ษัษฐรัมย์ ลั่นอย่าปลุกผีที่มองไม่เห็น ยัน 14 เสียงบอร์ดประกันสังคมเปิดประชุมเองไม่ได้ หากขาดฝ่ายราชการ
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ผู้สมัครกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ทีมประกันสังคมก้าวหน้า กล่าวถึงกรณีความกังวลว่า ผู้แทน 14 เสียงจากทีมประกันสังคมก้าวหน้า ทั้งฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน อาจใช้อำนาจตามกฎหมายเปิดประชุมโดยอาศัยเสียงกรรมการกึ่งหนึ่ง เพื่อเลือกประธานและพิจารณาเรื่องต่างๆ กันเองว่า ความกังวลดังกล่าวเป็นการคิดไปไกล เพราะการประชุมต้องมีองค์ประกอบครบทั้ง 3 ฝ่าย หากฝ่ายราชการไม่เข้าร่วมประชุม ก็ไม่สามารถเปิดประชุมได้
นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการประชุมร่วมกันมาแล้วประมาณ 200 ครั้ง ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ที่กรรมการฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนประชุมกันเองโดยไม่มีฝ่ายราชการเข้าร่วม โดยปลัดกระทรวงแรงงานยังเป็นประธานบอร์ดโดยตำแหน่ง หากปลัดกระทรวงไม่เข้าร่วมประชุม จึงจะมีการเลือกประธานในที่ประชุม ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนทำหน้าที่ประธานการประชุม เนื่องจากมีการพิจารณาตามลำดับอาวุโส และผู้แทนฝ่ายนายจ้างส่วนใหญ่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
“ผมคิดว่าเงื่อนไขแบบนี้ไม่เกิดขึ้น อย่าปลุกผีที่มองไม่เห็น” นายษัษฐรัมย์ กล่าว
นายษัษฐรัมย์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าให้ความสำคัญมาโดยตลอด คือการเปิดเผยรายงานการประชุม และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามาติดตามตรวจสอบการทำงานของบอร์ดได้ เช่นเดียวกับคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) ที่ประชาชนและสื่อมวลชนสามารถติดตามการประชุมและนำประเด็นต่างๆ ไปขยายผลได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวม
ส่วนข้อกังวลว่าการเปิดเผยข้อมูลหรือการมีสื่อมวลชนเข้าร่วมติดตามประชุมจะช่วยป้องกันปัญหาการใช้อำนาจโดยมิชอบได้ทั้งหมดหรือไม่นั้น นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า การเปิดเผยข้อมูลอาจไม่ใช่เครื่องมือวิเศษที่แก้ปัญหาได้ทุกอย่าง แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบ ดีกว่าการฝากความหวังไว้กับความเชื่อว่าบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นคนดีหรือมีความเป็นกลาง เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทุกฝ่ายไม่ได้เป็นกลางเสมอไป จึงจำเป็นต้องมีการถกเถียงบนพื้นฐานของผลประโยชน์ที่แต่ละฝ่ายยึดถือ
นายษัษฐรัมย์ กล่าวว่า จุดยืนของทีมประกันสังคมก้าวหน้าและผู้แทนฝ่ายนายจ้างที่ร่วมทีม คือการมองว่าเงินประกันสังคมเป็นเงินที่ถูกหักจากผู้ประกันตนเพื่อนำมาใช้จัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกันตน โดยการบริหารกองทุนต้องคำนึงถึงประโยชน์ของทั้งผู้ประกันตนและนายจ้าง
“เงินประกันสังคมคือเงินที่ถูกหักมาเพื่อเป็นสวัสดิการของผู้ประกันตน ผู้ประกันตนได้ประโยชน์ นายจ้างก็ได้ประโยชน์ นี่คือจุดยืนของพวกเราที่ชัดเจนว่า ผลประโยชน์ของประกันสังคมคือเรื่องสิทธิประโยชน์และสวัสดิการ” นายษัษฐรัมย์ กล่าว
นายษัษฐรัมย์ กล่าวด้วยว่า ทีมพยายามคัดเลือกผู้แทนฝ่ายนายจ้างที่มีความสามารถและประสบการณ์ด้านการบริหาร แต่สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงความเชี่ยวชาญในการบริหารเท่านั้น หากต้องเป็นนายจ้างที่มองเห็นความเดือดร้อนของประชาชนและผู้ประกันตนเป็นเรื่องเดียวกับความเดือดร้อนของนายจ้างด้วย ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ทีมให้ความสำคัญในการคัดเลือกบุคคลเข้ามาร่วมทำงาน