คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

ซาอุฯ หนุนกองกำลังพันธมิตร “กำจัดกบฏฮูตี” หลังโจมตีสนามบิน 2 แห่ง-ฆ่า 3 ศพ

ที่มา: ข่าวสด

ซาอุฯ หนุนกองกำลังพันธมิตร – เอพี รายงานวันที่ 8 ต.ค. ถึงความคืบหน้าเหตุการณ์สนามบิน 2 แห่งในซาอุดีอาระเบียถูกโจมตี โดย กลุ่มกบฏฮูตี ในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน อ้างว่าเป็นผู้ลงมือเมื่อวันพุธที่ 7 ต.ค.ตามเวลาท้องถิ่นว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย

ท่าอากาศยานนานาชาติอับฮาและท่าอากาศยานนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาดถูกโจมตีในช่วงที่ซาอุดีอาระเบียถูกดึงเข้าไปพัวพันกับแนวรบล่าสุดในสงครามอิหร่านมากขึ้น เจ้าหน้าที่ระบุว่า การโจมตีสนามบินอับฮาทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชาวโมร็อกโก 1 ราย ชาวแอลจีเรีย 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 28 ราย ส่วนการโจมตีสนามบินคิงคาลิดทำให้ชาวซูดานเสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 8 ราย

รายงานระบุด้วยว่าเนื่องจากซาอุดีอาระเบียตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จึงมีการสร้างรั้วคล้ายกรงขึ้นใหม่รอบถังบรรจุเชื้อเพลิงและอุปกรณ์อื่นๆ ของซาอุดีอะแรมโค (อารัมโก) บริษัทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติแห่งชาติ ใกล้สนามบินในกรุงริยาด

พล.ต.ตูร์กี อัล-มัลกี โฆษกกองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียเพื่อต่อสู้กับกลุ่มฮูตี กล่าวว่ากองกำลังสกัดกั้นขีปนาวุธที่พุ่งใส่ตอนเหนือของกรุงริยาด และทำลายฐานยิงในกรุงซานา เมืองหลวงของเยเมน ซึ่งถูกใช้เป็นฐานโจมตีซาอุดีอาระเบีย

โดยซาอุดีอาระเบียและกองกำลังพันธมิตรเยเมนเปิดฉากโจมตีทางบกและทางอากาศครั้งใหญ่ มีเป้าหมายเพื่อยึดคืนดินแดนที่กลุ่มฮูตียึดครองไปเมื่อเดือนก่อนตามแนวชายฝั่งทะเลแดง ทางตะวันตกของเยเมน และช่องแคบบับเอล มันเดบ พื้นที่ยึดครองเหล่านั้นทำให้กลุ่มฮูตีสามารถเฝ้าระวังได้ดียิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็ดำเนินการปิดล้อมการขนส่งสินค้าที่เชื่อมโยงกับซาอุดีอาระเบียด้วย

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่กล่าวว่ากองกำลังพันธมิตรสามารถยึดคืนพื้นที่สำคัญหลายแห่งรอบๆ ช่องแคบ พร้อมให้คำมั่นว่าจะให้การสนับสนุนปฏิบัติการอย่างเต็มที่แก่กองกำลังรัฐบาลเยเมนจนกว่ากลุ่มฮูตีจะ “ถูกกำจัด” และปลดปล่อยกรุงซานาภายใต้การควบคุมของกลุ่มกบฏฮูตี

ด้านนายอับดุล มาลิก อัล-ฮูตี ผู้นำกลุ่มฮูตี วิพากษ์วิจารณ์ซาอุดีอาระเบียเกี่ยวกับการสนับสนุนกองกำลังรัฐบาลเยเมนในการปะทะครั้งล่าสุดซึ่งถืแเป็นการทำลายข้อตกลงหยุดยิงที่ทำไว้เมื่อ 4 ปีก่อน การยกระดับความรุนแรงนี้จุดชนวนสงครามกลางเมืองของเยเมนขึ้นอีกครั้งหลังจากหยุดยิงมา 4 ปี ซึ่งในช่วงปะทะล่าสุดมีผู้เสียชีวิตเกือบ 1,000 ราย และกว่า 200,000 รายต้องอพยพพลัดถิ่น

พัฒนาการของเหตุการณ์: 2 รายงาน

ความคิดเห็น