สื่อญี่ปุ่นจวก ทรัมป์ ใช้ดีลขายอาวุธไต้หวันต่อรองจีน หวั่นกระทบความมั่นคง
ซังเคอิ ชิมบุน ชี้ท่าทีทำเนียบขาวส่อทำลายความน่าเชื่อถือ เล็งแลกผลประโยชน์ซื้อเครื่องบินโบอิ้ง-สินค้าเกษตร สภาคองเกรสค้านหนัก จี้อนุมัติงบ 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน โดยระบุว่าประเด็นการขายอาวุธให้แก่ไต้หวันถือเป็นวัตถุดิบชั้นดีในการเจรจาต่อรอง ท่าทีนี้ส่งสัญญาณว่าสหรัฐฯ อาจยอมปรับเปลี่ยนนโยบายการส่งมอบยุทโธปกรณ์ หากจีนยอมอ่อนข้อในข้อตกลงทางเศรษฐกิจ เช่น การสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง หรือสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ
หนังสือพิมพ์ซังเคอิ ชิมบุน ของญี่ปุ่น เผยแพร่บทบรรณาธิการของนายชิโอบาระ นากาฮิสะ หัวหน้าสำนักงานประจำกรุงวอชิงตัน ระบุว่า ท่าทีนี้กำลังทำลายความน่าเชื่อถือด้านพันธกรณีความมั่นคงที่สหรัฐฯ เคยให้ไว้แก่ไต้หวัน ทั้งยังบั่นทอนอำนาจการป้องปรามทางทหารในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก การนำความปลอดภัยของเกาะไต้หวันมาเป็นเครื่องมือแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ส่อแววทำลายผลงานนโยบายกดดันจีนที่ทรัมป์เคยสร้างไว้ในสมัยดำรงตำแหน่งวาระแรก
ในสมัยการดำรงตำแหน่งวาระแรก รัฐบาลทรัมป์ดำเนินนโยบายแข็งกร้าวต่อรัฐบาลปักกิ่งอย่างชัดเจน ผ่านการอนุมัติขายเครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 ให้ไต้หวัน ส่งกองเรือรบลาดตระเวนช่องแคบไต้หวันถึง 13 ครั้งในปี 2563
ทว่าในการเดินทางเยือนจีนรอบล่าสุด ทรัมป์กลับเปิดเผยว่าได้หารือเรื่องการขายอาวุธกับผู้นำจีนอย่างละเอียด ทั้งยังตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีหลักประกัน 6 ประการ ปี 2525 ที่สหรัฐฯ เคยสัญญาว่าจะไม่ปรึกษาจีนเรื่องการขายอาวุธให้ไต้หวันว่า เหตุการณ์ในทศวรรษ 1980 ผ่านมานานมากแล้ว
ท่าทีดังกล่าวสร้างความกังวลให้แก่วงการเมืองสหรัฐฯ สมาชิกสภาคองเกรสจากทั้งสองพรรคยื่นหนังสือถึงทำเนียบขาว เรียกร้องให้เร่งอนุมัติแผนขายอาวุธมูลค่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ยืนกรานว่า รัฐบาลต้องไม่นำความปลอดภัยของไต้หวันไปเป็นข้อแลกเปลี่ยนทางการค้า ด้านนายแมตต์ พ็อตทิงเจอร์ อดีตรองที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ เตือนว่า การชะลอหรือระงับการขายอาวุธจะเปิดช่องว่างทางยุทธศาสตร์ให้จีนฉวยโอกาสรุกคืบ
นางบอนนี เกลเซอร์ นักวิเคราะห์ความสัมพันธ์สหรัฐฯ-จีน จากกองทุนมาร์แชลแห่งเยอรมนี วิเคราะห์ว่า ในมุมมองของจีน แม้รัฐบาลปักกิ่งไม่สามารถหยุดยั้งสหรัฐฯ ในการส่งมอบอาวุธได้ทั้งหมด ทว่าเพียงแค่ทำให้สหรัฐฯ ตัดสินใจชะลอการส่งมอบหรือปรับลดจำนวนอาวุธลง จีนจะถือว่าชัยชนะครั้งสำคัญตกเป็นของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ทันที
- ลือ! “สี จิ้นผิง” หมดสติป่วยโรคหลอดเลือดสมอง อาการรุนแรง ต้องบินตรงกลับจีน
- อินเดียโต้ข่าวลือ ผู้นำ BRICS ป่วยยกกลุ่ม ยืนยันสี จิ้นผิงไม่ได้กลับก่อนกำหนด
- “ทรัมป์” ลั่นสงครามอิหร่านสิ้นสุด หลังเลือกตั้งกลางภาค เดือนพฤศจิกายน