คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

สุรศักดิ์ เอาแน่ ไทยเที่ยวไทย1ล้านสิทธิ ดีเดย์ พ.ย.งบ 4 พันล.ช่วยค่าที่พัก-ช้อป ชงครม.ก.ย.ลงทะเบียนตุลา

ที่มา: มติชนอ่านแล้ว: 3

สุรศักดิ์ เอาแน่ไทยเที่ยวไทย 1 ล้านสิทธิ ดีเดย์ พ.ย. งบ 4 พันล. ช่วยค่าที่พัก-ช้อป ชงครม.ก.ย.ลงทะเบียนตุลา บอร์ดอีวีเคาะภาษี 3 เทียร์ หอค้าหนุน-ดึงลงทุนเพิ่ม

เมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ว่า เป็นโครงการที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ และไตรมาส 1 ปีหน้า ที่ภาครัฐจะสนับสนุนให้มีการเดินทางในประเทศ โดยจะสนับสนุนค่าที่พัก โดย 1 สิทธิ จะได้รับการสนับสนุนค่าที่พักจ่ายตามจริงไม่เกิน 2,000 บาท เป็นอัตราคงที่ (Flat Rate) หากราคาที่พักเกิน รัฐบาลจะสนับสนุนเพียง 2,000 บาท ส่วนที่เหลือประชาชนจ่ายเอง หรือหากค่าที่พักไม่ถึงก็เบิกตามจริง

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า อีกส่วนคือ คูปองมูลค่าต่อ 1 สิทธิ 1,500 บาท ในเมืองหลัก และอีก 2,000 บาท ในเมืองรอง โดยหลักการใช้คล้ายกับโครงการคนละครึ่ง เป็นการร่วมจ่าย (Co-payment) รัฐบาลจ่าย 50% นักท่องเที่ยวจ่าย 50% โดยคูปองขยายผู้ประกอบการการท่องเที่ยวมากขึ้น สามารถใช้ได้มากกว่าร้านอาหาร แต่ยังรวมถึงสปา ร้านขายของที่ระลึก บริการนวด และแพ็กเกจท่องเที่ยว เช่น ดำน้ำ ล่องเรือ และอื่นๆ ที่สามารถจัดได้ในเรื่องการท่องเที่ยว โดยในเฟสนี้ จะให้ที่ 1 ล้านสิทธิ ประชาชน 1 คน สามารถใช้สูงสุดได้ไม่เกิน 5 สิทธิ

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนช่วงเวลาลงทะเบียนจะอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม และจะใช้ได้ในเดือนพฤศจิกายน ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2569 ก่อนจะงดการใช้ในช่วงปีใหม่ 1 เดือน และจะเริ่มใช้ได้อีกครั้งวันที่ 16 มกราคม 2570 ถึง วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 รวมระยะเวลา 3 เดือน คาดว่าโครงการนี้ จะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 22 กันยายน นี้ โดยใช้งบประมาณจากเงินกู้ วงเงิน 4,000 ล้านบาท คาดว่าจะกระตุ้นการหมุนเวียนเศรษฐกิจได้กว่า 2 หมื่นล้านบาท

ด้านนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยเห็นด้วยกับมติบอร์ดอีวี ที่เห็นชอบหลักการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้า โดยให้รถยนต์ที่ผลิตและใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศในระดับสูงได้รับอัตราภาษีต่ำกว่า ขณะที่รถยนต์นำเข้าสำเร็จรูปจะเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้น แนวทางดังกล่าวจะช่วยสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม และจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้ามาลงทุน ผลิต จ้างงาน และพัฒนาห่วงโซ่อุปทานในประเทศไทยอย่างจริงจัง

“การส่งเสริม EV ไม่ควรทำให้ประเทศไทยเป็นเพียงตลาดรถยนต์ไฟฟ้า แต่ต้องยกระดับไทยให้เป็นฐานการผลิตและส่งออกยานยนต์แห่งอนาคต โดยยิ่งลงทุน ผลิต ใช้ชิ้นส่วนไทย จ้างงาน และถ่ายทอดเทคโนโลยีมาก ก็ควรได้รับสิทธิประโยชน์มากขึ้นตามไปด้วย” นายพจน์ กล่าว

นายพจน์ กล่าวว่า หอการค้าไทยเสนอให้ภาครัฐเร่งกำหนดรายละเอียดสำคัญให้ชัดเจน โดยเฉพาะสัดส่วน Local Content และ Thai Content รวมถึงหลักเกณฑ์การนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป หรือ CBU ซึ่งควรมีเพดานปริมาณและระยะเวลาที่เหมาะสม พร้อมจัดสรรสิทธิตามระดับการลงทุนและมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ผู้ผลิตแต่ละรายสร้างให้กับประเทศไทย

นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญกับการรักษาฐานการผลิตรถยนต์ที่ไทยมีความเข้มแข็งอยู่แล้ว โดยเฉพาะรถกระบะซึ่งเป็น Product Champion ของประเทศ รวมถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนและ SMEs ไทยที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน โดยหอการค้าไทยพร้อมร่วมกับภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม ผลักดันมาตรการที่สร้างสมดุลระหว่างการเปลี่ยนผ่านสู่ EV การคุ้มครองผู้บริโภค และการรักษาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว

ความคิดเห็น