เมื่อเวลา 10.44 น. วันที่ 28 ก.ย. ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำ (JICC) ว่า ปัจจุบันนี้ อ่างเก็บน้ำและเขื่อนทางภาคเหนือยังมีพื้นที่เก็บน้ำได้อยู่ในปริมาณมาก ซึ่งเขื่อนเจ้าพระยาปัจจุบันมีการระบายน้ำ แต่ยังคงอยู่ในอัตราเดิมประมาณ 1,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และการระบายน้ำหลังเขื่อนเจ้าพระยาจะระบายน้ำออกเป็นก้างปลา ซึ่งมีพื้นที่รับน้ำเป็นพื้นที่ที่มีการเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับประชาชน น้ำผ่านแม่น้ำเจ้าพระยาลงมาจะลงมาสู่พื้นที่ปริมณฑล ปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร และออกสู่อ่าวไทย
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ฝนที่ตกต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ เนื่องจากการระบายน้ำมีน้อยกว่าปริมาณฝนที่ตกลงมา ปัจจุบันปริมาณน้ำฝนที่ลดลง จากเมื่อวานก่อนฝนอยู่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ปัจจุบันอาจมีฝนตกอยู่บ้างในหลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร แต่อาจเป็นฝนที่ไม่ตกหนัก โดยก้อนฝนที่เคยตกหนักจะเลื่อนมาสู่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร และจะเลื่อนออกไปสู่ภาคตะวันตกของประเทศไทย ในวันที่ 29 ก.ย. กรุงเทพฯ จะเหลือพื้นที่ที่มีฝนตกน้อยมาก
ปัจจุบันการกระจายน้ำ การระบายน้ำของกรุงเทพฯ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง หลายพื้นที่มีการระบายน้ำออกจนสามารถที่เราจะสัญจรได้ตามปกติ แต่ยังคงมีบางชุมชนที่ยังมีน้ำท่วมสูง ได้แก่ เคหะคลองจั่น เคหะร่มเกล้า เคหะรามอินทรา ซอยประเสริฐมนูกิจ 27 ซอยลาดพร้าว 101/1 และซอยรามคำแหง 24 ซึ่งตรงนี้เป็นการระบายน้ำออกไปสู่แม่น้ำบางปะกงมีความยาก เนื่องจากแม่น้ำบางปะกงมีน้ำอยู่เยอะพอสมควร ถ้าจะมีการเข้าไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ ก็ขอให้เข้าไปจุดนี้เป็นหลัก หากประชาชนในพื้นที่ต้องการความช่วยเหลือขอให้โทรฯ เบอร์ 1555 ศูนย์ช่วยเหลือของกรุงเทพฯ ส่วนในกรุงเทพฯ จะมีพื้นที่เฝ้าระวังน้ำฝนอยู่ ได้แก่ ยานนาวา บางคอแหลม คลองเตย วัฒนา สวนหลวง พระโขนง บางนา บางกะปิ และสะพานสูง บางส่วน
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ฝนก้อนเดียวกันออกจากกรุงเทพฯ จะเคลื่อนไปที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยจังหวัดกาญจนบุรีเป็นจุดที่มีฝนตกอยู่แล้วปัจจุบัน 200 มิลลิเมตรต่อวัน ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่เฝ้าระวังและมีการดำเนินการอยู่ในช่วงเฝ้าคือเขื่อนวชิราลงกรณและเขื่อนศรีนครินทร์ ทั้ง 2 เขื่อน มีศักยภาพในการรับน้ำอยู่เยอะพอสมควร ปัจจุบันทั้ง 2 เขื่อน ได้ลดการระบายน้ำลง เพื่อทำให้ท้ายแม่น้ำแควน้อย แม่น้ำแควใหญ่ รวมถึงแม่น้ำแม่กลอง จะมีพื้นที่พอรับน้ำ และน้ำไม่เอ่อไปสู่บ้านเรือนประชาชน แต่ฝนที่จะเคลื่อนไปที่จังหวัดกาญจนบุรี ต้องมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด
ส่วนพื้นที่ที่จะต้องเฝ้าระวังในวันนี้และขอแจ้งเตือนให้ประชาชนต้องฟังหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อเตรียมตัวในการอพยพเคลื่อนย้าย คืออำเภอหนองปรือ และอำเภอบ่อพลอย ส่วนที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดกาญจนบุรี หลังแม่น้ำแม่กลองจะนำสู่เขื่อนแม่กลอง และเขื่อนแม่กลองจะนำลงสู่จังหวัดราชบุรี ซึ่งจะต้องมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน จึงขอให้มีการติดตามประกาศจากราชการอย่างใกล้ชิด
