“สว.สุนทร” เร่งผู้ว่าฯ กทม. ขันน็อตข้าราชการ หลังพบตึกสูงทำผิดกฎหมายพุ่งทะลุ 100 แห่ง ติงเกียร์ว่างแก้ไขอืด จี้ตัดวงจรวัวหายล้อมคอก
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะ ประธานคณะอนุกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ใน คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา พร้อมด้วย นางสมศรี อุรามา สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะคณะอนุกรรมาธิการฯ รวมทั้ง ผู้แทนจาก สภาองค์กรของผู้บริโภค แถลงข่าวตรวจสอบการทำงานของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในการบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาคารสูง โดยเปิดเผยตัวเลขโครงการอสังหาริมทรัพย์และคอนโดมิเนียมชื่อดังที่กระทำผิดกฎหมายด้านความปลอดภัยพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้บริหาร กทม. ให้เร่งแก้ปัญหาก่อนเกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอย
นายสุนทร กล่าวว่า จากการติดตามเรื่องร้องเรียนความไม่ปลอดภัยในอาคารสูงร่วมกับสภาผู้บริโภค พบปัญหาสำคัญคืออาคารหลายแห่งไม่มีถนนโดยรอบอาคารขนาดกว้าง 6 เมตรตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อรองรับการเข้าปฏิบัติการของรถดับเพลิงและรถกู้ภัยกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
ทั้งนี้ หลังจากที่ทางอนุกรรมาธิการฯ ได้ส่งเรื่องให้ กทม. ดำเนินการเมื่อ 30 วันก่อน ซึ่งขณะนั้นพบอาคารเข้าข่ายกระทำผิด 50 แห่ง ทว่าความคืบหน้าล่าสุดกลับน่าผิดหวังอย่างยิ่ง โดย กทม. รายงานว่าสามารถแก้ไขปัญหาได้เพียง 12 โครงการ มีการออกหนังสือแจ้งเตือน 24 โครงการ และเป็นโครงการย่อยอีกเพียงเล็กน้อย ขณะที่ยอดอาคารที่ทำผิดกฎหมายกลับทะยานขึ้นแตะกว่า 100 แห่งแล้วในปัจจุบัน ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นโครงการของผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีชื่อเสียง
นายสุนทร กล่าวเน้นย้ำเชิงตั้งคำถามถึงฝ่ายบริหารกทม. โดยฝากข้อเรียกร้องไปยังผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้ตระหนักถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ควรปล่อยให้การละเลยข้อกฎหมายกลายเป็นเรื่องปกติในสังคม
“ปัญหาน้ำท่วมยังเข้าใจได้ว่าเป็นภัยธรรมชาติและการบริหารจัดการน้ำ แต่กรณีอาคารสูงผิดกฎหมาย เป็นเรื่องของการจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างชัดเจน จึงไม่อยากให้ผู้บริหาร กทม. ทำงานแบบรอให้เกิดเหตุไฟไหม้ เกิดความสูญเสีย แล้วค่อยมาตั้งโต๊ะถอดบทเรียนล้อมคอกเหมือนหลายกรณีในอดีต”นายสุนทรกล่าวและว่า เรียกร้องให้ผู้ว่าฯ กทม. กำชับและสั่งการหน่วยงานใต้บังคับบัญชาลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเข้มงวดและเร่งรัดการบังคับใช้กฎหมายโดยทันที ขณะเดียวกัน ทางสภาผู้บริโภคได้เปิดเผยรายชื่อโครงการชุดแรก 50 อาคารต่อสาธารณะผ่านช่องทางสื่อสารแล้ว เพื่อให้ผู้บริโภคและลูกบ้านร่วมตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยต่อไป