คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

‘ศุลกากร’ ชงพาณิชย์ ห้ามนำเข้า ‘เศษยาง-โลหะ’ ตัดวงจรขยะอิเล็กทรอนิกส์ 21 ต.ค. 2569

ที่มา: bangkokbiznews.com

"ศุลกากร" ยื่นหนังสือถึงกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ หนุนห้ามนำเข้าเศษโลหะและเศษยาง เพื่อแก้ปัญหาการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตราย หลังผู้กระทำผิดใช้ช่องโหว่ในการสำแดงเท็จ โดยซุกซ่อนขยะพิษมากับตู้คอนเทนเนอร์เศษโลหะและยาง เสนอระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 6-12 เดือน ลดผลกระทบต่อโรงงานในประเทศ พร้อมออกมาตรการควบคุมเข้มงวด

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 ต.ค.69 กรมศุลฯ ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงกรมการค้าต่างประเทศ เสนอมาตรการให้กำหนด เศษโลหะ และเศษยาง เป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร

ทั้งนี้ เพื่อแก้ปัญหาซากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายลักลอบทะลักเข้าประเทศขั้นเด็ดขาด หลังตรวจพบสถานประกอบการและสถานที่เก็บกากอุตสาหกรรม ซากอิเล็กทรอนิกส์ ที่ผิดกฎหมายในหลายพื้นที่ ก่อให้เกิดการรั่วไหลของสารเคมี มลพิษทางอากาศ และสร้างความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชน และเกิดกระแสสังคมเรียกร้องให้ภาครัฐออกมาตรการขั้นเด็ดขาด

โดยข้อมูลการตรวจสอบสถิติการนำเข้าช่วงเดือนม.ค.- ก.ย. 69 พบว่า มีการนำเข้าเศษเหล็ก เศษอะลูมิเนียม และเศษทองแดง รวมมูลค่าสูงถึง 71,193 ล้านบาท ปริมาณรวมไม่น้อยกว่า 2.76 ล้านตัน หรือเฉลี่ยมากถึง 14,600 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อเดือน โดยมีปริมาณเศษเหล็กมากสุด 2.12 ล้านตัน ประมาณ 10,279 ตู้ต่อเดือน

“แม้กระทรวงพาณิชย์จะเคยประกาศห้ามนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ปี 63 แต่กลุ่มผู้กระทำผิดได้อาศัยช่องว่างของการนำเข้าเศษโลหะและเศษยางในการสำแดงเท็จหรือซุกซ่อนขยะพิษมากับเศษโลหะ ซึ่งกรมศุลกากรได้พยายามตรวจสอบเข้มงวดมาตลอด ซึ่งในปีงบ 69 จับกุมของเสียอันตราย และขยะอิเล็กทรอนิกส์ถึง 10.29 ล้านกิโลกรัม และผลักดันส่งกลับแล้ว 5.29 ล้านกก.”

นายพันธ์ทอง กล่าวว่า เพื่อตัดวงจรขยะพิษอย่างยั่งยืน กรมศุลกากรเสนอให้ร่วมมือกับกรมควบคุมมลพิษและกรมโรงงานอุตสาหกรรม ในการออกประกาศห้ามนำเข้าเศษโลหะพิกัด 72.04, 74.04, 76.02 และเศษยางพิกัด 40.04 ในแนวทางเดียวกับเศษพลาสติก

พร้อมกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 6-12 เดือน เพื่อลดผลกระทบต่อโรงงานหลอมและแปรรูปโลหะในประเทศ 41 ราย ที่ยังจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบนำเข้า

สำหรับมาตรการควบคุมในช่วงเปลี่ยนผ่าน กรมศุลกากรเสนอให้กำหนดให้เศษโลหะและเศษยางเป็นสินค้าต้องขออนุญาต โดยให้สิทธิ์เฉพาะผู้ประกอบกิจการโรงงานที่ใช้เป็นวัตถุดิบจริงเท่านั้น ไม่อนุญาตให้พ่อค้าคนกลางนำเข้า รวมถึงต้องมีการประเมินว่าวัตถุดิบในประเทศไม่เพียงพอจริง ๆ

นอกจากนี้ ผู้นำเข้าต้องมีใบรับรองการตรวจสอบก่อนส่งออก ทุกครั้ง และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่งกลับทันทีหากตรวจพบซากอิเล็กทรอนิกส์ปะปน

พร้อมกันนี้ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งประเมินความเพียงพอของวัตถุดิบในประเทศและผลกระทบต่ออุตสาหกรรมต่อเนื่อง เพื่อใช้ประกอบการกำหนดวันบังคับใช้การห้ามนำเข้าอย่างเด็ดขาดและเตรียมมาตรการรองรับที่เหมาะสม

ตลอดจนควรมีการจัดตั้งกลไกแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างใกล้ชิดระหว่าง 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมศุลกากร กรมการค้าต่างประเทศ กรมควบคุมมลพิษ และกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อกำกับการอนุญาตในระยะเปลี่ยนผ่าน และเฝ้าระวังการสับเปลี่ยนพิกัดสินค้าเพื่อหลบเลี่ยงกฎหมายหลังมาตรการมีผลบังคับใช้

นายพันธ์ทองกล่าวว่า กรมศุลกากรย้ำว่า ความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและเฝ้าระวังการสำแดงเท็จข้ามพิกัด เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นถังขยะรองรับของเสียอันตรายจากต่างประเทศ

พร้อมทั้งเรียกร้องให้มีการประเมินความเพียงพอของวัตถุดิบในประเทศอย่างรอบคอบ เพื่อคุ้มครองสิ่งแวดล้อม สุขภาพประชาชน และรักษาเสถียรภาพของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว

ความคิดเห็น