สบส.ย้ายทันที ผอ.ศบส.5 ปมศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ‘โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม’ กาญจนบุรี ‘พัฒนา’ สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง หากผิด ไม่มีละเว้น
จากกรณี แม่ภัทร วัย 63 ปี ร้องเรียนผ่านรายการโหนกระแส อ้างว่าถูกลูกชายและลูกสะใภ้หลอกส่งเข้าศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี นานกว่า 2 ปีครึ่ง หวังฮุบทรัพย์สิน ก่อนตำรวจสอบสวนกลางร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ พบห้องกั้นเหล็ก ลวดหนาม และเตียงกรงเหล็กที่ล็อกกุญแจจากด้านนอก ด้านเจ้าของศูนย์ยืนยันเปิดถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมชี้แจงว่าใช้กรงเพื่อป้องกันผู้ป่วยจิตเวชทำร้ายตัวเองและผู้ป่วยรายอื่น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบการต่อเติมผิดระเบียบ การรับผู้ป่วยเกินจำนวน และกรงขังที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสาธารณสุข
กระทั่ง นพ.ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ “โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม การดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง” เลขที่ 659/9 หมู่ 2 ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงและปรับสภาพพื้นที่จากที่ได้รับอนุญาต เตียงของผู้รับบริการที่มีการดัดแปลงเพิ่มโครงเหล็กลักษณะเป็นลูกกรงไว้สำหรับครอบปิดผู้ให้บริการเพื่อขังไว้อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานด้านสถานที่ ความปลอดภัย และการให้บริการในสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ ยังมีการให้บริการนอกพื้นที่ที่ได้รับอนุญาต และมีการรับผู้รับบริการซึ่งเป็นผู้ป่วยจิตเวชเข้ารักษาในสถานประกอบการดังกล่าว เข้าข่ายการกระทำหรือบริการที่ขัดต่อกฎหมาย
ล่าสุด นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยทางเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม สั่งย้าย ผอ.ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 พร้อมเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง “ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ” กาญจนบุรี
นายพัฒนาระบุว่า มีผลทันที! ย้าย ผอ.ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณี “ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ” กาญจนบุรี จากกรณีที่เกิดขึ้นที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ผมได้กำชับให้ สบส.เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับประชาชนอย่างเร่งด่วน
“ล่าสุด สบส.มีคำสั่งให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ผอ.ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 5 ย้ายไปที่ส่วนกลาง ที่กรมสนับสนุนฯ ระหว่างรอการสอบสวน เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากผลการตรวจสอบพบการกระทำผิด จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่มีละเว้น ความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน ต้องมาก่อนเสมอครับ” นายพัฒนาระบุ