สรุปดราม่าศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ แม่วัย 63 ร้องถูกขัง 2 ปีครึ่ง CIB บุกตรวจพบห้อง เตียงติดลูกกรง
หญิงวัย 63 ปี ร้องผ่านโหนกระแส อ้างลูกชายพาเข้าสถานดูแลในกาญจนบุรีโดยไม่สมัครใจ และถูกควบคุมตัวนานกว่า 2 ปีครึ่ง หลังเรื่องออกอากาศ CIB เข้าตรวจ พบห้องและเตียงติดโครงเหล็ก ด้านผู้บริหารศูนย์ชี้แจงใช้ดูแลผู้ป่วยจิตเวชอาการรุนแรง ขณะตำรวจยังรวบรวมหลักฐานเพื่อพิสูจน์ข้อกล่าวหา
เจ้าหน้าที่ตรวจพบโครงเหล็กและลวดหนามบริเวณอาคาร ห้องพักบางห้องติดกรงเหล็กและล็อกจากด้านนอก รวมถึงเตียงบางเตียงที่มีโครงเหล็กติดตั้งด้านบน ผู้บริหารศูนย์ชี้แจงว่า ห้องและเตียงลักษณะนี้ใช้สำหรับผู้ป่วยจิตเวชที่มีอาการรุนแรง ซึ่งอาจทำลายข้าวของ ทำร้ายผู้อื่น หรือเดินออกจากพื้นที่ควบคุม
อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ได้สรุปว่าศูนย์กระทำผิดตามข้อร้องเรียน ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจภาพกล้องวงจรปิด สอบพยาน และรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม
เรื่องนี้เริ่มต้นเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 หลัง “แม่ภัทร” หรือ น.ส.นภัทร อายุ 63 ปี เจ้าของโรงงานผลิตเครื่องสำอาง ออกรายการโหนกระแสพร้อมลูกสาว น้องสาว นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด และทนายความ เพื่อร้องขอความเป็นธรรม
น.ส.นภัทรเล่าว่า ช่วงปี 2565 ลูกชายและลูกสะใภ้เข้ามาช่วยทำธุรกิจ ก่อนลูกชายขอเช่าโรงงานและเครื่องจักรไปบริหารเอง ต่อมาปลายปี 2566 ลูกชายแจ้งว่าจะคืนโรงงาน ทำให้เธอเตรียมกลับมาบริหารกิจการอีกครั้ง
วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 น.ส.นภัทรอ้างว่า ลูกชายเดินทางมาหาที่บ้านพร้อมชายอีก 2 คน จากนั้นชายทั้งสองจับตัวเธอขึ้นรถ โดยลูกชายบอกครอบครัวว่าจะพาแม่ไปรักษาอาการทางจิตเวช
ลูกสาวให้ข้อมูลในรายการว่า ขณะนั้นเชื่อคำพูดของพี่ชาย และเข้าใจว่าแม่จะถูกนำไปรักษาที่โรงพยาบาล จึงไม่ได้ขัดขวาง หลังจากนั้นครอบครัวกลับไม่ทราบว่าแม่อยู่ที่ไหนและไม่สามารถติดต่อได้
น.ส.นภัทรระบุว่า เธอถูกพาไปยังศูนย์ดูแลใน จ.กาญจนบุรี ไม่ใช่โรงพยาบาลตามที่ครอบครัวเข้าใจ
เธอกล่าวหาว่า เมื่อไปถึง เจ้าหน้าที่ของศูนย์ควบคุมตัวไว้ในห้องขนาดประมาณ 3 คูณ 3 เมตร ใช้กุญแจมือล็อกกับเตียง ก่อนย้ายไปยังพื้นที่ที่มีลูกกรงและมีผู้พักคนอื่นอยู่ร่วมกัน
น.ส.นภัทรยังอ้างว่า บางช่วงถูกผูกตัวกับเก้าอี้ตั้งแต่ช่วงเช้าถึงช่วงเย็น ต้องขับถ่ายลงในภาชนะ และเคยถูกบังคับให้รับประทานยา ระหว่างอยู่ภายในลูกชายไม่เดินทางมาเยี่ยม
ข้อกล่าวหาเหล่านี้เป็นคำบอกเล่าของ น.ส.นภัทร ซึ่งตำรวจยังอยู่ระหว่างตรวจสอบหลักฐาน
ครอบครัวเริ่มตามหาเธอได้หลังผู้พักในศูนย์อีกคนกำลังจะออกจากสถานที่ น.ส.นภัทรจึงฝากหมายเลขโทรศัพท์ของน้องสาวไปให้
น้องสาวระบุว่า หลังได้รับการติดต่อจึงพยายามตรวจสอบและโทรหาศูนย์ ก่อนประสานอดีตสามีของ น.ส.นภัทรให้ช่วยนำตัวออกมา ในที่สุดครอบครัวสามารถรับตัวกลับออกจากศูนย์ได้
น.ส.นภัทรกล่าวว่า หลังออกมาน้ำหนักลดลงประมาณ 14 กิโลกรัม จากนั้นครอบครัวพาไปพักที่ จ.พิจิตร
วันที่ 13 สิงหาคม 2569 เธอเข้ารับการตรวจทางจิตเวชที่โรงพยาบาลนครสวรรค์ราชนครินทร์ โดยระบุว่าผลตรวจออกมาปกติ ก่อนแจ้งความกับกองบังคับการปราบปรามวันที่ 20 สิงหาคม 2569
