คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

สธ.สกัด ‘พ่อทิพย์’ เข้ม 'รพ.เอกชน' ป้องกัน ‘สวมสิทธิเด็กสัญชาติไทย’ 16 ก.ย. 2569

ที่มา: bangkokbiznews.com

สธ. ออก 4 แนวทางเข้ม “รพ.เอกชน” ออกหนังสือ ‘รับรองการเกิด’ ย้ำ 3 ด้าน 8 ข้อสังเกตพิรุธความสัมพันธ์พ่อแม่ หวังล้างขบวนการ "พ่อไทยทิพย์"  สวมสิทธิเด็กเกิดใหม่ได้สัญชาติ

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เดินหน้ากวาดล้างขบวนการ "พ่อทิพย์" ซึ่งเป็นภัยเงียบจากการจ้างชายไทยจดทะเบียนสมรส เพื่อสวมสิทธิสัญชาติไทยให้เด็กเกิดใหม่ โดยออก 4 แนวทางควบคุมโรงพยาบาลเอกชนในการออกหนังสือรับรองการเกิด (ท.ร.1/1) พร้อมให้เฝ้าระวัง 3 ด้าน 8 ข้อสังเกตผิดปกติในความสัมพันธ์ของพ่อแม่ ย้ำสถานพยาบาลจัดทำหรือยินยอมให้ทำ “เอกสารเท็จ” ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 โทษทั้งจำและปรับ และอาจถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตสถานพยาบาล

ตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมสแกมเมอร์ชาวจีน ซึ่งใช้ประเทศไทยเป็นฐานฟอกเงิน โดยมีการโอนเงินผ่านบัญชีม้าไปยังภรรยาชาวจีน ซึ่งมีบุตรที่ล้วนมีสัญชาติไทย จึงนำไปสู่การสืบสวนเชิงลึก จนพบว่ามีการจ้างวานชาวไทยมาจดทะเบียนสมรส เพื่อให้เด็กที่เกิดได้มาซึ่งสัญชาติไทย โดยมีเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่รับแจ้งเกิดช่วยเหลือในการแจ้งเกิดโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งถือเป็นภัยเงียบที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ที่อาคารกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) กล่าวในการเป็นประธานเปิด “การประชุมชี้แจงมาตรการในการกําหนดแนวทางการออกหนังสือรับรองการเกิดสถานพยาบาลเอกชน” โดยมี ผู้บริหาร/บุคลากรกรม สบส. และผู้แทนโรงพยาบาลเอกชนทั่วประเทศ กว่า 400 แห่ง เข้าร่วมทั้งออนไซต์ และออนไลน์ว่า กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) จึงมีข้อสั่งการให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ดำเนินการร่วมกับภาคีเครือข่าย เข้าร่วมปฏิบัติการ “ย้อนเกล็ดมังกร” กวาดล้างขบวนการพ่อทิพย์ จนสามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

แต่ใช่ว่าปัญหา “พ่อทิพย์” จะหมดไป ตราบใดที่กระบวนการตรวจสอบ การเชื่อมโยงข้อมูลยังขาดความครอบคลุม ประการสำคัญ หากบุคลากรที่เกียวข้องยังมีการทุจริตออกเอกสารเท็จ หรือรับรองข้อมูลการเกิดที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง จึงต้องป้องกันตั้งแต่ต้นน้ำ ผ่านการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ถึงมาตรการ แนวทางการออกหนังสือรับรองการเกิดให้แก่บุคลากรของสถานพยาบาล ยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อขจัดขบวนการพ่อทิพย์ให้หมดไปจากประเทศไทย

“ภาครัฐ และเอกชน จะต้องบูรณาการความร่วมมือในการป้องกัน ตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มแข็ง มิให้กระบวนการแจ้งเกิดถูกนำไปใช้เป็นช่องทางในการแสวงหาสัญชาติโดยมิชอบ เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของระบบสัญชาติไทย ป้องกันการสวมสิทธิ และสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศอย่างยั่งยืน” นายพัฒนากล่าว

4 แนวทางรพ.เอกชน “รับรองการเกิด”

