คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

ประวัติ “ปิยะ รักสกุล” อธิบดีดีเอสไอคนใหม่ ลูกหม้อ DSI มือคดีการเงิน

ที่มา: The Thaigerอ่านแล้ว: 10

ประวัติ “ปิยะ รักสกุล” อธิบดีดีเอสไอคนใหม่ ลูกหม้อ DSI มือคดีการเงิน

เปิดเส้นทางราชการ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล จากพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ผู้ทำคดีเสื้อแดง คดีแชร์ลูกโซ่ และฟอกเงิน ก่อนขึ้นเป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติ และได้รับแต่งตั้งกลับมาคุม DSI

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 เห็นชอบแต่งตั้ง ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI คนใหม่ แทน พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ ที่ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เทียบเท่าข้าราชการระดับ 11

ร.ต.อ.ปิยะไม่ใช่คนแปลกหน้าของดีเอสไอ เขาเติบโตจากงานสอบสวนคดีพิเศษ ผ่านคดีการเมือง คดีทรัพยากรธรรมชาติ แชร์ลูกโซ่ อาชญากรรมทางการเงิน และการฟอกเงิน ก่อนออกไปรับตำแหน่งบริหารในหน่วยงานอื่น แล้วกลับมาเป็นผู้นำองค์กรที่เคยทำงานมานานหลายปี

ประวัติการศึกษา ปิยะ รักสกุล

ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี นิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยม จากมหาวิทยาลัยศรีปทุม ก่อนศึกษาต่อระดับปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขารัฐศาสตร์–บริหารงานยุติธรรม จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

วุฒิการศึกษาทั้งด้านกฎหมาย รัฐศาสตร์ และการบริหารงานยุติธรรม กลายเป็นพื้นฐานสำคัญตลอดเส้นทางรับราชการในกระทรวงยุติธรรม

เส้นทางจากพนักงานสอบสวนสู่ผู้บริหาร DSI

ร.ต.อ.ปิยะได้รับการกล่าวถึงในฐานะ “ลูกหม้อดีเอสไอ” โดยช่วงปี 2552–2553 ดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 8 ก่อนเลื่อนขึ้นเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ

ในช่วงดังกล่าว เขาได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองปี 2553 ครอบคลุมการรวบรวมพยานหลักฐานในคดีก่อการร้าย คดีชายชุดดำ ตลอดจนกรณีประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐเสียชีวิตระหว่างการสลายการชุมนุม

ต่อมาในปี 2558 เขาขึ้นดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม รับผิดชอบงานสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค ทรัพยากรธรรมชาติ การบุกรุกป่า และคดีแชร์ลูกโซ่

ปี 2560 ร.ต.อ.ปิยะได้รับแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการกองบริหารคดีพิเศษ จากนั้นในช่วงปี 2564–2565 ขยับไปเป็นผู้อำนวยการกองคดีการเงิน การธนาคาร และการฟอกเงิน รับผิดชอบคดีอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเส้นทางการเงินที่มีความซับซ้อน

ขึ้นเป็นรองอธิบดีดีเอสไอ

ปี 2565 ร.ต.อ.ปิยะได้รับแต่งตั้งเป็นรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีหน้าที่กำกับงานคดีและงานบริหารภายในกรม รวมถึงประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก

หนึ่งในคดีสำคัญที่เขามีส่วนร่วมคือคดีทุจริตบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยในเดือนมิถุนายน 2567 ร.ต.อ.ปิยะ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองอธิบดีดีเอสไอ ได้ร่วมสอบปากคำ ชนินทร์ เย็นสุดใจ อดีตผู้บริหารบริษัท หลังถูกนำตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย

ย้ายไป ศอ.บต. ก่อนเป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติ

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2567 ร.ต.อ.ปิยะได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. ทำให้เขาได้ทำงานด้านการบริหารราชการ ความมั่นคง และการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

จากนั้นคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 อนุมัติให้โอนกลับมายังกระทรวงยุติธรรม พร้อมแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568

ในตำแหน่งดังกล่าว เขารับผิดชอบภารกิจติดตามและแก้ไขฟื้นฟูผู้ถูกคุมความประพฤติ รวมถึงผลักดันการศึกษา การฝึกอาชีพ และการลดโอกาสกระทำผิดซ้ำของผู้ที่อยู่ในความดูแลของกรมคุมประพฤติ

บทบาทในคดีฮั้วเลือก สว.

ชื่อของ ร.ต.อ.ปิยะได้รับความสนใจทางการเมืองอีกครั้งในปี 2569 เมื่อเขาดำรงตำแหน่งประธานคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ซึ่งพิจารณาสำนวนข้อกล่าวหาการฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา

สำนวนดังกล่าวมีผู้ถูกกล่าวหา 229 คน แบ่งเป็นสมาชิกวุฒิสภา 138 คน และสมาชิกพรรคการเมืองหรือบุคคลในเครือข่ายอีก 91 คน โดยมีรายงานว่าคณะอนุกรรมการคณะที่ 36 ลงมติ 5 ต่อ 2 ให้ยกคำร้องผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด ขณะที่ ร.ต.อ.ปิยะอยู่ในฝ่ายเสียงข้างมาก

บทบาทดังกล่าวนำไปสู่ข้อสงสัยจากฝ่ายค้านเกี่ยวกับการแต่งตั้งเขาเป็นอธิบดีดีเอสไอ อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปฏิเสธว่าไม่ใช่การตอบแทนจากคดีฮั้วเลือก สว. โดยการพิจารณาแต่งตั้งอ้างอิงความเหมาะสม ประสบการณ์ในดีเอสไอ และผลงานย้อนหลังสองปี

สรุปเส้นทางราชการ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล

- ปี 2552–2553 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 8 และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ

- ปี 2558 รองผู้บัญชาการสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม

- ปี 2560 ผู้อำนวยการกองบริหารคดีพิเศษ

- ปี 2564–2565 ผู้อำนวยการกองคดีการเงิน การธนาคาร และการฟอกเงิน

- ปี 2565 รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ

- ปี 2567 รองเลขาธิการ ศอ.บต.

- ปี 2568 อธิบดีกรมคุมประพฤติ

- ปี 2569 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ

การกลับมารับตำแหน่งสูงสุดของดีเอสไอทำให้ ร.ต.อ.ปิยะต้องดูแลองค์กรที่รับผิดชอบคดีอาชญากรรมซับซ้อนและคดีที่มีผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ขณะเดียวกัน การทำหน้าที่ของเขาจะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับการเมือง อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และการฟอกเงิน

- เปิดมติ กกต. ยกคำร้อง “อนุทิน-เนวิน” พร้อม “บิ๊กภูมิใจไทย” รอดคดีฮั้ว สว.

- DSI ฟ้อง “ชนินทร์ เย็นสุดใจ” ผู้ต้องหาคดี สตาร์ค 6 ข้อหา 100 กรรม

- ประวัติ รองแพ-พ.ต.ต.ยุทธนา แคนดิเดตรักษาการอธิบดี DSI คนใหม่

พัฒนาการของเหตุการณ์: 3 รายงาน

ความคิดเห็น