ต่อมาวันที่ 3 ตุลาคม 2569 น.ส.นภัทรเข้าแจ้งความเพิ่มเติมที่ สน.วังทองหลาง เกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องตู้เซฟและทรัพย์สิน ก่อนนำเรื่องทั้งหมดมาเปิดเผยผ่านรายการโหนกระแสในวันที่ 5 ตุลาคม
ระหว่างรายการ เจ้าของศูนย์เข้าชี้แจงทางโทรศัพท์ว่า ลูกชายเป็นผู้ทำสัญญาว่าจ้างให้ดูแล น.ส.นภัทร โดยก่อนรับตัว ลูกชายส่งคลิปมาให้ดูและแจ้งว่าแม่มีอาการคลุ้มคลั่ง ทำลายข้าวของ และทำร้ายคนในครอบครัว จึงไม่สามารถดูแลที่บ้านได้
เจ้าของศูนย์ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการทำร้ายร่างกายและการจับแก้ผ้า พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ให้ยานอนหลับหรือยาจิตเวชแก่ น.ส.นภัทร
ส่วนการแยกให้อยู่ในห้องเดี่ยว เจ้าของศูนย์อธิบายว่า ครอบครัวแจ้งว่า น.ส.นภัทรมีพฤติกรรมทำร้ายร่างกาย จึงแยกพื้นที่เพื่อความปลอดภัย
หลังรายการออกอากาศ ตำรวจ กก.5 บก.ป. เข้าตรวจศูนย์ในช่วงเย็นวันที่ 5 ตุลาคม เพื่อหาข้อเท็จจริงตามข้อร้องเรียน
ระหว่างตรวจ เจ้าหน้าที่พบพื้นที่พักชายและหญิงแยกออกจากกัน มีทั้งห้องเดี่ยว ห้องรวม ห้องปรับอากาศและห้องพัดลม นอกจากนี้ยังพบห้องพักติดกรงเหล็ก เตียงติดโครงเหล็ก รวมถึงโครงเหล็กและลวดหนามบริเวณอาคาร
วันที่ 6 ตุลาคม ผู้บริหารศูนย์นำใบอนุญาตจากศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 หรือ สบส.5 มาให้ตำรวจตรวจสอบ พร้อมระบุว่าเปิดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุตั้งแต่ประมาณปี 2549 ก่อนปรับเป็นสถานรับดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงในปี 2564
ผู้บริหารระบุว่า ศูนย์ต่ออายุใบอนุญาตทุกปี และต่ออายุครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569
ข้อมูลที่ศูนย์แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ระบุว่า ปัจจุบันมีผู้เข้ารับการดูแล 92 คน และเจ้าหน้าที่ 19 คน
ผู้เข้ารับการดูแลเป็นผู้ชาย 75 คน แบ่งเป็นผู้ป่วยจิตเวช 68 คน ผู้สูงอายุ 5 คน และผู้ป่วยพักฟื้น 2 คน ส่วนผู้หญิงมี 17 คน แบ่งเป็นผู้ป่วยจิตเวช 13 คน ผู้สูงอายุ 3 คน และผู้ป่วยพักฟื้น 1 คน
เท่ากับว่าศูนย์จัดผู้เข้ารับการดูแล 81 คนจากทั้งหมด 92 คนอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยจิตเวช
สำหรับห้องและเตียงติดลูกกรง ผู้บริหารชี้แจงกับตำรวจว่าใช้กับผู้ป่วยจิตเวชที่มีอาการรุนแรง เนื่องจากบางคนอาจทำลายข้าวของ ทำร้ายร่างกาย หรือเดินไปมา จึงจัดพื้นที่ที่มีโครงสร้างแข็งแรงเพื่อป้องกันอันตราย
คำชี้แจงนี้เป็นข้อมูลจากผู้บริหารศูนย์ ขณะนี้ยังไม่มีผลการตรวจจากหน่วยงานรัฐที่ยืนยันว่า การใช้ห้องหรือเตียงลักษณะดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐานสำหรับการดูแลผู้ป่วยจิตเวชหรือไม่
ล่าสุดเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ตำรวจยังสอบถามผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของศูนย์ ตรวจภาพจากกล้องวงจรปิด และเตรียมสอบพยานเพิ่มเติม เพื่อหาคำตอบว่า น.ส.นภัทรถูกควบคุมตัวและปฏิบัติตามที่กล่าวอ้างหรือไม่
ตำรวจยังไม่ได้แจ้งผลสรุปว่ามีผู้ใดกระทำความผิดจากข้อร้องเรียนนี้ และยังต้องรอพยานหลักฐานก่อนพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย
- จับแม่บ้านรับจ้างดูแลผู้สูงอายุ ทำร้ายยายวัย 85 กว่า 30 ครั้ง
- แฉคลิปแม่บ้านทุบยายอัลไซเมอร์ วงจรปิดจับภาพ
- หมอเหรียญทอง ชี้แจงการบริหารศูนย์ผู้สูงอายุปากช่อง