สปส.เตือนนำโพยเข้าคูหาต้องจำเบอร์ ‘ผู้สมัคร’ ให้ได้ ย้ำ 27 ก.ย. เลือกได้ถึง 16.00 น. ต้นตุลาฯ รู้ผลบอร์ดประกันสังคมใหม่ ทีมนายจ้างเปิดตัว 7 คนสู้ ชูนโยบายไทยยั่งยืน 5 เสาหลัก
เมื่อวันที่ 23 กันยายน ที่ศูนย์การค้าฟอร์จูนทาวน์ สำนักงานประกันสังคม (สปส.) น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เป็นประธานกิจกรรมรณรงค์เชิญชวนนายจ้างและผู้ประกันตนไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) วันที่ 27 กันยายน 2569 เวลา 08.00-16.00 น.
น.ส.กาญจนา กล่าวว่า ผู้มีสิทธิต้องตรวจสอบว่าตนเองมีสิทธิเลือกตั้งหรือไม่ โดยสามารถตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม หรือ แอพพลิเคชั่น SSO Plus และ Line OA ของสำนักงานประกันสังคม สำหรับฝ่ายนายจ้างจะแจ้งข้อมูลผ่านทางอีเมล สำหรับการแจ้งผ่าน SMS จะดำเนินการเฉพาะผู้ลงทะเบียนล่วงหน้าไว้ จะได้รับข้อความ SMS แจ้งเตือนสิทธิและหน่วยเลือกตั้งในวันที่ 25 กันยายนนี้ ส่วนวันลงคะแนนผู้ประกันตนสามารถใช้บัตรประจำตัวประชาชน หรือ แอปพลิเคชัน ThaID ส่วนฝ่ายนายจ้างต้องใช้เอกสารรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล (กรณีมีผู้มีอำนาจมากกว่า 1 คน) และ หนังสือมอบอำนาจตามที่ระเบียบกำหนด บริเวณหน้าหน่วยเลือกตั้งทุกแห่งจะมีบัญชีรายชื่อและหมายเลขผู้สมัครติดประกาศไว้อย่างครบถ้วน ในการเลือกตั้ง ฝ่ายผู้ประกันตนและฝ่ายนายจ้างมีผู้แทนฝ่ายละ 7 ที่นั่ง ผู้มีสิทธิสามารถเขียนหมายเลขผู้สมัครได้ตามจำนวนที่ต้องการ สิ่งที่ต้องระมัดระวัง คือ การเขียนหมายเลขผู้สมัคร หากเขียนสิ่งใดก็ตามที่ไม่ใช่เลขอารบิกอาจส่งผลต่อการพิจารณาบัตรดีหรือบัตรเสีย รวมทั้งไม่สามารถแก้ไข ขีดฆ่า หรือเซ็นชื่อกรรมาธิการกำกับได้
“ในวันเลือกตั้งจะมีการรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการก่อน หลังจากนั้นต้องมีหนังสือจาก กกต.จังหวัด และกกต.กรุงเทพมหานคร ส่งผลการเลือกตั้งเป็นลายลักษณ์อักษรมายังสำนักงานประกันสังคมส่วนกลาง จากนั้นมีการตรวจสอบและทวนสอบผล ก่อนประกาศผลอย่างเป็นทางการ คาดว่าใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1 เดือน ส่วนกรณีมีการสื่อสารและสร้างความสับสนเกี่ยวกับการนำกระดาษหรือวัสดุต่างๆ เข้าไปในสถานที่เลือกตั้ง รวมถึงการจดหมายเลขผู้สมัคร (โพย) เข้าไปในคูหานั้น ในระเบียบกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็น กรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม พ.ศ.2564 มาตรา 44 ระบุว่า ผู้ลงคะแนนจะนำเอกสารหรือวัสดุอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงของผู้สมัครผู้แทนฝ่ายนายจ้างและหรือผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเข้าไป ณ ที่เลือกตั้งไม่ได้ ดังนั้นผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องระมัดระวัง ควรจำหมายเลขผู้สมัครให้ได้ ควรหลีกเลี่ยงการใช้กระดาษหรือวัสดุใดๆที่มีลักษณะเป็นการสื่อสาร การใช้กระดาษจดหมายเลขต่างๆ เข้าไปในสถานที่เลือกตั้ง เพราะอาจใช้เวลาตรวจสอบว่า‘กระดาษดังกล่าวเป็นโพย’ เอกสารหาเสียง หรือ เป็นเพียงกระดาษที่ผู้มีสิทธินำเข้าไปเอง ซึ่งกระทบต่อความล่าช้าในการประกาศผลคะแนน”
