สาเหตุ กทม. ลูกเห็บตก สัญญาณโลกแตกไหม? ไขปริศนาน้ำแข็งร่วงเมืองร้อน
ชาวกรุงแตกตื่น ลูกเห็บตกย่านลาดพร้าววังหิน-จตุจักร สงสัยสัญญาณสภาพอากาศวิปริตหรือโลกแตก นักวิชาการยันเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งแรกในเมืองหลวง
หลังช่วงบ่ายวันที่ 1 ตุลาคม 2569 หลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครมีฝนฟ้าคะนอง พร้อมรายงานพบ ลูกเห็บตก โดยเฉพาะแถบลาดพร้าววังหิน จตุจักร และลาดพร้าว ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า เหตุใดเมืองที่อากาศร้อนอย่างกรุงเทพฯ จึงมีน้ำแข็งตกลงมาจากฟ้า และนี่เป็นครั้งแรกหรือไม่
คำตอบคือ ไม่ใช่ครั้งแรก และลูกเห็บก็ไม่จำเป็นต้องเกิดในสถานที่ที่พื้นดินมีอากาศหนาว เพราะต้นกำเนิดของลูกเห็บอยู่สูงขึ้นไปหลายกิโลเมตรภายในเมฆฝนฟ้าคะนอง ซึ่งมีอุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งได้มาก แม้คนด้านล่างจะกำลังเจอกับอากาศร้อนก็ตาม
ช่วงประมาณ 16.00 น. กรุงเทพมหานครรายงานกลุ่มฝนเล็กน้อยถึงปานกลางกระจายตัวในหลายเขต เช่น สวนหลวง บางกะปิ จตุจักร พญาไท ดินแดง วัฒนา บางซื่อ และพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ ขณะเดียวกันมีรายงานลูกเห็บจากย่านลาดพร้าววังหินและพื้นที่ใกล้เคียง
กรมอุตุนิยมวิทยาระบุในพยากรณ์ประจำวันที่ 1 ตุลาคมว่า ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ เนื่องจาก มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้ปกคลุมอ่าวไทย ทำให้บรรยากาศยังมีความชื้นเพียงพอสำหรับการก่อตัวของเมฆฝน กรมการค้าภายใน
อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยาไม่ได้ระบุในพยากรณ์ช่วงเช้าว่า กรุงเทพฯ จะเกิดลูกเห็บโดยตรง การเกิดลูกเห็บในช่วงบ่ายจึงเป็นปรากฏการณ์ระดับพื้นที่ที่เกิดขึ้นภายในกลุ่มพายุฝนฟ้าคะนองบางก้อน ซึ่งพัฒนาตัวรุนแรงกว่าพื้นที่รอบข้าง
หลักการเกิดลูกเห็บเริ่มจาก อากาศร้อนและชื้นใกล้พื้นดินลอยตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว จนสร้างเมฆคิวมูโลนิมบัส หรือเมฆฝนฟ้าคะนองที่มีการพัฒนาตัวในแนวดิ่งสูงมาก
ภายในเมฆจะมีกระแสลมพัดขึ้น หรือ Updraft ที่แรงพอจะพาหยดน้ำขึ้นไปยังบริเวณที่อุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส หยดน้ำจึงเริ่มแข็งตัวเป็นน้ำแข็ง จากนั้นอาจถูกกระแสลมพัดขึ้นลงภายในเมฆหลายครั้งและชนกับหยดน้ำเย็นยิ่งยวด ทำให้มีชั้นน้ำแข็งเกาะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อก้อนน้ำแข็งมีน้ำหนักมากจนกระแสลมภายในเมฆพยุงไว้ไม่ได้ หรือกระแสลมยกตัวเริ่มอ่อนกำลังลง ลูกเห็บจึงร่วงลงสู่พื้น Met Office
แล้วทำไมลูกเห็บไม่ละลายเสียก่อน ทั้งที่กรุงเทพฯ ร้อน?
