คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

รู้จัก ‘ดีเซลย้อมแดง’ ทรัมป์จะใช้สู้ ‘ดีเซลแพง’ รู้จัก ‘ดีเซลย้อมแดง’ ทรัมป์จะใช้สู้ ‘ดีเซลแพง’ 01 ต.ค. 2569 | 15:00 น.

ที่มา: bangkokbiznews.comอ่านแล้ว: 1

รู้จัก ‘ดีเซลแดง’ น้ำมันที่แทบไม่ต่างจากดีเซลทั่วไป แต่ถูกย้อมสีเพื่อบ่งชี้สถานะ ‘ยกเว้นภาษี’ จากเชื้อเพลิงสำหรับไร่นาและไซต์ก่อสร้าง วันนี้กำลังกลายเป็นหนึ่งในทางเลือกของรัฐบาลทรัมป์ หวังสกัดราคาดีเซลพุ่งเป็นประวัติการณ์

โดยปกติ “น้ำมันดีเซล” ที่เราคุ้นตาจะมี “สีเหลืองใส” แต่ในสหรัฐ ยังมีดีเซลอีกประเภทที่สะดุดตาด้วย “สีแดง” ซึ่งไม่ได้เกิดจากสูตรเชื้อเพลิงพิเศษ หากเป็นการเติมสีย้อมลงไปเพื่อบ่งชี้ว่า น้ำมันชนิดนี้ “ได้รับยกเว้นภาษีเชื้อเพลิง” และอนุญาตให้ใช้กับงานนอกถนนเป็นหลัก เช่น รถแทรกเตอร์ในไร่นา และเครื่องจักรในไซต์ก่อสร้าง

ขณะที่การนำไปใช้กับรถยนต์ทั่วไปที่วิ่งบนถนนสาธารณะ ถือว่าผิดกฎหมาย เนื่องจากเข้าข่ายหลีกเลี่ยงภาษี

แต่ในวันที่ราคาดีเซลสหรัฐพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6.53 ดอลลาร์ต่อแกลลอน “ดีเซลย้อมแดง” (Red-dyed Diesel) ที่เคยจำกัดการใช้งานอยู่ในเฉพาะฟาร์มและพื้นที่ก่อสร้าง กำลังถูกจับตามองในฐานะหนึ่งในทางเลือกของรัฐบาลทรัมป์ เพื่อช่วยบรรเทาราคาน้ำมันที่พุ่งแรง

ทำเนียบขาวกำลังพิจารณาผ่อนคลายข้อจำกัด เพื่อเปิดทางให้จำหน่ายดีเซลแดงได้กว้างขึ้น ท่ามกลางภาวะอุปทานตึงตัวจากสงครามตะวันออกกลาง การโจมตีโรงกลั่นรัสเซียโดยยูเครน และสต็อกน้ำมันทั่วโลกที่ลดลง

คำถามคือ ในเมื่อ “ดีเซลแดง” แทบไม่ต่างจากดีเซลทั่วไป สิ่งที่ทำให้มันถูกกว่า กลับเป็นเพียงการได้รับยกเว้นภาษี แล้วมาตรการนี้จะช่วยลดราคาดีเซลของสหรัฐได้มากเพียงใด?

ปัจจุบัน ดีเซลสำหรับใช้บนถนนของสหรัฐถูกเก็บภาษีทั้งระดับรัฐบาลกลางและระดับรัฐ โดยภาษีรัฐบาลกลางอยู่ที่ประมาณ 24.3 เซนต์ต่อแกลลอน ขณะที่ภาษีระดับรัฐเฉลี่ยประมาณ 35.5 เซนต์ต่อแกลลอน ดังนั้น การเปิดทางให้ใช้ดีเซลแดงมากขึ้น อาจช่วยลดภาระภาษีของผู้ใช้บางกลุ่มได้

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า มาตรการนี้ไม่ได้แก้ปัญหาหลักที่ทำให้ราคาดีเซลพุ่ง เพราะไม่ได้ทำให้ปริมาณน้ำมันดีเซลในตลาดเพิ่มขึ้น

“ผู้ใช้ดีเซลย้อมสีไม่จำเป็นต้องจ่ายภาษีสรรพสามิตทั้งของรัฐบาลกลางและระดับรัฐ แต่สิ่งนี้ไม่ได้ทำให้ปริมาณน้ำมันดีเซลโดยรวมที่ผลิตเพื่อใช้ภายในประเทศเปลี่ยนแปลงไป” ทอม โคลซา หัวหน้าที่ปรึกษาด้านพลังงานของ Gulf Oil กล่าว

ข้อมูลจากรัฐบาลกลางสหรัฐระบุว่า ภาคขนส่งสหรัฐใช้น้ำมันดีเซลเกือบ 123 ล้านแกลลอนต่อวัน หรือราว 45,000 ล้านแกลลอนต่อปี คิดเป็นประมาณ 75% ของการใช้น้ำมันกลั่นประเภท distillate ทั้งหมด ขณะที่ดีเซลสำหรับใช้นอกถนน คิดเป็นประมาณ 30% หรือราว 18,200 ล้านแกลลอนต่อปี

เพรเบน เซอร์ลี นักวิเคราะห์จาก Rystad Energy จึงมองว่า แม้การขยายการใช้ดีเซลแดง อาจช่วยลดต้นทุนให้ผู้ใช้ที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษี แต่จะไม่ทำให้ราคาดีเซลขายส่งลดลง เพราะโรงกลั่นยังสามารถขายน้ำมันตามราคาตลาดเช่นเดิม

“โรงกลั่นยังคงได้รับราคาตลาดสำหรับเชื้อเพลิงที่ขาย และผลกระทบหลักจะเป็นการทำให้รายได้ภาษีของรัฐบาลกลางลดลง มาตรการนี้แทบไม่ได้ช่วยเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ด้านอุปทานหรือปัจจัยพื้นฐานของตลาด”

กล่าวอีกนัยหนึ่ง “ดีเซลแดง” อาจช่วยลดภาระจากภาษี แต่ไม่ได้สร้างน้ำมันเพิ่มขึ้นแม้แต่แกลลอนเดียว ดังนั้น ตราบใดที่ปัญหาอุปทานตึงตัวยังไม่ได้รับการแก้ไข ผลต่อราคาดีเซลโดยรวมก็อาจมีอยู่อย่างจำกัด

อ้างอิง: reuters, kendrick

ความคิดเห็น