เมื่อถามว่าหากใช้วิธีอื่นจดหมายเลข เช่น จดใส่ฝ่ามือ สามารถทำได้หรือไม่ น.ส.กาญจนา กล่าวว่า เป็นเทคนิคของแต่ละคน โดยมีหลายวิธีที่สามารถดำเนินการได้ เรื่องดังกล่าวเป็นการตีความในระเบียบไม่ได้เขียนไว้ในลักษณะนั้น แต่การหลีกเลี่ยงการนำกระดาษเข้าไปจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
ด้าน น.ส.มาลากาลัญ ห่อประทุม ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า เมื่อปิดการลงคะแนนในเวลา 16.00น. จะมีการตรวจสอบการใช้สิทธิ ตรวจสอบบัตรเลือกตั้ง จากนั้นคณะกรรมการประจำที่เลือกตั้งจะแบ่งหน้าที่กัน ตามระเบียบ ข้อ 47 กำหนดว่าการนับคะแนนเลือกตั้งให้กระทำ ณ ที่เลือกตั้งของแต่ละหน่วย และกระทำโดยเปิดเผย ส่วนการติดตามการนับคะแนน เปิดให้ทุกคนรวมถึงผู้สมัครสามารถเข้ามาดูการนับคะแนนและการขานคะแนนได้ แต่จะมีขอบเขตเพื่อไม่ให้กระทบต่อการลงคะแนน โดยสามารถอยู่ในบริเวณพื้นที่นอกเขตที่กั้นไว้ สามารถถ่ายรูปหรือไลฟ์สดได้ แต่ต้องไม่กระทบสิทธิส่วนบุคคล และไม่รบกวนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่
“หลังจากนับคะแนนเสร็จ จะมีการรายงานไปที่ กกต.จังหวัด จากนั้นจะตรวจสอบและรายงานเข้าสู่ระบบของศูนย์อำนวยการเลือกตั้งหรือ กกต.ใหญ่ของประกันสังคม จะมีการอัพเดตผลคะแนนไปเรื่อย ๆ และมีกระบวนการตรวจสอบคะแนนจากกกต.ทั่วประเทศก่อน ให้ถูกต้อง ครบถ้วน ผลเบื้องต้นที่ไม่เป็นทางการน่าจะทราบได้ก่อน แต่คาดว่าอาจเป็นช่วงต้นเดือนตุลาคมจะทราบว่าใครได้รับเลือกเป็นผู้แทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน หลังประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว หากมีผู้ไม่เห็นด้วยกับผลการเลือกตั้งสามารถยื่นคัดค้านได้ภายใน 7 วันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง” น.ส.มาลากาลัญ กล่าว
วันเดียวกัน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาองค์การนายจ้าง และกลุ่ม SME เปิดตัว “ทีมประกันสังคมไทยยั่งยืน” ผู้สมัครกรรมการประกันสังคมฝ่ายนายจ้าง 7 ราย ประกอบด้วย เบอร์ 15 วิภาพรรณ มาประเสริฐ – สภาองค์การนายจ้างธุรกิจไทย, เบอร์ 18 นำชัย เอกพัฒนพานิชย์ – สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, เบอร์ 19 อรรถยุทธ ลียะวณิช – สภาองค์การนายจ้าง, เบอร์ 20 สุรจิต วงศ์คั้งแห – สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, เบอร์ 21 แสงชัย ธีรกุลวาณิช – SME, เบอร์ 23 ธัญชัชณัฏฐ์ วัฒนอุดมเกียรติ – สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ เบอร์ 24 สิษฐพงศ์ วามะศิริภัทร – สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
พร้อม นโยบาย “ไทยยั่งยืน 5 เสาหลัก” ประกอบด้วย 1. ขยายความคุ้มครอง ปฏิรูปสิทธิประโยชน์และสุขภาพผู้ประกันตน 2. บริหารกองทุนอย่างมืออาชีพ โปร่งใส สร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมและยั่งยืน 3. ยกระดับแรงงานและผู้ประกอบการ พัฒนาทักษะ เพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการแข่งขัน 4. ยกระดับบริการด้วยเทคโนโลยีและ AI ลดขั้นตอน เพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพ และ 5. ลดต้นทุน เพิ่มสภาพคล่อง สนับสนุนผู้ประกอบการและการเติบโตของเศรษฐกิจไทย