การเรียนรู้ของเด็กไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเฉพาะในห้องเรียน บางครั้งพื้นที่เล็กๆ ใกล้บ้านก็อาจกลายเป็นโลกใบใหญ่ที่เปิดโอกาสให้เด็กได้เล่น ทดลอง ตั้งคำถาม และค้นพบคำตอบด้วยตัวเอง
ริมคลองบางมด กรุงเทพมหานคร ยังมีพื้นที่สีเขียวและวิถีชุมชนซ่อนตัวอยู่ ท่ามกลางเมืองใหญ่ ที่ SAFETist Farm เด็กๆ และครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันผ่านกิจกรรมเรียบง่ายใกล้ชิดธรรมชาติ ทั้งปลูกผัก ตกปลา พายเรือ และออกไปทำความรู้จักผู้คนสองฝั่งคลอง
“แคนดู” ศิวิไลซ์ สุทธิวรากร และเพื่อนๆ เติบโตใน SAFETist Farm ซึ่งเป็นทั้งบ้าน สนามเล่น และพื้นที่เรียนรู้ใกล้ตัว ทุ่งแสงตะวันพบแคนดูครั้งแรกตั้งแต่อายุ 4 ขวบ วันนี้ในวัย 10 ขวบ เขายังคงออกเดินทาง เล่น และค้นพบสิ่งใหม่ๆ ไปพร้อมกับเพื่อนและครอบครัว
การออกเที่ยวเล่นล่องคลองบางมดมักไม่มีบทเรียนตายตัว เด็กๆ จึงมีอิสระที่จะมอง ฟัง พูดคุย และตั้งคำถามกับทุกสิ่งที่พบ ตั้งแต่ต้นไม้ ปลา ค้างคาว ขยะในคลอง ไปจนถึงชีวิตของผู้คนริมฝั่ง สิ่งธรรมดาระหว่างทางจึงกลายเป็นเรื่องน่าสนใจได้เสมอ เมื่อเด็กเป็นคนเลือกว่าจะหยุดมองและเรียนรู้อะไร
ที่สวนของป้าดา สุดา แก้วสันติชัย และ ลุงเล็ก ชาลี แซ่ซิ้ม ซึ่งต้องเดินทางเข้ามาทางเรือ เด็กๆ ได้ลองเป็นชาวสวน เรียนรู้วิธีเลือกและเก็บมะพร้าวจากคนในชุมชน
“ฟังเสียงนะ เสียงอย่างนี้มันดี อย่างนี้มันอ่อน อันนี้เก็บได้ แคนดูเก็บเลยลูก”
ความรู้ไม่ได้ถูกอธิบายผ่านตำรา แต่ส่งต่อจากการฟังเสียง สังเกต และลองทำด้วยตัวเอง จากนั้นเด็กๆ ยังได้ชิมมะพร้าวสดจากต้น รู้จักช้อนโบราณสำหรับแคะเนื้อ และหลอดที่ทำจากต้นอ้อ ก่อนเปลี่ยนสิ่งที่สัมผัสให้กลายเป็นคำอธิบายในแบบของตัวเอง
“เยลลี่ชัดๆ เยลลี่ธรรมชาติ เป็นเนื้อมะพร้าวที่มาจากต้นสดๆ”
จากการชิมต่อยอดไปสู่การลงมือทำ “แป้งจี่” เด็กๆ ได้รู้จักวัตถุดิบจากสวน สังเกตกลิ่นและเนื้อสัมผัส รวมถึงเรียนรู้ว่ากะลามะพร้าวที่เหลือยังนำกลับมาใช้เป็นภาชนะได้ กิจกรรมเหล่านี้อาจดูเหมือนการเล่นสนุก แต่ภายในความสนุกมีทั้งเรื่องอาหาร ธรรมชาติ ภูมิปัญญา และการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า
ขณะเดียวกัน พื้นที่เรียนรู้ริมคลองไม่ได้พาเด็กย้อนกลับไปทำความรู้จักเพียงวิถีดั้งเดิม แต่ยังเชื่อมโยงพวกเขาเข้ากับพลังงานสำหรับโลกใหม่ ผ่านการเดินทางด้วยเรือหางยาวพลังงานไฟฟ้า
เมื่อเสียงเครื่องยนต์หายไป บทสนทนาและเสียงธรรมชาติจึงชัดขึ้น พวกเขายังมองเห็นข้อแตกต่างของพลังงานแต่ละรูปแบบจากประสบการณ์ตรง
“ถ้าเรือยนต์เวลาขับก็จะเสียงดังหน่อย ถ้าเรือไฟฟ้าก็จะเงียบๆ แล้วไม่ต้องเปลืองซื้อน้ำมัน ชาร์จแบตฯ เอา”
เรือไฟฟ้าจึงไม่ใช่เพียงพาหนะที่พาเด็กๆ ไปถึงจุดหมาย แต่เป็นบทเรียนเรื่องพลังงาน เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมที่จับต้องได้ ทำให้เรื่องซึ่งดูไกลตัวกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในชีวิตประจำวัน
พื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กและครอบครัวอาจไม่จำเป็นต้องมีเครื่องเล่นราคาแพงหรือหลักสูตรซับซ้อน เพียงมีธรรมชาติ ชุมชน ผู้ใหญ่ที่พร้อมแบ่งปัน และอิสระให้เด็กได้เล่น ลองชิม ลงมือทำ และตั้งคำถาม โลกทั้งใบก็พร้อมกลายเป็นห้องเรียน
ร่วมออกเดินทางและเรียนรู้ไปกับเด็กๆ ริมคลองบางมด ในทุ่งแสงตะวัน ตอน “เด็กติดคลอง” เสาร์นี้ เวลา 13.00 น. บนแพลตฟอร์มออนไลน์ ติดตามได้ทาง Facebook เพจ ทุ่งแสงตะวัน และ YouTube ช่อง PayaiTV ติดต่อฝ่ายรายการ โทร. 08-1809-6906 อีเมล [email protected] หรือ Inbox Facebook เพจทุ่งแสงตะวัน
กนกวรรณ อำไพ