คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

ปีสุดท้าย 'ผบ.ทบ.' เดิมพัน'ไฟใต้' ดึง 'รบพิเศษ' คุม 'มทภ.4' วางเกมยาว 10 ต.ค. 2569

ที่มา: bangkokbiznews.com

จับตา ปีสุดท้ายของ ผบ.ทบ. ในการวางน้ำหนักการดับไฟใต้ ดึง รบพิเศษ เป็น มทภ.4 เพื่อให้แนวทางการปฏิบัติงาน สามารถต่อยอดเป็นรูปธรรม

- ผบ.ทบ. พยายามปรับแนวทางและกลยุทธ์ดับไฟใต้ ให้ทั้ง ลูกหม้อ ทภ.4 และ คนนอก เป็น มทภ.4 แต่สถานการณ์ไม่ดีขึ้น

- พลโท ชาคริต อุจะรัตน มทภ.4 จากรบพิเศษ ถูกจับตาในฐานะอีกหนึ่งจังหวะสำคัญของการเดินหน้าแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

- การปรับเปลี่ยน มทภ.4 ของ ผบ.ทบ. เพื่อวางคนให้สอดรับกับภารกิจระยะยาวไร้รอยต่อเนื่องจาก พล.ท.ชาคริต มีอายุราชการณ์ถึงปี 2572

เข้าสู่ปีสุดท้ายบนเก้าอี้ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ของ “พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์” ที่มีกำหนดเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย. 2570 ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเกิดเหตุการณ์ต่อเนื่อง

แม้ช่วงที่ผ่านมา ผบ.ทบ.จะพยายามปรับแนวทางและกลยุทธ์ในการแก้ไขปัญหาให้โอกาส ลูกหม้อ ทภ.4 เป็น แม่ทัพภาคที่ 4 (มทภ.4) สุดท้ายมาเลือก “คนนอกพื้นที่” เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหารรุ่น 26 (ตท.26) “พล.อ.นรทิป โพยนอก” มาดับไฟใต้ นอกจากไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้นแล้ว ยังประสบปัญหาขาดมือไม้ทำงาน

ถึงคิว"รบพิเศษ" เป็น มทภ.4 กำลังถูกจับตาในฐานะอีกหนึ่งจังหวะสำคัญของการเดินหน้าแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย พลโท ชาคริต อุจะรัตน (ตท.28) เพิ่งรับมอบตำแหน่ง 2 ต.ค.ที่ผ่านมา

เพจศูนย์ประชาสัมพันธ์

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า โพสต์ถึงประวัติการทำงาน พลโท ชาคริต ระบุว่า เป็นนายทหารผู้มีประสบการณ์ด้านความมั่นคงและการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ผ่านเส้นทางการรับราชการในสายรบพิเศษ ก่อนเข้ามารับผิดชอบภารกิจในพื้นที่ชายแดนใต้ ทั้งด้านความมั่นคง งานสันติวิธี และการสื่อสารสร้างความเข้าใจกับประชาชน

ด้วยประสบการณ์ในพื้นที่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 พลตรี ชาคริต ให้ความสำคัญกับการเข้าใจบริบท เข้าถึงประชาชน และบูรณาการการทำงานทุกภาคส่วน โดยยึดแนวทาง “ส่งเสริมสิ่งดีงาม ยืนตามความถูกต้อง ครองใจด้วยเมตตา และนำพาความสามัคคี” เพราะสันติสุขเกิดขึ้นได้จากความเข้าใจ ความไว้วางใจ และความร่วมมือของทุกคน

อีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าสนใจ คือ “อุจะรัตน” เป็นนามสกุลพระราชทานในรัชกาลที่ 6 พระราชทานแก่ “มหาดเล็กวิเศษเชย” เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2459 สืบทอดเรื่องราวจากอดีตสู่ปัจจุบัน ผ่านเส้นทางการรับราชการและการทำหน้าที่เพื่อบ้านเมือง

จากรากแห่งประวัติศาสตร์ สู่บทบาทสำคัญในการสานต่อภารกิจชายแดนใต้ มุ่งหวังเห็น ความสงบ สันติสุข และความสามัคคี เกิดขึ้นบนผืนแผ่นดินแห่งนี้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ต้องยอมรับว่า กว่าจะเดินมาถึงจุดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย พล.ท.ชาคริต ถูกวางตัวเป็น มทภ.4 ตั้งแต่ยุค พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ เป็น ผบ.ทบ. เป้าหมายหลักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ดับไฟใต้ปี 2570 เป็นรูปธรรม แต่ไม่สามารถฝ่าด่านลูกหม้อ ทภ.4 ได้