ในพื้นที่เขตร้อน ระดับความสูงที่อุณหภูมิลดลงถึง 0 องศามักอยู่สูงจากพื้นมาก ทำให้ก้อนน้ำแข็งต้องผ่านชั้นอากาศอุ่นเป็นระยะทางค่อนข้างไกล และลูกเห็บจำนวนมากสามารถละลายกลายเป็นฝนก่อนถึงพื้นได้ นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่กรุงเทพฯ พบลูกเห็บไม่บ่อยเหมือนพื้นที่สูงหรือภูมิภาคที่มีอากาศเย็นกว่า NOAA อธิบายว่า แม้พายุฝนฟ้าคะนองจำนวนมากจะสร้างลูกเห็บอยู่ด้านบน แต่ลูกเห็บอาจละลายก่อนลงถึงพื้นได้หากระดับเยือกแข็งอยู่สูง NOAA
กรณีที่ลูกเห็บตกถึงพื้นกรุงเทพฯ ได้ จึงหมายความว่าอย่างน้อยลูกเห็บบางส่วนก่อตัวจนมีขนาดและความแข็งเพียงพอ รวมทั้งเดินทางลงจากเมฆเร็วพอที่จะไม่ละลายหมดก่อนถึงพื้น
ยิ่งกระแสลมยกตัวในเมฆแข็งแรง ก็ยิ่งสามารถพยุงก้อนน้ำแข็งไว้ได้นานและเปิดโอกาสให้ลูกเห็บเติบโตมากขึ้น ขณะที่พายุขนาดเล็กหรือมีอายุสั้นมักสร้างลูกเห็บขนาดเล็กกว่า
ดังนั้น การเห็นลูกเห็บในกรุงเทพฯ ไม่ได้หมายความว่าอุณหภูมิบริเวณพื้นดินลดลงต่ำกว่า 0 องศา และไม่ได้หมายความว่าเมืองกำลังเข้าสู่สภาพอากาศหนาวผิดปกติ แต่เป็นผลจากสภาพอากาศภายใน เมฆฝนฟ้าคะนองที่อยู่สูงเหนือพื้นดิน
ครั้งนี้เป็นลูกเห็บตกในกรุงเทพฯ ครั้งแรกหรือไม่
ย้อนกลับไปวันที่ 8 พฤษภาคม 2558 เคยมีรายงานลูกเห็บตกหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ ทั้งถนนสุขุมวิท ถนนศรีอยุธยา และบริเวณทำเนียบรัฐบาล โดยมาพร้อมฝนและลมกระโชกแรง
วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 มีลูกเห็บขนาดประมาณ 1 เซนติเมตรตกบริเวณซอยรัชดา 36 โชคชัย 4 และลาดพร้าววังหิน ซึ่งน่าสนใจว่าลาดพร้าววังหินกลับมามีรายงานลูกเห็บอีกครั้งในเหตุวันที่ 1 ตุลาคม 2569
ต่อมาวันที่ 24 เมษายน 2566 เขตสายไหมของกรุงเทพฯ ก็พบลูกเห็บอีกครั้ง หลังเกิดฝนหนักและลมกระโชกแรง โดยมีรายงานจากสุขาภิบาล 5 แขวงออเงิน และพื้นที่ใกล้เคียง บางก้อนมีขนาดใกล้เคียงเหรียญ 1 บาท
กรมอุตุนิยมวิทยาเคยพยากรณ์โดยตรงในวันที่ 30 เมษายน 2566 ว่า กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีโอกาสเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และ ลูกเห็บตกบางแห่ง แสดงให้เห็นว่าปรากฏการณ์นี้สามารถเกิดขึ้นในเมืองหลวงได้เมื่อโครงสร้างบรรยากาศเหมาะสม แม้จะเกิดไม่บ่อยนัก
เหตุการณ์วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ยังมีความแตกต่างจากลูกเห็บที่มักพบในช่วงพายุฤดูร้อนเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม เพราะขณะนี้ประเทศไทยตอนบนยังอยู่ในช่วงปลายฤดูฝน กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่าในช่วง 1 ถึง 3 ตุลาคม ประเทศไทยยังมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ ก่อนที่ช่วง 4 ถึง 7 ตุลาคม จะมีมวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ลงมาและทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนหนักเพิ่มขึ้นบางแห่ง
สรุปง่าย ๆ สาเหตุที่คนกรุงเทพฯ เห็นก้อนน้ำแข็งตกลงมาทั้งที่ข้างล่างยังร้อน คือ น้ำแข็งไม่ได้เกิดที่พื้น แต่เกิดอยู่ด้านบนของเมฆฝนฟ้าคะนองที่เย็นจัด เมื่อกระแสลมภายในเมฆแรงพอ หยดน้ำจะถูกพาขึ้นไปแข็งตัวและสะสมเป็นลูกเห็บ ก่อนตกลงมาถึงพื้นในช่วงเวลาสั้น ๆ
และสำหรับกรุงเทพฯ แม้จะไม่ใช่เหตุการณ์ที่พบกันทุกปี แต่ก็ไม่ได้เหนือธรรมชาติหรือเพิ่งเกิดเป็นครั้งแรก วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นอีกครั้งที่กลุ่มเมฆฝนเหนือเมืองพัฒนาแรงพอให้ก้อนน้ำแข็งจากชั้นบรรยากาศด้านบนเดินทางมาถึงพื้นได้สำเร็จ
- ด่วน กรุงเทพลูกเห็บตก หลายพื้นที่ กลางฝนฟ้าคะนอง อากาศสุดวิปริต
- กรมอุตุเตือน 26 จังหวัด “พายุฤดูร้อน” ถล่ม ฝนตกหนัก-ลมแรง-ลูกเห็บตก
- “ชัชชาติ” เตือนเย็นนี้กรุงเทพฝนตกอีก สถานการณ์ไม่น่าห่วง เชื่อไม่เกิดน้ำท่วมหนัก
- กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 1 ตุลาคม 2569
- กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 7 วัน
- NOAA อธิบายการเกิดลูกเห็บ
- NOAA Severe Weather 101 เรื่องการก่อตัวของลูกเห็บ
- ไทยรัฐ ย้อนเหตุลูกเห็บตกกลางกรุงเทพฯ ปี 2558