ด้านนพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) กล่าวว่า มีการกำหนดแนวทาง การออกหนังสือรับรองการเกิดของเด็กที่เกิดในสถานพยาบาล กรณีมารดาต่างชาติและบิดาไทย ไว้ 4 แนวทาง ได้แก่

1)ขอบเขตการรับรองของสถานพยาบาล สถานพยาบาลต้องตระหนักถึงขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตนอย่างเคร่งครัด อาทิ รับรองเพียงเหตุการณ์การเกิดที่เกิดขึ้นจริง ณ สถานพยาบาล (วัน เวลา สถานที่ วิธีการคลอด) หรือหากมีข้อสงสัยในความสัมพันธ์บิดา-บุตร ให้สถานพยาบาลแนะนำบิดามารดาทำการตรวจสารพันธุกรรม (DNA) จากสถาบันที่รัฐรับรอง เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาของนายทะเบียน

2)ขั้นตอนการปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่ต้องบันทึกข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อใช้ตรวจสอบความสัมพันธ์ย้อนหลังได้ ทั้งประวัติการฝากครรภ์ ข้อมูลการสมรส บันทึกข้อมูลลงระบบโดยอ้างอิงจากเอกสารแสดงตนฉบับจริงของบิดามารดาเท่านั้น อีกทั้ง เจ้าหน้าที่ต้องนำข้อมูลหนังสือ ท.ร.1/1 เข้าสู่ ระบบให้บริการหนังสือรับรองการเกิด ของกรมการปกครองทันที เพื่อป้องกันการกลับมาแก้ไขข้อมูลภายหลัง

3)การบริหารจัดการบทบาทและหน้าที่ ห้ามบุคคลใดบุคคลหนึ่งทำหน้าที่รวบยอดเพียงคนเดียวเด็ดขาด โดยแบ่งแยกหน้าที่อาทิ พยาบาล/ผู้ทำคลอด: รับรองเฉพาะข้อเท็จจริงทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่เวชระเบียน: บันทึกข้อมูลตามเอกสารสิทธิ์ และตรวจสอบความถูกต้องกับฐานข้อมูลรัฐ และผู้มีอำนาจลงนาม : ตรวจสอบความสอดคล้องของข้อมูลทั้งหมดในภาพรวมก่อนลงนามรับรอง

4) มาตรการป้องกันการทุจริตและข้อห้ามปฏิบัติ สถานพยาบาลต้องไม่อำนวยความสะดวกในการไปจดทะเบียนแจ้งเกิดแทนที่อำเภอ/เขตโดยเด็ดขาด ต้องให้บิดามารดาหรือเจ้าบ้านไปดำเนินการเอง และห้ามออกหนังสือ ท.ร.1/1 ให้เด็กที่ไม่ได้เกิดในโรงพยาบาล เว้นกรณีส่งต่อฉุกเฉินที่มีพยาบาลตัดสายสะดือระหว่างทาง ให้โรงพยาบาลที่มีส่วนร่วมรักษาเป็นผู้ออกเอกสาร

พฤติกรรรมผิดปกติ ความสัมพันธ์พ่อแม่

อีกทั้ง มีการย้ำเตือนให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังหากพบความผิดปกติ ที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของบิดา-มารดา ซึ่งจะต้องแจ้งผู้บริหารเพื่อทำการตรวจสอบทันที 3 ด้าน 8 ข้อสังเกตและข้อพิรุธที่ต้องรายงานกรมการปกครอง

1.ด้านพฤติกรรมและความสัมพันธ์

- บิดาไม่มาปรากฏตัว หรือไม่มีส่วนร่วมดูแลระหว่างพักฟื้น

- มีชายอื่น (ไม่ใช่บิดาคนไทย) มาดูแลเป็นประจำระหว่างฝากครรภ์

- ให้ข้อมูลผู้ติดต่อฉุกเฉินที่ไม่ใช่บิดา

2.ด้านความผิดปกติของข้อมูล

- มารดาต่างชาติไม่ทราบข้อมูลพื้นฐานของบิดา (ที่อยู่, อาชีพ)

- สถานที่ฝากครรภ์ไม่สอดคล้องกับที่พักปัจจุบัน

- อายุบิดาและมารดาห่างกันผิดปกติ (20 ปีขึ้นไป)

