ตลาดรถไทยเดือนสิงหาคม 2569 โต 25.59% จากแรงซื้อรถยนต์ไฟฟ้า แต่ยอดผลิต EV ในประเทศยังต่ำกว่ายอดขาย ขณะที่รถกระบะและการส่งออกเผชิญแรงกดดัน ส.อ.ท.หวังรัฐเร่งมาตรการกระตุ้นตลาดเพื่อพยุงฐานผลิตและการจ้างงาน
นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ เปิดเผยว่า ขอขอบคุณภาครัฐสำหรับมติคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้า (บอร์ด EV) เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอของภาคอุตสาหกรรมบางส่วน โดยเฉพาะแนวทางปกป้อง กระตุ้น และส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
หนึ่งในแนวทางที่ภาคอุตสาหกรรมสนับสนุนคือการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต ให้รถยนต์ไฟฟ้านำเข้าจากผู้ผลิตที่ไม่มีโรงงานในไทยเสียภาษีสูงกว่ารถที่ผลิตในประเทศ โดยมองว่าการกำหนดอัตราภาษีตามระดับการลงทุน การผลิต และการสร้างมูลค่าเพิ่มในไทย จะช่วยจูงใจให้ค่ายรถขยายฐานผลิตและใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากขึ้น
นายสุวัชร์ระบุว่า ขณะนี้ยังต้องรอประกาศอัตราภาษีอย่างเป็นทางการ พร้อมเดินหน้าศึกษาเกณฑ์สัดส่วนชิ้นส่วนไทย หรือ Thai content เพื่อให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศได้รับประโยชน์ รวมถึงข้อเสนอเรื่องปริมาณนำเข้าที่เชื่อมโยงกับมูลค่าทางเศรษฐกิจซึ่งผู้ผลิตสร้างในไทย
EV ดันยอดขาย แต่ยอดผลิตในไทยยังตามหลัง
สำหรับยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือนสิงหาคม 2569 อยู่ที่ 59,809 คัน เพิ่มขึ้น 1.04% จากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้น 25.59% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน โดยรถยนต์นั่งไฟฟ้าขายได้ 19,721 คัน เพิ่มขึ้น 113.29% คิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด
ขณะที่ยอดผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้าในเดือนเดียวกันอยู่ที่ 13,126 คัน ต่ำกว่ายอดขาย 6,595 คัน ส่วนช่วง 8 เดือนแรกของปี ผลิตได้ 60,578 คัน เทียบกับยอดขาย 145,132 คัน โดยข้อมูลที่ ส.อ.ท.นำเสนอระบุว่ารถยนต์นั่งไฟฟ้านำเข้ามี 84,554 คัน หรือ 58.26% ของยอดขาย ภาคอุตสาหกรรมจึงต้องการให้โครงสร้างภาษีสร้างสมดุลระหว่างรถนำเข้าและการลงทุนผลิตในประเทศ
จี้กระตุ้นรถกระบะ หลังยอดขายหดต่อเนื่อง
แม้ยอดขายรถยนต์รวมในประเทศช่วง 8 เดือนแรกอยู่ที่ราว 466,000 คัน แต่ตลาดรถกระบะ ซึ่งเป็นฐานผลิตสำคัญของไทย ยังคงหดตัวต่อเนื่อง นายสุวัชร์ ระบุว่า ยอดขายรถกระบะลดลงราว 63% เมื่อเทียบกับปี 2565 และเริ่มเผชิญแรงกดดันจากตลาดส่งออกด้วย
ส.อ.ท.กังวลว่าการผลิตรถกระบะที่ลดลงจะกระทบผู้ผลิตชิ้นส่วนและการจ้างงานในวงกว้าง เนื่องจากรถกระบะบางรุ่นใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศมากกว่า 90% จึงหวังเห็นมาตรการกระตุ้นตลาดจากภาครัฐในระยะใกล้ ทั้งด้านกำลังซื้อและการเข้าถึงสินเชื่อ เพื่อรักษาปริมาณการผลิตและความสามารถในการแข่งขันของห่วงโซ่อุตสาหกรรมไทย
ด้านการส่งออก ช่วง 8 เดือนแรกของปีส่งออกรถยนต์ได้ 565,037 คัน ลดลง 6.29% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย ส.อ.ท.ระบุว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลต่อยอดส่งออกรถกระบะไปยังตลาดดังกล่าว ขณะเดียวกัน กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ยังสนับสนุนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตได้ในประเทศ เพื่อช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้าและพยุงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง