คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

'ปูติน-สี จิ้นผิง' ย้ำสัมพันธ์สดใสกว่าเดิม ท่ามกลางความไม่แน่นอนทั่วโลก 01 ก.ย. 2569

ที่มา: bangkokbiznews.com

ประธานาธิบดีปูติน และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พบปะกันอีกครั้งในงานประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ ย้ำสัมพันธ์สดใสกว่าเดิม ท่ามกลางความไม่แน่นอนทั่วโลก

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนและประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย เน้นย้ำความเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ของพวกเขาอีกครั้ง ท่ามกลางความไม่มั่นคงทั่วโลก ขณะที่ทั้งสองพบปะกันนอกรอบการประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ในคีร์กีซสถาน

สำนักข่าวอัลจาซีรารายงานว่า ในการพบปะครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน พ.ค. สีกล่าวกับปูตินเมื่อวันจันทร์ (31 ส.ค.) ว่า เขามีความสุขที่ได้พบกันอีกครั้ง และย้ำกับผู้นำรัสเซีย ประเทศที่ทำสงครามกับยูเครนมานาน 5 ปี ว่า ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างปักกิ่งและมอสโกเติบโตแข็งแกร่งขึ้น

สี จิ้นผิง กล่าวกับปูตินว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างปักกิ่งและมอสโกมีแนวโน้มสดใสยิ่งขึ้น แม้ว่าความไม่แน่นอนและความคาดเดาไม่ได้ในระเบียบระหว่างประเทศ จะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดก็ตาม”

ปูตินเห็นด้วย และกล่าวว่า “ความร่วมมือกำลังพัฒนาไปในทางที่ดีในทุกด้าน”

อนึ่ง จีนปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่ได้ให้การสนับสนุนทางวัตถุแก่รัสเซียในการโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน

ทั้งนี้ งานประชุมดังกล่าวมีผู้นำรัฐต่างๆ เข้าร่วมมากกว่าสิบคน รวมถึง มาซูด เปเซชเกียน ประธานาธิบดีอิหร่าน, นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย, เชห์บาซ ชารีฟ นายกฯ ปากีสถาน และปธน. เรเจป เออร์โดอานของตุรกี ที่เข้าร่วมในฐานะหุ้นส่วนการเจรจา

นอกจากสมาชิก 10 ประเทศของ SCO แล้ว ปัจจุบันพันธมิตรนี้ยังมี “คู่เจรจา” อีก 15 ประเทศ รวมถึงตุรกี ซาอุดีอาระเบีย และกาตาร์ นอกจากนี้ยังมีประเทศผู้สังเกตการณ์อีก 2 ประเทศ ได้แก่ อัฟกานิสถานและมองโกเลีย

ก่อนหน้านี้ ปูตินและสี จิ้นผิง เคยใช้การประชุมสุดยอด SCO เพื่อโปรโมตวิสัยทัศน์ของเกี่ยวกับโลกหลายขั้วอำนาจ และแสดงให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพในการต่อต้านตะวันตก

แม้ว่ากลุ่มนี้จะอ้างว่ามีสัดส่วนประชากรประมาณ 40% ของโลก และมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประมาณ 25% ของโลก แต่ก็ยังคงมีความหลากหลายและมีความขัดแย้งกันในหมู่สมาชิก

เลี่ยงพูดถึงสงครามรัสเซีย-ยูเครน

เนื่องจากรัสเซียถูกตะวันตกคว่ำบาตรเพราะรุกรานยูเครน เศรษฐกิจของรัสเซียจึงหันไปพึ่งพาจีนมากขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ประเทศตะวันตกเรียกร้องให้ปักกิ่งกดดันมอสโกให้ยุติการรุกราน

อย่างไรก็ตาม ดมิทรี เพสคอฟ โฆษกเครมลิน กล่าวกับสื่อรัสเซียว่า ผู้นำทั้งสองได้หารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจเป็นส่วนใหญ่ และพูดถึงสงครามในยูเครน “ผ่านๆ” เท่านั้น

นอกจากนี้ ปูตินยังได้พบปะกับโมดี และผู้นำคนอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

โมดีกล่าวว่า พร้อมที่จะทำงานเพื่อยุติความขัดแย้งในยูเครน ส่วนผู้นำรัสเซียกล่าวว่า มอสโกกำลังเดินตามทางไปสู่การแก้ไขปัญหาโดยไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

ทั้งนี้ การหารือสันติภาพที่สหรัฐเป็นคนกลางเจรจานั้นยังคงหยุดชะงัก แต่มีรายงานในสัปดาห์ก่อนระบุว่า จอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการซีไอเอได้เดินทางไปเยือนเมืองหลวงของรัสเซียเพื่อหารือร่วมกัน

อิหร่านร่วมประชุม SCO

สื่อสหรัฐคาดการณ์ว่า นอกเหนือจากยูเครนแล้ว แรตคลิฟฟ์ยังพยายามส่งคำเตือนไปยังฝ่ายรัสเซียว่ามอสโกควรละเว้นจากการจัดหาอาวุธให้แก่เตหะราน และคาดว่าปูตินจะหารือทวิภาคีกับปธน. เปเซชเกียน ของอิหร่านในวันอังคาร (1 ก.ย.) ด้วย

รัสเซียและอิหร่านเป็นหนึ่งในบรรดารัฐที่ถูกคว่ำบาตรมากที่สุดในโลก และทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ทางทหารและเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นขึ้น นับตั้งแต่มอสโกรุกรานยูเครน อิหร่านเป็นผู้จัดหาโดรนเพื่อการรุกรานของรัสเซียอีกด้วย

ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐได้เตือนมอสโกและปักกิ่งไม่ให้ส่งอาวุธให้อิหร่าน

หลังจากสหรัฐและอิหร่านกลับมาปะทะกันด้วยอาวุธครั้งแรกในรอบหนึ่งเดือน เปเซชเกียน ประธานาธิบดีอิหร่าน กล่าวในกรุงบิชเคก ว่า การทำสงครามต่อไปไม่เป็นผลดีต่อเตหะราน

“เรายังคงมุ่งมั่นที่จะหาทางออกและทำความเข้าใจ และเราเชื่อว่าการทำสงครามต่อไปไม่เป็นผลดีต่อเรา และไม่เป็นผลดีต่อภูมิภาค” ปธน.อิหร่านกล่าวกับ โมดี นายกฯ อินเดีย

การประชุมสุดยอดครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มอสโกบุกยูเครนมาแล้วสี่ปีครึ่ง และมีขึ้นหกเดือนหลังจากเกิดสงครามระหว่างสหรัฐและอิหร่าน

ความคิดเห็น