณสุขยูกันดา สวมฮิญาบปิดบังใบหน้า นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าโรงพยาบาลรัฐ หลังประชาชนร้องเรียนเรื่องเรียกเก็บค่าบริการ ก่อนจับพิรุธได้คาหนังคาเขา เมื่อเจ้าหน้าที่เรียกเงินจากตัวเอง

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกันยายน 2560 เกิดปฏิบัติการตรวจสอบการทุจริตที่ทำเอาเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลตั้งตัวไม่ทัน เมื่อ ซาราห์ อาเชียง โอเพนดี (Sarah Achieng Opendi) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ฝ่ายกิจการทั่วไปของยูกันดาในขณะนั้น ปลอมตัวเป็นผู้ป่วยเพื่อจับทุจริตด้วยตัวเอง

ก่อนหน้านี้ โอเพนดีได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนว่า เจ้าหน้าที่บางคนของโรงพยาบาลมิตรภาพนากูรู-จีน หรือ Naguru-China Friendship Hospital ในกรุงกัมปาลา เรียกเก็บเงินจากผู้ป่วย แลกกับบริการที่โรงพยาบาลรัฐควรให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

แทนที่จะส่งหนังสือสอบถามหรือแจ้งกำหนดการตรวจเยี่ยมให้ทุกฝ่ายเตรียมต้อนรับ รัฐมนตรีเลือกสวมฮิญาบและผ้าคลุมหน้า ปิดบังตัวตนให้เหมือนผู้ป่วยทั่วไป ก่อนนั่งรถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือที่ชาวยูกันดาเรียกว่า “โบดาโบดา” ไปถึงโรงพยาบาลในเวลาประมาณ 10.00 น.

ภารกิจนี้จึงไม่ต่างจากการส่งสายลับเข้าไปตรวจระบบ เพียงแต่สายลับคนนั้นเป็นรัฐมนตรีตัวจริง และไม่มีใครในโรงพยาบาลรู้ล่วงหน้า

เมื่อเดินทางถึงแผนกผู้ป่วยนอก โอเพนดีแจ้งว่ามีอาการผิดปกติบริเวณช่องท้อง จากนั้นทำตามขั้นตอนเหมือนผู้ป่วยคนอื่น ตั้งแต่ซื้อสมุดแบบฝึกหัดขนาด 32 หน้า เพื่อใช้เป็นสมุดบันทึกประวัติการรักษา ไปจนถึงรอเข้าพบแพทย์ตามลำดับ

หลังตรวจอาการ แพทย์แนะนำให้เธอตรวจเพิ่มเติมหลายรายการ เช่น การทำงานของตับ ระดับน้ำตาลในเลือด และไวรัสตับอักเสบบี ก่อนส่งต่อไปยังห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาล

เมื่อมาถึงห้องแล็บ นักเทคนิคการแพทย์ชื่อ แอนดรูว์ คาลูเล เรียกเงินจำนวน 150,000 ชิลลิงยูกันดา หรือประมาณ 1.3 พันบาท เพื่อแลกกับการตรวจตามรายการที่แพทย์สั่ง

โอเพนดีแสดงบทบาทคนไข้ต่อไป บอกว่ามีเงินไม่ครบและยื่นให้ก่อน 100,000 ชิลลิง พร้อมขอชำระส่วนที่เหลือภายหลัง นักเทคนิคการแพทย์จึงให้ชื่อและหมายเลขโทรศัพท์แก่เธอไว้สำหรับติดต่อกลับ

เรื่องยังไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะผู้ช่วยพยาบาลชื่อ คริสติน นามันดา เรียกเงินเพิ่มอีก 5,000 ชิลลิง เพื่อจัดหาแถบทดสอบระดับน้ำตาลในเลือด อ้างว่าอุปกรณ์ดังกล่าวหมดจากคลังของโรงพยาบาล แต่สามารถนำมาให้ได้หากจ่ายเงิน

เงินที่เจ้าหน้าที่ทั้งสองเรียกจากผู้ป่วยปลอมรวมเป็น 155,000 ชิลลิงยูกันดา ในจำนวนนี้โอเพนดีจ่ายไปจริงอย่างน้อย 105,000 ชิลลิง ก่อนยุติการปลอมตัว แล้วเปิดเผยฐานะรัฐมนตรี

