ซิตี้แบงก์–ธนาคารโลก จัด Thailand Young Economist Contest 2026 เปิดพื้นที่เยาวชนเสนอแนวคิดสร้างงานใน 5 อุตสาหกรรมศักยภาพ พร้อมต่อยอดประสบการณ์ในงาน IMF–World Bank 2026
- ซิตี้แบงก์และธนาคารโลกร่วมกันจัดโครงการประกวด "Thailand Young Economist Contest 2026" เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่เสนอแนวคิดสร้างงานและอาชีพในอนาคต
- โครงการมุ่งเน้นการสร้างงานใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพของไทย ได้แก่ การผลิตขั้นสูง เกษตรและอาหาร บริการดิจิทัล การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์
- ผลงานที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับโอกาสต่อยอดประสบการณ์โดยเข้าร่วมการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF–World Bank Group) ในปี 2026
แพลตฟอร์มแบ่งปันเครื่องจักรที่ช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกรรายย่อย และการนำกล้องโพลารอยด์กับแผ่นเสียงไวนิลมาต่อยอดเป็นสินค้าที่เล่าเรื่องวัฒนธรรมไทย เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดจากคนรุ่นใหม่ที่พยายามตอบโจทย์เดียวกันว่า ไทยจะสร้างงานและโอกาสทางอาชีพใหม่จากอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพได้อย่างไร
ข้อเสนอเหล่านี้ถูกนำเสนอในโครงการ “Thailand Young Economist Contest 2026” ซึ่งธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย ร่วมกับกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) จัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนอายุ 16–32 ปี เสนอแนวคิด โครงการ ตลอดจนข้อเสนอด้านนโยบายและการลงทุนเกี่ยวกับอนาคตการจ้างงานของไทย
การแข่งขันปีนี้มีผู้ส่งผลงานมากกว่า 200 ราย ก่อนคัดเลือก 30 ผลงานเข้าร่วมกิจกรรม Future Skills Lab และเหลือ 10 ผลงานในรอบ Final Showcase โดยผลงานที่ผ่านการคัดเลือกรอบสุดท้ายจะได้รับโอกาสต่อยอดประสบการณ์ในเวทีเศรษฐกิจระดับโลก
สิ่งที่เห็นจากเวทีนี้จึงไม่ใช่เพียงการแข่งขันทางความคิด แต่เป็นความพยายามชวนคนรุ่นใหม่เข้ามามองปัญหาเศรษฐกิจที่อยู่ใกล้ตัว แล้วหาทางเปลี่ยนข้อสังเกตเหล่านั้นให้กลายเป็นข้อเสนอที่มีโอกาสนำไปใช้ได้จริง
5 อุตสาหกรรมกับโอกาสสร้างงานใหม่
หัวข้อการแข่งขันอ้างอิงจากรายงาน “Building Thailand’s Future Today” ของกลุ่มธนาคารโลก ซึ่งระบุถึง 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพต่อการเติบโตและการสร้างงานของไทย ได้แก่ การผลิตขั้นสูง เกษตรและอาหาร บริการดิจิทัล การท่องเที่ยวเชิงยั่งยืนและเชิงสุขภาพ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์
อย่างไรก็ตาม การมีอุตสาหกรรมเป้าหมายไม่ได้หมายความว่าตำแหน่งงานและรายได้จะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะไทยยังต้องเตรียมแรงงานให้มีทักษะสอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจ รวมถึงเปิดทางให้ผู้ประกอบการรายย่อยและคนในชุมชนเข้าถึงเทคโนโลยี ข้อมูล เงินทุน และตลาดได้มากขึ้น
นายอเลฮานโดร อัลคาลา เกเรซ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการสำหรับประเทศไทยและเมียนมา ธนาคารโลก (World Bank) กล่าวว่า การมีงานที่เพียงพอและมีคุณภาพเป็นพื้นฐานของคุณภาพชีวิต ศักดิ์ศรี และการเติบโตทางเศรษฐกิจ เวทีนี้จึงเป็นช่องทางให้คนรุ่นใหม่ได้นำเสนอความคิดต่อโจทย์สำคัญของประเทศ และมีส่วนร่วมออกแบบอนาคตการทำงานและเศรษฐกิจไทย
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญจากซิตี้แบงก์เข้ามาช่วยให้คำแนะนำแก่ผู้เข้าแข่งขัน ตั้งแต่การจัดโครงสร้างแนวคิด การสื่อสาร ไปจนถึงการพิจารณาว่าข้อเสนอแต่ละชิ้นจะพัฒนาเป็นโมเดลที่เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร
จากปัญหาเกษตรกร สู่แพลตฟอร์มแบ่งปันเครื่องจักร
