ปลัดดีอี ชี้เฟคนิวส์ ผ่านงบ 497 ล้านร่วม Tomorrow.io เปิดเว็บภูมิใจไทยข่าวเก่าปี 68
จากกรณี นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการความร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับ Tomorrow.io บริษัท Climate Tech จากสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับระบบพยากรณ์อากาศของไทยด้วยเทคโนโลยีดาวเทียมและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ด้วยงบประมาณ 497 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2570 หวังยกระดับการพยากรณ์จากภาพรวมระดับจังหวัด สู่ข้อมูลละเอียดถึงระดับตำบลนั้น
อ่านข่าว – ไชยชนก เผย ครม.เคาะ 497 ล้านบาท ดึง Tomorrow.io พยากรณ์อากาศ แม่นยำระดับตำบล
เมื่อวันที่ 29 กันยายน นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ชี้แจงกรณีดังกล่าวผ่านรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ว่า เรื่องดังกล่าว ตีว่าเป็น “เฟกนิวส์” ก็ได้ ดีอี จะมีหนังสือแจ้งบรรณาธิการข่าวทุกแห่งว่าข่าวที่ลงเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ถ้าไม่แก้ไข จำเป็นต้องดำเนินการทางกฎหมาย เพราะถ้าไม่ดำเนินการ เราก็มีความผิดเหมือนกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐมนตรีจะเป็นผู้ฟ้อง หรือกระทรวงจะเป็นผู้ฟ้อง นายพชร กล่าวว่า ต้องเป็นกระทรวง เพราะ Tomorrow.io ไม่มีมูลความจริงๆ ตนยังงงว่า กรมอุตุนิยมวิทยาลัย มีบทบาทหน้าที่พยาการณ์อากาศ บทบาทอีกด้านหนึ่ง คือ มีหน้าที่ในการพัฒนาระบบพยาการณ์อากาศร่วมกับมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่างๆ อยู่แล้ว ดังนั้น เรื่องดังกล่าวเป็นการพูดเกินความจริง กระทรวง ดีอี กำลังเช็กต้นตอว่าข่าวนี้หลุดมาจากบรรณาธิการไหนเป็นที่แรก
ผู้สื่อข่าวถามว่า Tomorrow.io นี้ไม่ได้อยู่ในแผนของกรมอุตุฯ หรือกระทรวง ดีอี ในการผักดันเลย นายพชร กล่าวว่า “มันเป็นยี่ห้อ และรายการ เราไม่ไประบบไม่ได้อยู่แล้ว มันไม่มีอยู่แล้วในวิธีการตั้งงบประมาณ”
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีโครงการที่จะซื้อข้อมูลจากบริษัทจากสหรัฐอเมริกา หรือไม่ นายพชร กล่าวว่า “ไม่มี มันมีไม่ได้อยู่แล้ว เพราะถ้ามี คงไม่ผ่านสภาอยู่แล้ว ไม่มีทาง”
นายพชร กล่าวว่า จากที่เช็กในรอบปีที่ผ่านมา กรมอุตุฯ ร่วมกับหน่วยงานหลายแห่งในการพัฒนาระบบ ตัว Tomorrow.io ตนเข้าใจมาว่าก็มีการร่วมงานกัน ซึ่งอาจจะมีคนไปรายงานรัฐมนตรีว่าการ ดีอี ให้รับรู้ว่ามีเทคโนโลยีใหม่ๆ
“เราไม่แน่ใจว่าข่าวลือมายังไง ไม่งั้นก็คงไม่เรียกข่าวลือ แต่ว่าการกระทำลักษณะนี้ก่อให้เกิดความเสียหาย สร้างความเข้าใจผิดอย่างยิ่ง ยอมรับไม่ได้”นายพชร กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามข่าวรัฐมนตรีว่าการดีอี เป็นคนให้สัมภาษณ์เอง นายพชร กล่าวว่า รัฐมนตรีว่าการ ดีอี บอกให้ฟ้องเลย ทางกระทรวงขอเช็กที่มาที่ไปก่อนว่าเรื่อมจากตรงไหน ในเบื้องต้น เราจะแจ้งสำนักข่าวใหญ่ๆ ให้แก้ข่าวก่อน แต่ถ้าไม่ยอมแก้และไม่เอาออกเราคงมีความจำเป็นดำเนินการทางกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 01 ธันวาคม 2568 “ไชยชนก” ชง ครม. อนุมัติใช้ระบบ Tomorrow.io ยกระดับการรับมือภัยพิบัติ โดยระบุว่า นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตนได้เตรียมนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติเห็นชอบ โครงการความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ ระหว่างกรมอุตุนิยมวิทยา และTomorrow.io ในการยกระดับการพยากรณ์อากาศและการแจ้งเตือนภัยพิบัติด้วยประสิทธิภาพสูงเทียบเท่าระบบมาตรฐานของต่างประเทศ
สำหรับความร่วมมือดังกล่าว เป็นการใช้งานระบบดาวเทียมตรวจสอบสภาพอากาศของ Tomorrow.io ซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีภูมิอากาศ ที่ได้รับการยอมรับจาก NASA, U.S. Air Force, Bill & Melinda Gates Foundation และอีกหลายองกรชั้นนำในสหรัฐอเมริกา โดยใช้การสังเกตการณ์จากดาวเทียมรุ่นใหม่ จำนวน 9 ดวง ที่มีระบบ Microwave Sounder ซึ่งสามารถสแกนบรรยากาศโลกได้ถี่ในระดับต่ำกว่าชั่วโมงต่อรอบ และสามารถส่งรายงานการประมวลผลด้วย AI ได้ในทุกๆ 15 นาที ทำให้สามารถทราบข้อมูลที่ชัดเจนและรวดเร็วเกี่ยวกับพายุ ปริมาณฝน น้ำท่วมฉับพลัน ฟ้าผ่า กระแสลม และสภาพอากาศทางทะเล พร้อมกับการสร้างแบบจำลองสภาพอากาศที่ขับเคลื่อนด้วย AI และเครื่องมือช่วยในการตัดสินใจ และนำมาบูรณาการสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านอุตุนิยมวิทยาของประเทศ
“กรมอุตุนิยมวิทยา จำเป็นที่จะต้องยกระดับความสามารถในด้านการพยากรณ์อากาศ โดยการวิเคราะห์สภาพอากาศที่แม่นยำ และสามารถพยากรณ์เหตุการณ์ภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า เพื่อการแจ้งเตือนประชาชนให้สามารถเตรียมตัวรับมือได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้แพลตฟอร์มของ Tomorrow.io ยังสามารถแปลงข้อมูลอุตุนิยมวิทยาที่ซับซ้อนให้เป็น “แนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน” เพื่อให้หน่วยงานรัฐ ผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนทั่วไป ใช้ในการตัดสินใจที่รวดเร็ว และเป็นระบบ ช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบจากสภาพอากาศรุนแรง โดยศักยภาพเหล่านี้จะยกระดับให้กรมอุตุนิยมวิทยา เป็นหน่วยงานศูนย์กลางของการเฝ้าระวังภัยพิบัติแห่งชาติ ช่วยสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับประชาชน ดังนั้นตนจึงเตรียมนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อ ครม. เพื่อขออนุมัติงบประมาณรายจ่ายกลางในการดำเนินการต่อไป” นายไชยชนก กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในด้านการเตรียมรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติในอนาคตนั้น ตนได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเตรียมรับมือ และเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของระบบสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการวางระบบสำรองฉุกเฉิน ไว้รับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย