⦁…นับถอยหลังมหากาพย์คดีฮั้ว ส.ว.ที่ “7 เสือ กกต.” มีคิวลงมติชี้ขาดในวันที่ 14 ก.ย.จะออกไปในทิศทางใด หลังการออกมาเปิดเกมรุกของฝ่ายค้าน-ไอลอว์ ท่ามกลางกระแสสังคมที่จับจ้องและกดดันไปยัง “กกต.” มี 3 แนวทางเลือกที่จะชี้ขาด แนวทางแรก ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เอาผิด “229 คน” ตามความเห็นของคณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 26แนวทางที่สอง ยกคำร้องทั้งหมดตามความเห็นของอนุกรรมการฯ ชุดที่ 36และ แนวทางที่สาม ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ “เอาผิดแบบจำกัดวง” ว่ากันว่ามีแนวโน้มสูงที่จะชี้ขาดออกมาในแนวทางนี้
⦁…ที่ผ่านมาการทำหน้าที่ของ “กกต.” ถูกตั้งคำถามมาอย่างต่อเนื่อง ในแง่ของความเป็นอิสระ ความโปร่งใส แน่นอนว่าบทสรุปของวันที่ 14 ก.ย.ไม่ใช่แค่ชี้ชะตาคดีฮั้ว ส.ว. แต่ยังเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ในบทบาทของ “กกต.” ว่าจะสามารถสร้างความเชื่อมั่น ฟื้นความศรัทธา ได้มากน้อยแค่ไหน
⦁…ปมร้อน “ดาต้าเซ็นเตอร์” โผล่กลางกรุงเทพฯ จนสร้างความวิตกกังวลแก่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียงว่าจะไม่มีความปลอดภัย ภาครัฐจึงไม่อาจปฏิเสธเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการปล่อยปละ ไร้การควบคุมจัดการดูแล การออกมาสั่งการล้อมคอกของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ถือเป็นการแก้ไขสถานการณ์ได้ทันท่วงที ยังต้องติดตามว่ากลไกหลักอย่าง “คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์” ที่มี เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ-รมว.คลัง เป็นประธาน จะสามารถวางกติกา กำกับดูแลใหม่ ลดผลกระทบกับประชาชนได้ดีแค่ไหน
⦁…หนึ่งในประเด็นสำคัญที่กลุ่มนักวิชาการเน้นย้ำ คือ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ด้วยปัจจุบันดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ได้ถูกกำหนดให้เป็นประเภทกิจการที่ต้องจัดทำ EIA ทั้งที่เป็นอาคารใช้พลังงานและทรัพยากรสูง มีแนวโน้มสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน จึงควรเพิ่ม “ดาต้าเซ็นเตอร์” เข้าไปในข้อกำหนด EIA ยิ่งเข้าไปตรวจเช็กข้อมูลของ “datacenter map” กรุงเทพฯ มีดาต้าเซ็นเตอร์กว่า 45 แห่ง บางแห่งตั้งอยู่ในอาคาร สำนักงานเสียด้วยซ้ำ
⦁…นโยบายปฏิรูประบบราชการไทยของรัฐบาล นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล เดินหน้าไปเร็วกว่าที่คาดไว้ หลังที่ประชุม ครม. 11 ส.ค. มีมติเห็นชอบในหลักการที่ ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ นำเสนอ ล่าสุดสัปดาห์ก่อนสำนักงาน ก.พ. ส่งหนังสือแจ้งแนวทางปฏิบัติไปยังแต่ละกระทรวง และจังหวัด หนึ่งในประเด็นที่สำคัญ ตั้งแต่ ช่วงปีงบประมาณ 2569-2575 จะไม่มีการอนุมัติ “อัตราข้าราชการใหม่”
⦁…ปิดท้ายด้วยข่าวดีกับผลการประเมิน PISA 2025 ของไทยที่เพิ่งประกาศผลกันไปสดๆ ร้อนๆ ปรากฏว่า นักเรียนไทยมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก PISA 2022 ด้านวิทยาศาสตร์ 432 คะแนน เพิ่มขึ้น 23 คะแนน คณิตศาสตร์ 407 คะแนน เพิ่มขึ้น 13 คะแนน และการอ่าน 392 คะแนน เพิ่มขึ้น 13 คะแนน ในภาพรวมจึงขยับจากอันดับ 58 มาอยู่ที่ 53 ของโลก โดยการประเมินครั้งนี้มีนักเรียนจากทั่วโลกเข้าร่วม กว่า 760,000 คน เป็นกลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของนักเรียนอายุ 15 ปีประมาณ 33 ล้านคน จาก 91 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ นับเป็นทิศทางที่ดีของการศึกษาไทย