จนกระทั่งรัฐบาล"อนุทิน ชาญวีรกูล" นายกฯและ รมว.มหาดไทย ปรับแผนดับไฟใต้ใหม่ เปลี่ยนบุคลากรรับผิดชอบ ตั้งคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นำโดย สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯและ รมว.ต่างประเทศ "ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์" หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ เลขาสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ (ตท.26)

เพื่อขับเคลื่อน 14 อำเภอนำร่องพื้นที่ปลอดภัย ตั้ง “กระทรวงมหาดไทย-ส่วนหน้า” ลงมากำกับดูแลการทำงานในระดับพื้นที่ ควบคู่กับการยกระดับ ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ หรือ “ศปก.อำเภอ” โดยกำหนดให้ “นายอำเภอ” ทำหน้าที่เป็นหัวหน้า มีอำนาจกำกับ และสั่งการกำลังพล ทั้งทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองในอำเภอของตนเอง

โดยปักหมุดไฟใต้ต้องดีขึ้นในปี 2570 ภายใต้การขับเคลื่อนและบูรณาการด้านความมั่นคง การดูแลรักษาความปลอดภัยใสพื้นที่ การเดินหน้าพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้และการพัฒนา ร่วมทํางานสอดประสาน

การปรับเปลี่ยน มทภ.4 ของ ผบ.ทบ. เพื่อวางคนให้สอดรับกับภารกิจระยะยาว เนื่องจาก พล.ท.ชาคริต มีอายุราชการณ์ถึงปี 2572 จะดูแลสถานการณ์ในพื้นที่อย่างไร้รอยต่อ

อีกทั้ง พล.ท.ชาคริต จะทำงานสอดผสานกับ พล.อ.ณรงฤทธิ์ คัมภีระ (ตท.26) รอง ผบ.ทบ. ที่ถูกวางตัวไว้ เป็น ผบ.ทบ. ปี 70 เพราะเป็นสายรบพิเศษเช่นเดียวกัน หลังจากนั้นคนที่จะมารับไม้ต่อ เป็น ผบ.ทบ.ปี 71เพื่อนร่วมรุ่น พล.อ.สราวุธ ไชยสิทธิ์ (ตท.28) ผู้ช่วย ผบ.ทบ. เกษียณปี 2573

สำหรับ พล.ท.ชาคริต ผ่านการดำรงตำแหน่งสำคัญมากมาย อาทิ ผู้บังคับกองพันรบพิเศษที่ 1 กรมรบพิเศษที่ 4, ผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 4, เสนาธิการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ, ผู้บัญชาการกองพลรบพิเศษที่ 1 รวมถึงตำแหน่ง รองแม่ทัพภาคที่ 4 และ รอง ผอ.รมน.ภาค 4 สน.

ถือเป็นนายทหารที่มีประสบการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยาวนาน โดยลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2536 และอยู่กับสถานการณ์ปล้นปืนปี 2547 เป็นต้นมา ทำให้มีความเข้าใจบริบทของพื้นที่เป็นอย่างดี

จึงทำให้เห็นว่า ปีสุดท้ายของ “พล.อ.พนา” ในตำแหน่ง ผบ.ทบ. ต้องเผชิญโจทย์สำคัญว่า จะวางน้ำหนักการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้และปรับกลไกการทำงานของกองทัพบกอย่างไร เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลและแนวทางการปฏิบัติงานที่ดำเนินมาตลอดช่วงที่ผ่านมา สามารถต่อยอดไปสู่ผลในทางปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม

เพราะนอกจากสถานการณ์ในพื้นที่จะยังเป็นภารกิจด้านความมั่นคงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดแล้ว การบริหารจัดการในช่วงปีสุดท้ายของ ผบ.ทบ. ยังมีความหมายต่อการส่งผ่านภารกิจไปยังผู้บัญชาการทหารบกคนต่อไป

ทั้งเรื่องกำลังพล โครงสร้างการบังคับบัญชา แนวทางปฏิบัติ และทิศทางการแก้ไขปัญหาความไม่สงบใน3ชายแดนภาคใต้ ซึ่งล้วนเป็นโจทย์ที่ต้องอาศัยความต่อเนื่องมากกว่าการเปลี่ยนแปลงเฉพาะตัวบุคคล

ความคิดเห็น