ประวัติ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ จากวิศวกรโยธา สู่ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม
เปิดเส้นทางชีวิต อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ วัย 59 ปี จากนักธุรกิจก่อสร้าง ผู้เคยต่อสู้คดีของตัวเอง ก่อนก่อตั้งชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมและเข้าไปมีบทบาทในคดีดังหลายคดี ล่าสุดถูกตำรวจไซเบอร์ดำเนินคดี 4 ข้อหา เจ้าตัวยืนยันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เป็นประธานและผู้ก่อตั้งชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ชื่อของเขาปรากฏในข่าวคดีดังของไทยต่อเนื่องมาหลายปี จากการรับเรื่องร้องเรียน รวบรวมข้อมูล และนำผู้เสียหายเข้าพบตำรวจหรือหน่วยงานรัฐ
ล่าสุดชื่อของอัจฉริยะกลับมาอยู่ในความสนใจ หลังตำรวจไซเบอร์จับกุมเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 และแจ้ง 4 ข้อหา ได้แก่ ฉ้อโกงประชาชน ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฟอกเงิน และลักลอบเล่นการพนันชกมวย จากนั้นวันที่ 5 ตุลาคม ตำรวจนำตัวไปขอฝากขังต่อศาลอาญา อัจฉริยะปฏิเสธข้อกล่าวหาและยืนยันว่าสามารถชี้แจงเรื่องเส้นทางการเงินได้
คำร้องฝากขังระบุว่า ปัจจุบันอัจฉริยะอายุ 59 ปี ส่วนข้อมูลประวัติเก่าระบุว่าเป็นชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี เขาจบการศึกษาด้านวิศวกรรมโยธาจากมหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์ รุ่นที่ 1 เมื่อปี 2531 ก่อนเข้าสู่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง
เส้นทางชีวิตเปลี่ยนไปหลังเกิดปัญหาจากธุรกิจก่อสร้าง อัจฉริยะเคยเล่าว่า นายจ้างโกงเงินประมาณ 2 ล้านบาท ขณะเดียวกันเขาถูกดำเนินคดีข้อหาบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ จึงต้องต่อสู้คดีนานประมาณ 3 ถึง 4 ปี
การต่อสู้คดีทำให้ธุรกิจของเขาต้องหยุดลง ก่อนศาลยกฟ้องในเวลาต่อมา ประสบการณ์ครั้งนั้นทำให้อัจฉริยะหันมาศึกษากฎหมายและเริ่มช่วยเหลือประชาชนที่มีปัญหาคดี โดยเฉพาะคนที่เชื่อว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรม
ปี 2552 อัจฉริยะก่อตั้ง ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และดำรงตำแหน่งประธานมาตั้งแต่เริ่มต้น งานของชมรมเน้นรับเรื่องจากผู้เสียหาย ตรวจสอบข้อมูล ประสานหน่วยงาน และช่วยดำเนินการด้านคดี
อัจฉริยะเคยให้สัมภาษณ์ในปี 2560 ว่า ช่วงหลายปีแรกของการทำงานมีประชาชนเข้ามาขอความช่วยเหลือแล้วนับพันคดี ชมรมมีเครือข่ายจากหลายอาชีพ รวมถึงอดีตตำรวจและตำรวจที่ยังรับราชการอยู่
หนึ่งในคดีที่ทำให้ชื่อของเขาเริ่มเป็นที่รู้จัก คือกรณีทุจริต สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ซึ่งอัจฉริยะเคยนำกลุ่มผู้เสียหายเข้าร้องขอความเป็นธรรมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ต่อมาชื่อของเขาเป็นที่รู้จักในวงกว้างจาก คดีครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ซึ่งในช่วงแรกสังคมจำนวนหนึ่งเชื่อว่าอดีตข้าราชการครูอาจเป็นผู้บริสุทธิ์ในคดีขับรถชนคนเสียชีวิต แต่อัจฉริยะออกมาตั้งข้อสงสัยต่อข้อมูลดังกล่าวและนำเสนอเรื่องขบวนการสร้างพยาน ก่อนคดีพัฒนาไปสู่การดำเนินคดีเกี่ยวกับพยานเท็จ
ปี 2561 เขามีบทบาทอีกครั้งใน คดีหวย 30 ล้านบาท ระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล กับ ปรีชา ใคร่ครวญ โดยนำข้อมูลและคลิปเสียงที่อ้างว่าเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทไปมอบให้เจ้าหน้าที่ ทำให้ชื่อของอัจฉริยะปรากฏในข่าวอย่างต่อเนื่อง
รูปแบบการทำงานของอัจฉริยะตลอดหลายปีที่ผ่านมา คือรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน รวบรวมข้อมูล นำหลักฐานเข้าร้องต่อหน่วยงานรัฐ และใช้สื่อกับโซเชียลมีเดียเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับคดี วิธีการทำงานทำให้เขามีทั้งผู้สนับสนุนและข้อพิพาทกับบุคคลหลายฝ่าย
บทบาทของเขาแตกต่างจากทนายความ เพราะอัจฉริยะทำหน้าที่ในฐานะประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมและผู้ประสานเรื่องร้องเรียนเป็นหลัก แม้จะศึกษากฎหมายและทำงานเกี่ยวข้องกับคดีมาเป็นเวลานาน
ปัจจุบันอัจฉริยะยังดำรงตำแหน่งประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ขณะที่คดีล่าสุดจากการจับกุมของตำรวจไซเบอร์ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ข้อกล่าวหาทั้ง 4 ข้อยังเป็นข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวน และยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเขากระทำผิด
- คมชัดลึก: เปิดใจ อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ จุดเริ่มต้นชีวิตและชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม
- PPTV: เปิดประวัติ จุดเริ่ม สู่เส้นทาง อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์
- Thai PBS: คุมตัว อัจฉริยะ ขอศาลฝากขัง 4 ข้อหา วันที่ 5 ตุลาคม 2569
- Nation TV: คำร้องฝากขังและรายละเอียดคดีล่าสุด
- ด่วน! ตร.ไซเบอร์รวบ อัจฉริยะ หน้าสนามมวย แจ้ง 4 ข้อหาหนัก
- เปิดสาเหตุบุกจับ อัจฉริยะ ปมโยงกรรโชกทรัพย์ อดีต ผกก. 2.5 ล้าน
- เปิดพฤติการณ์ “อัจฉริยะ” และพวก คดีกรรโชกทรัพย์อดีต ผกก.ตม. 2.5 ล้าน