โซลาร์เซลล์ 1.5 ล้านหลัง เริ่มกลางตค. รัฐจ่ายให้ 5 หมื่นบ. เอกนิติชี้ลดค่าไฟมหาศาล
เมื่อวันที่ 9 กันยายน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด ภายใต้พรก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในส่วนของวงเงิน 2 แสนล้านบาทหลัง รัฐเตรียมสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในภาคประชาชนว่า โครงการสนับสนุนติดตั้งโซลาร์เซลล์ในภาคประชาชน เป็นโครงการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนจากวิกฤตราคาพลังงานแพงขึ้น ลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานเมื่อมีเหตุสงครามความขัดแย้ง อาทิ สงครามตะวันออกกลาง เบื้องต้นรัฐบาลสนับสนุนค่าติดตั้งโซลาร์เซลล์ครัวเรือนละ 5 หมื่นบาท ติดตั้งได้ทั้งบนหลังคาบ้านและบนพื้นดิน ตั้งเป้าหมายคลอบคลุม 1 ล้านครัวเรือน ขณะนี้กระทรวงมหาดไทยกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ขยายครอบคลุมถึง 1.5 ล้านครัวเรือน อย่างไรก็ดี เป้าหมาย 1 ล้านครัวเรือน ครัวเรือนละ 5 หมื่นบาท จะเป็นเงินประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ยังน้อยกว่างบประมาณใช้สำหรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปีที่ผ่านมาใช้ไปถึง 6 หมื่นล้านบาท หัวใจสำคัญโครงการนี้คือการเปลี่ยนประชาชน จากผู้บริโภคให้กลายเป็นผู้ผลิตไฟฟ้า ขายไฟคืนให้รัฐได้
นายเอกนิติ กล่าวว่า ภายในศุกร์นี้กระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอรายละเอียดเพื่อขอใช้เงิน ภายใต้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ส่วน 2 แสนล้านบาทหลัง เพื่อใช้เปลี่ยนผ่านพลังงานมายังกระทรวงการคลัง หรือช้าสุดไม่เกินสัปดาห์หน้า คาดว่าโครงการจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนกลางตุลาคม 2569ตั้งเป้าให้โครงการแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2570
ประชาชนไม่มีเงินก้อนไม่ต้องกังวล เพราะดึงสถาบันการเงินของรัฐ ทั้งธนาคารออมสิน ธอส. และธ.ก.ส. เข้ามาช่วยลงทุนให้ก่อน จากนั้นการไฟฟ้าฯจะรับซื้อไฟและนำเงินรายได้ส่วนนั้นมาหักชำระหนี้คืนสถาบันการเงิน ทำให้ประชาชนอาจไม่ต้องควักเงินลงทุนเองเลย สำหรับผลตอบแทนนั้น ประเมินเบื้องต้นว่าหากติดตั้งระบบขนาด 5 กิโลวัตต์ และครัวเรือนนั้นมีการใช้ไฟน้อย จะมีรายได้จากการขายไฟคืนให้การไฟฟ้าฯ ประมาณเดือนละ 1,000 บาท สร้างรายได้ระยะยาวตลอดอายุการใช้งานของแผงโซลาร์เซลล์ถึง 25-30 ปี หรือหากเป็นบ้านใช้ไฟเยอะ จะช่วยลดรายจ่ายค่าไฟลงได้มหาศาล เงื่อนไขสำคัญของผู้เข้าร่วมโครงการคือ จะต้องเป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า 1 คน ต่อ 1 สิทธิ รัฐจะจ่ายเงินอุดหนุนก็ต่อเมื่อการไฟฟ้าฯเข้าไปเชื่อมต่อระบบ แบบจัมป์ไฟเรียบร้อยแล้วเท่านั้น เพื่อป้องกันการทุจริตหรือการแอบอ้าง
นายเอกนิติ กล่าวว่า นอกจากนี้การไฟฟ้าฯยังเตรียมปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ ทั้งเปลี่ยนมาใช้สมาร์ทมิเตอร์ (Smart Meter) รุ่นใหม่ ทำระบบสมาร์ทกริด ขยายสายส่ง และระบบกักเก็บพลังงานแบตเตอรี่ (Battery Storage) นอกจากการสร้างรายได้ให้ประชาชนแล้ว โครงการนี้ยังมุ่งเน้นการสร้างงานและสนับสนุนอุตสาหกรรมในประเทศ ได้หารือกับกระทรวงแรงงาน เพื่อเตรียมจัดการฝึกอบรม (Training) ให้กับคนไทยในการสร้างอาชีพ ทั้งในด้านการประกอบ การติดตั้ง และการบำรุงรักษา ขณะเดียวกันในด้านอุตสาหกรรมการผลิต ได้มีการประสานกับ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อส่งเสริมการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ในประเทศไทย จะพิจารณาลดอัตราภาษีศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้าในกลุ่มวัตถุดิบไทยยังผลิตเองไม่ได้ เช่น ตัวเซลล์รับแสง เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการในประเทศมีกำลังการผลิตอยู่แล้วหันมาขายสินค้าในประเทศมากขึ้น จะช่วยสร้างซัพพลายเชน (Supply Chain) ให้แข็งแกร่ง และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคากับสินค้านำเข้าจากประเทศจีนได้อีกด้วย