คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

ส่อง ’แผน 3+8’ ฟื้นฟู-ปรับโครงสร้าง รสก. ชูโมเดล ‘การบินไทย‘ คลังถือหุ้นต่ำ 50% 07 ก.ย. 2569

ที่มา: bangkokbiznews.com

“สคร.” เดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างรัฐวิสาหกิจครั้งใหญ่ 3 + 8 แห่ง ได้แก่ ฟื้นฟู 3 กิจการขาดทุนสะสม และปรับโครงสร้างอีก 8 แห่ง ผ่านการควบรวม ตั้งบริษัทลูก หรือลดสัดส่วนถือหุ้นของรัฐให้ต่ำกว่า 50% ยก "การบินไทยโมเดล" เป็นต้นแบบ เพิ่มความคล่องตัวการบริหาร-มูลค่าสินทรัพย์ของรัฐ

นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน สคร. มีแนวคิดปฏิรูปโครงสร้างองค์กรรัฐวิสาหกิจครั้งใหญ่ ในรูปแบบ “3 + 8” ซึ่งแบ่งออกเป็นการฟื้นฟูกิจการจำนวน 3 แห่ง และทบทวนบทบาทหรือปรับโครงสร้างองค์กรอีก 8 แห่ง

ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาโครงสร้างองค์กร ลดภาระทางการคลัง และเปิดทางให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของรัฐวิสาหกิจของประเทศอย่างยั่งยืน

แก้ขาดทุนสะสม 3 ยักษ์ รสก.

กลุ่มแรกคือรัฐวิสาหกิจ 3 แห่งที่อยู่ระหว่างดำเนินแผนฟื้นฟูกิจการ ประกอบด้วย องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก., การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. และ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือ อสมท ซึ่งแต่ละแห่งมีความคืบหน้าเชิงลึกและแนวทางการฟื้นฟูที่แตกต่างกันตามบริบทขององค์กร ดังนี้

• ขสมก. กำลังเร่งผลักดันโครงการเช่ารถโดยสารไฟฟ้า (EV) จำนวน 1,520 คัน ซึ่งคาดว่าจะมีการส่งมอบรถล็อตแรกได้ในเดือน มี.ค. 2570 โดยจะช่วยลดต้นทุนพลังงานและค่าบำรุงรักษา รวมถึงเร่งประสานกระทรวงคมนาคมปรับปรุงเส้นทางเดินรถใหม่ป้องกันความซ้ำซ้อนกับระบบรถไฟฟ้า และทำหน้าที่เป็นเครือข่ายเชื่อมต่อ รับส่งผู้โดยสารเข้าสู่ระบบขนส่งทางรางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

• รฟท. หลังจากเผชิญปัญหาขาดทุนสะสม ได้เดินหน้าฟื้นฟูผ่าน 7 แผนงานตามที่ รฟท. เสนอ เช่น ให้เอกชนเข้ามาร่วมใช้ประโยชน์จากรางรถไฟ เพิ่มความถี่การเดินรถตลอด 24 ชั่วโมง ร่วมกับการพัฒนาและบริหารจัดการที่ดินของ รฟท. เพื่อเพิ่มรายได้ โดยล่าสุด คณะอนุกรรมการ สคร. ได้ส่งแผนงานดังกล่าวกลับไปเพื่อให้ รฟท. จัดทำประมาณการรายได้ งบประมาณที่ต้องใช้ และกรอบเวลาที่ชัดเจนก่อนนำเสนอใหม่อีกครั้ง

• อสมท เผชิญปัญหาจากการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมสื่อและทีวีดิจิทัล โดยแนวทางแก้ไขจะมุ่งเน้นการปรับโครงสร้างการบริหารผ่านคณะกรรมการชุดใหม่ และการแสวงหาพันธมิตรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเข้ามาช่วยปรับโครงสร้าง และฟื้นฟูผลประกอบการให้กลับมาแข่งขันได้ในระยะยาว

ปรับโครงสร้าง 8 แห่ง เตรียมเข้า คนร. ปลาย ก.ย. นี้

นายธิบดี กล่าวต่อไปว่า สำหรับแผนงานในกลุ่มที่สอง ซึ่งเป็นการทบทวนบทบาทปรับโครงสร้างรัฐวิสาหกิจ 8 แห่งนั้น ได้รับการพิจารณามาอย่างต่อเนื่องโดยอิงข้อมูลผลการศึกษาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2567 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี จะยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อรัฐวิสาหกิจทั้ง 8 แห่ง เนื่องจากต้องผ่านการเห็นชอบจากหน่วยงานต้นสังกัดก่อน

โดยแนวทางการปรับโครงสร้างจะมีทั้งรูปแบบการควบรวมกิจการ, การจัดตั้งบริษัทลูก, หรือการปรับลดสัดส่วนการถือหุ้นของรัฐลงต่ำกว่า 50% เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ

“เราได้ประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับกระทรวงเจ้าสังกัดของรัฐวิสาหกิจแต่ละแห่ง เพื่อศึกษาแนวทางปฏิรูปที่เหมาะสม โดยล่าสุด สคร. ได้เสนอแผนปรับโครงสร้างรัฐวิสาหกิจไปแล้ว 3 แห่ง ซึ่งได้รับการเห็นชอบในหลักการจากกระทรวงเจ้าสังกัดแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ช่วงปลายเดือน ก.ย. 2569 นี้” นายธิบดี กล่าว

ชู "การบินไทยโมเดล" ลดถือหุ้นรัฐวิสาหกิจ

นายธิบดี ยังกล่าวด้วยว่า แม้การปรับโครงสร้างโดยการปรับสัดส่วนให้รัฐถือหุ้นต่ำกว่า 50% จะเป็นเรื่องที่อ่อนไหวและส่งผลกระทบในวงกว้าง แต่หากพิจารณาอย่างเป็นเหตุเป็นผล โดยอ้างอิงจากกรณี บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งภาครัฐได้ปรับลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเมื่อปี 2563 จะพบว่าช่วยแก้ไขปัญหาการดำเนินงานได้จริง ทำให้ระบบการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารงานบุคคลมีความยืดหยุ่นและเป็นอิสระมากขึ้น

นอกจากนี้ การบินไทยสามารถฟื้นฟูกิจการจากอดีตที่มีมูลค่าหุ้นลดลงจนเกือบเป็นศูนย์ กลับมามีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมกว่า 120,000 ล้านบาทในปัจจุบัน โดยสัดส่วนหุ้น 38% ที่กระทรวงการคลังถืออยู่ เพิ่มขึ้นมามีมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านบาท จากมูลค่าเงินลงทุนของกระทรวงการคลังที่ 21,000 ล้านบาทเมื่อปี 2567 สะท้อนว่า การปรับลดสัดส่วนหุ้นเป็นกลยุทธ์เชิงพาณิชย์ที่มีประสิทธิภาพในการปกป้องหรือเพิ่มพูนมูลค่าสินทรัพย์ของรัฐ

ความคิดเห็น