สนพ.เร่งสรุป-พ.ย.ชงเข้า ครม. แห่พิจารณ์แผนพีดีพี คุมค่าไฟฟ้าเฉลี่ย 3.88 บาท ชู”กฟผ.”นำร่องสร้างSMR หอค้าชี้ไทยช่วยไทยบูมซื้อ
วันที่ 8 กันยายน ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวเปิดเผยภายหลังเปิดงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นต่อ ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569 – 2593 (PDP2026) จัดโดย สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) ว่า การจัดทำร่าง PDP2026 ฉบับใหม่เป็นการกลับมาทบทวนแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าอีกครั้ง หลังจากเปิดรับฟังความคิดเห็นไปแล้วเมื่อปี 2567 แต่เกิดเหตุการณ์และปัจจัยใหม่จำนวนมาก จึงต้องนำแผนมาปรับปรุงให้สอดคล้องกับบริบทประเทศในปัจจุบัน
นายประเสริฐ กล่าวว่า หนึ่งในเทคโนโลยีที่ถูกนำมาพิจารณาในร่าง PDP2026 คือ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ SMR (Small Modular Reactor) ซึ่งมองว่าสามารถตอบโจทย์ไฟฟ้าแบบการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ หรือ Zero Emission และเป็นโรงไฟฟ้าแบบความต้องการไฟฟ้าพื้นฐาน (Base Load) ที่จ่ายไฟได้อย่างมีเสถียรภาพ เหมาะกับการรองรับภาคอุตสาหกรรมและดาต้าเซนเตอร์ ที่ต้องการไฟฟ้าต่อเนื่อง ทั้งนี้ ใน 4 กรณี ของ PDP2026 มีการวางปริมาณ SMR สูงสุดประมาณ 9,000 เมกะวัตต์ในปี 2050 ขณะที่การเริ่มต้นโครงการ หากเทคโนโลยีเป็นไปตามแนวทางที่ศึกษาในปัจจุบัน มีแนวทางเริ่มต้นที่ประมาณ 300 เมกะวัตต์
นายประเสริฐ กล่าวว่า สำหรับโครงการ SMR โรงงานแรกนั้นมีแนวโน้มให้รัฐวิสาหกิจเป็นผู้ริเริ่ม ซึ่งอาจจะเป็น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่มีความอ่อนไหวและต้องอาศัยความน่าเชื่อถือสูง ส่วนการเปิดให้เอกชนเข้ามาดำเนินการในโครงการต่อๆ ไป จะขึ้นอยู่กับความพร้อมทั้งการยอมรับของประชาชน ความเข้าใจ เทคโนโลยี และกฎระเบียบ ซึ่งปัจจุบันขนาด SMR ที่มีศักยภาพและสามารถผลิตไฟฟ้าในราคาที่แข่งขันได้ ประเมินไว้ประมาณ 300 เมกะวัตต์ต่อโรง
นายประเสริฐ กล่าวว่า สำหรับด้านต้นทุนค่าไฟฟ้าตามสมมติฐานของร่าง PDP2026 กระทรวงพลังงานพยายามควบคุม ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยตลอดช่วงแผนให้อยู่ที่ประมาณ 3.88 บาทต่อหน่วย โดยอาศัยการผสมผสานเชื้อเพลิงและเทคโนโลยีต่างๆ ภายใต้สมมติฐานของแผน หลังจากเปิดรับฟังความคิดเห็นแล้ว สนพ.จะเปิดช่องทางผ่านเว็บไซต์ให้ประชาชนและผู้เกี่ยวข้องเสนอความคิดเห็นและคำถามเพิ่มเติม โดยกำหนดระยะเวลารับฟังประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนรวบรวมข้อเสนอแนะมาพิจารณาว่ามีประเด็นใดที่ต้องปรับปรุงหรืออธิบายเพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าจะปรับปรุงร่างแผนได้ภายในเดือนตุลาคม ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และคาดว่าจะเสนอ กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต (กพช.) และ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ประมาณเดือนพฤศจิกายน
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและดัชนีความเชื่อมั่นของหอการค้าไทย ประจำเดือนสิงหาคม 2569 ว่า ภาพรวมดัชนีความเชื่อมั่นทั้งสองภาคส่วนปรับตัวดีขึ้นในเกือบทุกรายการพร้อมกันเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน โดยเฉพาะดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 53.2 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันอยู่ที่ 36.5 และดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตอยู่ที่ 61.4 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 โดยรับอานิสงส์สำคัญจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่ช่วยพยุงเรื่องการบริโภคและบรรเทาค่าครองชีพในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา
“ปัจจัยบวกที่ช่วยส่งเสริมกำลังซื้อของประชาชนมาจากการอุดหนุนของภาครัฐ ผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโครงการไทยช่วยไทยพลัส เพื่อพยุงการบริโภคและบรรเทาค่าครองชีพ” นายธนวรรธน์ กล่าว