ตำรวจเข้าควบคุมเจ้าหน้าที่ทั้งสองคนเพื่อตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องเรียกรับเงินจากผู้ป่วยทันที

เมื่อตรวจค้นตัวผู้ช่วยพยาบาล เจ้าหน้าที่พบเงินประมาณ 87,300 ชิลลิง ซึ่งเชื่อว่าเก็บมาจากผู้ป่วยหลายคน โอเพนดีสามารถระบุธนบัตรที่ตนจ่ายไปได้ เพราะทีมงานจดหมายเลขธนบัตรไว้ล่วงหน้า หลักฐานจึงแน่นชนิดเถียงลำบาก

สตีเฟน คเยบัมเบ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล กล่าวชื่นชมปฏิบัติการของรัฐมนตรี พร้อมยืนยันว่าโรงพยาบาลไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่เก็บเงินจากผู้ป่วยโดยพลการ

โรงพยาบาลมีทั้งบริการฟรีและบริการแบบเสียค่าใช้จ่าย หากผู้ป่วยเลือกใช้บริการในส่วนที่ต้องชำระเงิน เจ้าหน้าที่การเงินต้องออกใบเสร็จให้อย่างถูกต้อง การรับเงินโดยตรงจากผู้ป่วยจึงไม่ใช่ขั้นตอนปกติ

ด้านนักเทคนิคการแพทย์กล่าวขอโทษโอเพนดี พร้อมชี้แจงว่าโรงพยาบาลขาดแถบทดสอบและน้ำยาหลายชนิดที่จำเป็นต่อการตรวจ ขณะที่ผู้บริหารโรงพยาบาลยอมรับว่าองค์การคลังเวชภัณฑ์แห่งชาติยังจัดส่งอุปกรณ์บางรายการมาไม่ครบ

เจ้าหน้าที่สาธารณสุขบางรายยังให้ข้อมูลกับสื่อท้องถิ่นว่า บุคลากรต้องทำงานท่ามกลางทรัพยากรจำกัดและได้รับค่าตอบแทนต่ำ อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารโรงพยาบาลยืนยันว่าปัญหาด้านงบประมาณไม่เปิดทางให้เรียกเก็บเงินจากผู้ป่วยโดยไม่มีใบเสร็จ

โอเพนดีประกาศว่าจะส่งตัวเจ้าหน้าที่ทั้งสองคนเข้าสู่กระบวนการของศาลต่อต้านการทุจริต เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หลังเหตุการณ์ดังกล่าว โอเพนดีพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยสาธารณสุขในปี 2562 และเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยฝ่ายพัฒนาแร่ ก่อนทำหน้าที่ผู้แทนหญิงประจำเขตโทรโรในรัฐสภาชุดที่ 11 ระหว่างปี 2564-2569

ในการเลือกตั้งเดือนมกราคม 2569 เธอแพ้ให้แก่แองเจลลา อาคอธ ผู้สมัครอิสระเพียง 35 คะแนน โดยโอเพนดีได้ 78,507 คะแนน ส่วนอาคอธได้ 78,542 คะแนน เธอยื่นคัดค้านผลเลือกตั้ง ขอให้มีการนับคะแนนใหม่ แต่ศาลชั้นต้นยกคำร้อง

แม้เหตุการณ์จะผ่านมาเกือบ 9 ปี เรื่องของรัฐมนตรีที่ยอมสวมบทคนไข้และเข้าไปสัมผัสระบบบริการจริงด้วยตัวเองยังถูกนำกลับมาเล่าต่อ เพราะใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็พบพฤติกรรมแบบเดียวกับที่ประชาชนร้องเรียนมานาน

- จำคุก 30 ปี! อดีตผู้อำนวยการสาธารณสุขเวียดนาม ทุจริตโรงพยาบาล เสียหาย 8.03 แสนล้านดอง

- ศาลจีนสั่งประหารชีวิต อดีตข้าราชการ รับสินบนกว่า 2,210 ล้านหยวน นาน 30 ปี

- ตำรวจมะกันปลอมตัวเป็นต้นไม้ ดักจับประชาชนใช้มือถือขณะขับรถ โดนใบสั่ง 74 ราย

ตรวจสอบโดย Thosapol, บรรณาธิการภาษาไทย

ความคิดเห็น