คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

สทนช. เตือน 20 จังหวัด เสี่ยงน้ำท่วม-ดินถล่ม ฝนตกหนัก ถึง 13 ก.ย. นี้ 10 ก.ย. 2569

ที่มา: bangkokbiznews.comอ่านแล้ว: 2

สทนช. ประกาศฉบับที่ 3/2569 เตือน 20 จังหวัดรับมือฝนตกหนัก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่ม ช่วง 11-13 ก.ย. นี้ เช็กลิสต์พื้นที่เสี่ยงภัยที่นี่

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกประกาศเตือนภัยฉบับที่ 3/2569 (เพิ่มเติม) เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้ ระหว่างวันที่ 11 - 13 กันยายน 2569 พร้อมสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพร่องน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และเตรียมแผนรับมืออพยพประชาชนอย่างทันท่วงที

สทนช. เตือนภัยฉบับเพิ่มเติม เฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก 11-13 ก.ย. 69

ตามที่ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศฉบับที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ให้ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยนั้น ล่าสุดจากการติดตามและประเมินสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พบว่าประเทศไทยยังคงต้องเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวนอย่างต่อเนื่อง

สทนช. ร่วมกับ กรมอุตุนิยมวิทยา และ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. ได้วิเคราะห์แบบจำลองฝนคาดการณ์ พบว่า ร่องมรสุม กำลังพาดผ่านบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตก เข้าสู่เขตความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับ มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยเริ่มมีกำลังแรงขึ้น

ปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาดังกล่าว ส่งผลให้ประเทศไทยมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันตก และภาคใต้ นอกจากนี้ กรมทรัพยากรน้ำ และ กรมทรัพยากรธรณี ยังได้ประเมินพื้นที่เสี่ยงน้ำหลากและดินโคลนถล่มบริเวณต้นน้ำ พบว่ามีหลายพื้นที่เข้าขั้นเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมือง เพิ่มเติมในช่วงวันที่ 11 - 13 กันยายน 2569

เจาะลึกพื้นที่เสี่ยงภัย 6 ภาค สทนช. ย้ำเฝ้าระวังใกล้ชิด

เพื่อความไม่ประมาท สทนช. ได้เปิดเผยรายชื่อจังหวัดและอำเภอเสี่ยงภัยที่ประชาชนต้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด แยกตามรายภูมิภาค ดังนี้

1. ภาคเหนือ

- จังหวัดแม่ฮ่องสอน : อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน

- จังหวัดเชียงราย : อำเภอแม่ลาว, อำเภอเมืองเชียงราย, อำเภอป่าแดด, อำเภอเวียงชัย, อำเภอแม่สาย และอำเภอเทิง

- จังหวัดสุโขทัย : อำเภอศรีสัชนาลัย

- จังหวัดเพชรบูรณ์ : อำเภอศรีเทพ, อำเภอวิเชียรบุรี และอำเภอน้ำหนาว

2. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน)

- จังหวัดเลย : อำเภอภูกระดึง, อำเภอท่าลี่ และอำเภอภูหลวง

- จังหวัดขอนแก่น : อำเภอภูผาม่าน, อำเภอน้ำพอง, อำเภอเวียงเก่า และอำเภอสีชมพู

- จังหวัดชัยภูมิ : อำเภอเทพสถิต, อำเภอเมืองชัยภูมิ และอำเภอบำเหน็จณรงค์

- จังหวัดร้อยเอ็ด : อำเภอสุวรรณภูมิ

- จังหวัดอุบลราชธานี : อำเภอนาจะหลวย

3. ภาคกลาง

- จังหวัดลพบุรี : อำเภอลำสนธิ

4. ภาคตะวันออก

- จังหวัดชลบุรี : อำเภอศรีราชา

5. ภาคตะวันตก

- จังหวัดราชบุรี : อำเภอสวนผึ้ง

- จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ : อำเภอสามร้อยยอด และอำเภอบางสะพานน้อย

6. ภาคใต้

- จังหวัดชุมพร : อำเภอเมืองชุมพร, อำเภอหลังสวน และอำเภอทุ่งตะโก

- จังหวัดระนอง : อำเภอกะเปอร์

- จังหวัดสุราษฎร์ธานี : อำเภอบ้านนาสาร และอำเภอเกาะพะงัน

- จังหวัดนครศรีธรรมราช : อำเภอพิปูน, อำเภอหัวไทร และอำเภอฉวาง

- จังหวัดภูเก็ต : อำเภอถลาง และอำเภอเมืองภูเก็ต

- จังหวัดพัทลุง : อำเภอศรีบรรพต

- จังหวัดตรัง : อำเภอกันตัง, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอห้วยยอด และอำเภอนาโยง

- จังหวัดสงขลา : อำเภอระโนด

- จังหวัดสตูล : อำเภอเมืองสตูล, อำเภอท่าแพ และอำเภอละงู

- จังหวัดนราธิวาส : อำเภอสุคิริน และอำเภอแว้ง

เปิด 4 มาตรการด่วน สั่งการหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือ 24 ชั่วโมง

เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการตาม 4 มาตรการรับมืออุทกภัยอย่างเคร่งครัด ได้แก่

เฝ้าระวังและติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เน้นย้ำการตรวจวัดปริมาณฝนสะสม โดยเฉพาะพื้นที่ที่มี ฝนตกสะสมมากกว่า 90 มิลลิเมตร ในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง รวมถึงพื้นที่จุดเสี่ยงซ้ำซากที่เคยเกิดน้ำท่วมเป็นประจำ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือได้ทันท่วงที

บริหารจัดการน้ำและเร่งพร่องน้ำ ตรวจสอบความแข็งแรงของคันกั้นน้ำริมแม่น้ำ ซ่อมแซมจุดชำรุด และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมปรับการระบายน้ำในเขื่อน แหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก และประตูระบายน้ำต่างๆ ให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยคำนึงถึงอิทธิพลของน้ำทะเลหนุนสูงเพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล

เตรียมกำลังพล เครื่องจักร และแผนเผชิญเหตุ จัดเตรียมบุคลากร เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักรกลหนัก และเครื่องมือช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้พร้อมปฏิบัติงานทันที ตลอดจนขุดลอกท่อระบายน้ำและกำจัดผักตบชวา เพื่อเปิดทางน้ำไหลในเขตชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม

แจ้งเตือนภัยล่วงหน้าและเตรียมแผนอพยพ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลสถานการณ์น้ำที่ถูกต้อง ชัดเจน และรวดเร็ว ผ่านทุกช่องทางสื่อสาร เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมความพร้อม ยกของขึ้นที่สูง และพร้อมอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

คำแนะนำสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย

ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณเชิงเขา ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำในจังหวัดข้างต้น ควรติดตามข่าวสารสภาพอากาศและประกาศเตือนภัยจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เตรียมกระสอบทราย ตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้าน จัดเก็บเอกสารสำคัญและยารักษาโรคไว้ในที่ safe zone และหลีกเลี่ยงการสัญจรผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วมสูงหรือกระแสน้ำเชี่ยว เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ความคิดเห็น