ฝนก้อนเดียวกันจะไปสู่จังหวัดเพชรบุรี เป็นจุดเฝ้าระวังใหม่ใน 4 อำเภอ คือ แก่งกระจาน ท่ายาง บ้านลาด และเมืองเพชรบุรี เนื่องจากมีฝนตกเหนือเขื่อนแก่งกระจาน จึงมีความจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อน โดยพื้นที่ประชาชนพื้นที่ลุ่มต่ำและอยู่ในน้ำ ต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานในพื้นที่
ในส่วนของภาคตะวันออก ยังมีกลุ่มฝนอีกก้อนที่ยังอยู่ จังหวัดระยองมี 2 อ่างเก็บน้ำคืออ่างเก็บน้ำประแสร์ ณ วันที่ 28 ก.ย.เวลา 07.00 น.ยังคงมีปริมาณน้ำ 331 ล้านลูกบาศก์เมตร อยู่ที่ 112.20% ของความจุสูงสุด ทำให้อ่างเก็บน้ำจะต้องมีการระบายน้ำทางสปิลเวย์ (ทางน้ำล้น) โดยมีอำเภอที่ได้รับผลกระทบคือ อำเภอแกลงและอำเภอวังจันทร์ อีกหนึ่งจุดเป็นเขื่อนดิน อ่างเก็บน้ำคลองระโอก จากข่าวที่มีการแชร์กันว่าเขื่อนกำลังจะแตก จากการตรวจสอบพบว่าตัวเขื่อนดินไม่ได้แตก แต่เป็นบริเวณด้านข้าง หรือสปิลเวย์ฝั่งขวาได้รับความเสียหายจากน้ำกัดเซาะ ซึ่งกรมชลประทานได้เข้าไปแก้ไข โดยมีพื้นที่ได้รับผลกระทบ คือตำบลทุ่งควายกิน อำเภอแกลง และตำบลน้ำเป็น อำเภอเขาชะเมา
เมื่อถามว่าเรื่องเงินเยียวยาจะเหมือนแบบน้ำท่วมหาดใหญ่หรือไม่ นายเอกภพ กล่าวว่า แยกเป็น 2 ส่วน ในส่วนกรุงเทพฯ อยู่ในหลักเกณฑ์ของกรุงเทพฯ ที่ทางผู้ว่าฯ กทม. ดำเนินการอยู่ และในวันนี้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และรัฐบาลจะให้การสนับสนุนเพิ่มเติมในส่วนที่ยังขาดอยู่ และในวันที่ 29 ก.ย. นี้ จะมีการนำกรอบวงเงินเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งต้องรอความชัดเจนจากกรุงเทพฯ อีกครั้ง
เมื่อถามต่อว่าพื้นที่ฝั่งตะวันออกในส่วนของลาดกระบังที่น้ำท่วมอยู่ กี่วันจะสามารถพร่องน้ำได้ และฝั่งธนบุรี ที่กลุ่มฝนจะเคลื่อนไปตก ประชาชนต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง นายเอกภพ กล่าวว่า ในส่วนฝั่งธนบุรีวันนี้ ปริมาณน้ำฝนที่เข้าไปไม่เท่ากับ 2 วันที่ผ่านมา ฝั่งธนบุรีมีการระบายน้ำลงแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสามารถรองรับน้ำได้อีกประมาณ 1.8 เมตร ต่ำกว่าระดับตลิ่ง ซึ่งฝั่งธนบุรีไม่ได้เหมือนพื้นที่ทางฝั่งลาดกระบัง จึงทำให้มีความเสี่ยงน้อยกว่าในส่วนของฝั่งลาดกระบัง
ฝั่งตะวันออกที่ยังเป็นพื้นที่รับน้ำและอยู่ในพื้นที่ต่ำ มีการเร่งระบายน้ำอยู่และมีการพยายามสูบน้ำออก ไม่ว่าจะเป็นโดยท่อของกรุงเทพฯ หรือการสูบน้ำออกในพื้นที่รอบนอกรวมถึงสูบออกทางฝั่งอำเภอรอบข้าง ซึ่งในปัจจุบันยังมีการดำเนินการอยู่ คาดการณ์ว่าถ้าฝนไม่ตกแบบนี้อีก 2-3 วัน น้ำจะเริ่มลดลง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทาง กทม. ยืนยันว่าจะทำอย่างเร็วที่สุด
นายเอกภพ กล่าวว่า ในพื้นที่จังหวัดระยอง ทางภาคตะวันออก จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดสระแก้ว ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่องและกลุ่มฝนยังคงอยู่ เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าอาจจะเห็นน้ำลดอยู่บ้าง แต่ขอให้ประชาชนได้ประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในพื้นที่ เพื่อตรวจสอบข้อมูลก่อนว่าจะกลับเข้าบ้านเรือนได้หรือไม่ โดยเฉพาะพื้นที่ในจังหวัดระยอง อำเภอแกลง ตำบลทุ่งควายกิน อำเภอวังจันทร์ ตำบลน้ำเป็น อำเภอเขาชะเมา ควรต้องพิจารณาว่าควรอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยไว้ก่อน
ด้าน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ประชาชนอาจจะไม่ได้รับความไม่สะดวกบางจุด โดยจะขอแจ้งถนนที่หลีกเลี่ยงและระมัดระวัง ได้แก่ ถนนรามคำแหงช่วง พระราม 9 แยกลำสาลี และซอยรามคำแหง 24 เสนานิคม ศรีนครินทร์ช่วงแยกลำสาลี-พัฒนาการลาดพร้าว ช่วงแยกประดิษฐ์มนูธรรม และแยกแฮปปี้แลนด์ งามวงศ์วาน บริเวณซอยชินเขต หมู่บ้านนักกีฬาแหลมทอง แยกสีหบุรานุกิจ และเสรีไทยช่วงแยกศรีบูรพาตัดถนนลาดพร้าว