นายนิธิศ ตั้งประภาพร หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการ เลือกพัฒนาแนวคิดเกี่ยวกับภาคเกษตร ซึ่งยังเป็นอาชีพหลักของคนในหลายชุมชน แต่เกษตรกรรายย่อยจำนวนไม่น้อยยังเข้าไม่ถึงเครื่องจักรและข้อมูลที่จำเป็นต่อการวางแผนการผลิต
เขาจึงเสนอแพลตฟอร์มที่เชื่อมเกษตรกรเข้ากับเจ้าของเครื่องจักรทางการเกษตร พร้อมรวบรวมข้อมูลเรื่องดิน น้ำ และสภาพอากาศ เพื่อช่วยให้เกษตรกรวางแผนเพาะปลูกให้เหมาะกับพื้นที่และควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น
นิธิศมองว่า การจะพัฒนาข้อเสนอให้ใช้ได้จริงต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจปัญหาและบริบทของแต่ละพื้นที่อย่างรอบด้าน ก่อนเลือกเทคโนโลยีหรือแนวทางที่เหมาะสมเข้าไปปรับใช้
แนวคิดนี้สะท้อนว่า การยกระดับภาคเกษตรอาจไม่ได้เริ่มจากการมีเทคโนโลยีใหม่ที่สุดเสมอไป แต่อาจเริ่มจากการทำให้เครื่องมือและข้อมูลที่มีอยู่เข้าถึงเกษตรกรรายย่อยได้ง่ายขึ้น
อีกแนวคิดมาจาก นางสาวกรณ์สิริพัชร ดำรงรัตน์ ซึ่งมองเห็นโอกาสจากการกลับมาได้รับความนิยมของสินค้าคลาสสิกอย่างกล้องโพลารอยด์และแผ่นเสียงไวนิล เธอจึงเสนอให้นำสินค้าดังกล่าวมาพัฒนาเป็นของที่ระลึกสำหรับถ่ายทอดเอกลักษณ์และวัฒนธรรมไทยไปยังผู้บริโภคต่างประเทศ
ข้อเสนอนี้เชื่อมตั้งแต่งานออกแบบ การผลิต การเล่าเรื่อง และการตลาด โดยมองว่าวัฒนธรรมสามารถต่อยอดเป็นรายได้และตำแหน่งงานในกลุ่มเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้
โจทย์ต่อจากนั้นคือ จะทำอย่างไรให้รายได้จากสินค้าวัฒนธรรมกระจายไปถึงนักออกแบบ ผู้ผลิตรายย่อย ช่างฝีมือ และชุมชนต้นทาง รวมถึงพัฒนาเป็นธุรกิจที่เติบโตได้หลังจากกระแสความนิยมผ่านไป
เตรียมทักษะคนรุ่นใหม่ รับโลกงานยุค AI
ในช่วงที่ AI และเทคโนโลยีใหม่กำลังเปลี่ยนวิธีทำงานของหลายอุตสาหกรรม ทักษะด้านเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ คนรุ่นใหม่ยังต้องรู้จักวิเคราะห์ปัญหา สื่อสารความคิด และปรับข้อเสนอจากคำแนะนำที่ได้รับ
นางสาวนฤมล จิวังกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย กล่าวว่า ความร่วมมือกับกลุ่มธนาคารโลกเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางซิตี้ในการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจผ่านการพัฒนาทักษะเยาวชน โดยเฉพาะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และความเป็นผู้นำ เพื่อเตรียมให้คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
นฤมลมองว่า ในช่วงที่ AI และเทคโนโลยีเกิดใหม่กำลังเปลี่ยนทั้งภาคธุรกิจและชีวิตประจำวัน คนรุ่นใหม่จะมีบทบาทสำคัญในการนำเครื่องมือเหล่านี้ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลังรับฟังการนำเสนอของผู้เข้ารอบทั้ง 10 คน นฤมลฝากมุมมองถึงเส้นทางการเรียนรู้ของเยาวชนว่า
“ให้ต้นไม้สอนเราว่า การเติบโตต้องใช้เวลา และให้ดอกไม้สอนเราว่า ช่วงเวลาที่เบ่งบานไม่อาจคงอยู่ตลอดไป วันนี้จะแพ้หรือชนะไม่ใช่เรื่องสำคัญ จงมีความสุขกับช่วงเวลานี้ และเรียนรู้ให้มากขึ้นอีกนิดในทุก ๆ วัน” นฤมล กล่าว
มุมมองดังกล่าวทำให้เวทีนี้ไม่ได้มีความหมายเฉพาะผลการแข่งขัน แต่ยังรวมถึงโอกาสที่ผู้เข้าร่วมได้ทดลองเปลี่ยนความคิดให้เป็นข้อเสนอ รับฟังความคิดเห็นจากผู้มีประสบการณ์ และนำสิ่งที่เรียนรู้กลับไปพัฒนาแนวคิดของตนเอง
จากเวทีแข่งขันสู่เวทีเศรษฐกิจโลก
ผลงานที่ได้รับการคัดเลือก 3 ผลงาน จะมีโอกาสเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครเยาวชนในการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ต.ค. 2569 ที่กรุงเทพฯ
สำหรับกรณ์สิริพัชร โอกาสครั้งนี้ถือเป็นพื้นที่สำหรับเรียนรู้แนวคิดและมุมมองจากผู้คนทั่วโลก พร้อมนำมุมมองของคนรุ่นใหม่เข้าไปร่วมแลกเปลี่ยนในประเด็นต่าง ๆ
โอกาสดังกล่าวจึงเป็นอีกขั้นของการนำคนรุ่นใหม่ออกจากเวทีประกวด ไปสัมผัสการทำงานและการหารือด้านเศรษฐกิจในระดับนานาชาติ เพื่อนำประสบการณ์กลับมาต่อยอดแนวคิดของตนเอง