- ช่วงเวลาของการจดทะเบียนสมรสดูมีพิรุธ

3.ด้านการแทรกแซงประวัติ

- มีความพยายามขอเปลี่ยนชื่อบิดาในเวชระเบียน หลังจากที่ บันทึกประวัติไปแล้ว

ความผิดเกี่ยวกับการทุจริตทางทะเบียน

ทั้งนี้ ความผิดเกี่ยวกับการทุจริตทางทะเบียน (พ่อทิพย์ กุมารจีเ) ตามพ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541

1.หนังสือรับรองการเกิดในสถานพยาบาลเอกชน แม้หนังสือรับรองการเกิดจะเป็นเอกสารที่ใช้ประกอบการแจ้งเกิดต่อพนักงานทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร แต่สาระสำคัญของหนังสือ ดังกล่าวเกิดขึ้นจากการให้บริการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล กล่าวคือ เป็นการรับรองข้อเท็จจริงที่ผู้ประกอบวิชาชีพได้ประสบพบเห็นจากการทำคลอด การดูแลมารดาและทารกและการบันทึกเวชระเบียน

หนังสือรับรองการเกิดมิใช่เอกสารที่ประชาชนสามารถจัดทำได้เองหากแต่เป็นเอกสารที่กฎหมายกำหนดให้ ผู้ทำคลอดหรือสถานพยาบาลเป็นผู้รับรองข้อเท็จจริงอันเกิดจากการประกอบวิชาชีพ จึงมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการรักษาพยาบาลและการให้บริการของสถานพยาบาล

2.เจตนารมณ์ของกฎหมาย (มาตรา 73) การที่มาตรา 73 ใช้ถ้อยคำว่า "เอกสารกรณีอื่นอันเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล" แทนการกำหนดรายการเอกสารไว้โดยจำกัด แสดงให้เห็นถึงเจตนารมณ์ของกฎหมายที่มุ่งคุ้มครองความน่าเชื่อถือของเอกสารทุกประเภทที่เกิดจากการให้บริการทางการแพทย์ มิใช่จำกัดเฉพาะเวชระเบียนหรือใบรับรองแพทย์เท่านั้น ดังนั้น หนังสือรับรองการเกิดจึงมีลักษณะเป็นเอกสารที่เกิดจากการรักษาพยาบาลและการทำคลอดโดยตรง และอยู่ในความหมายของคำว่า "เอกสารกรณีอื่นอันเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล"

พักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนอนุญาต

3.การรับรองข้อความอันเป็นเท็จ หากผู้ทำคลอดรับรองข้อความอันเป็นเท็จ ไม่ว่าจะเป็นวัน เวลา สถานที่เกิด ตัวผู้คลอดหรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการคลอด ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าไม่เป็นความจริง ย่อมเป็นการจัดทำเอกสารอันเป็นเท็จตามองค์ประกอบความผิดในมาตรา 73 แห่งพ.ร.บ.สถานพยาบาล

พ.ศ. 2541

4.บทกำหนดโทษ (มาตรา 73) หากพบว่ามีการแก้ไขเวชระเบียน หรือหนังสือรับรองการเกิด(ท.5.1/1) อันเป็นเท็จนั้น ผู้รับอนุญาต ผู้ดำเนินการ ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ของสถานพยาบาล ผู้ใดจัดทำหรือยินยอมให้ผู้อื่นจัดทำหลักฐานเกี่ยวกับเอกสารกรณีอื่นอันเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลอันเป็นเท็จ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 73 พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541

5.มาตราการทางปกครอง หากพบข้อเท็จจริงในการปฏิบัติไม่ถูกต้อง หรือปรากฏความเสียหาย หรือความเลือดร้อนอย่างร้ายแรง หากพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้ผู้รับอนุญาตหรือผู้ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องแล้ว ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพจะดำเนินการสั่งพักใช้ใบอนุญาตสถานพยาบาล หรือเพิกถอนใบอนุญาตสถานพยาบาล ตามมาตรา 50 และมาตรา 51 พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ. 2541

ความคิดเห็น