คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

ภูมิใจไทย อัดฝ่ายค้าน รบ.เพิ่มให้ 4 วันซักฟอก ยังไม่พอใจ เย้ยเหตุวอล์กเอาต์ ไม่พร้อมหรือเปล่า?

ที่มา: มติชน

“อัครเดช” สวนฝ่ายค้าน! เพิ่มเวลาเป็น 4 วันยังไม่พอ ซัดอย่ายึดแต่ความต้องการตัวเอง จี้ลดทิฐิ ชี้วอล์กเอาต์ยิ่งชวนสงสัย “ข้อมูล-หลักฐาน” ไม่พร้อมซักฟอกหรือไม่

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านวอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุมคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิป 3 ฝ่าย) และกรณีที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน รวมถึง นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลจัดสรรเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่เหมาะสมว่า รัฐบาลได้เพิ่มเวลาให้ฝ่ายค้านแล้ว จากเดิม 3 วัน เป็น 4 วัน แม้ฝ่ายค้านต้องการ 5 วัน แต่ก็ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมด้วย

นายอัครเดช กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างมีภารกิจในการบริหารราชการแผ่นดิน ขณะที่นายกรัฐมนตรีมีภารกิจต้องเดินทางไปต่างประเทศ ดังนั้นงานของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารล้วนมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า ฝ่ายค้านจึงควรลดทิฐิและพิจารณาถึงความสมดุล ไม่ใช่ยึดความต้องการของตัวเองเป็นหลักเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งรัฐบาลไม่ได้ดึงดัน แต่พยายามหาจุดสมดุลและพบกันครึ่งทางที่ 4 วัน

นายอัครเดช ยังชี้แจงถึงข้อกล่าวอ้างของนายรังสิมันต์ที่ระบุว่า ฝ่ายค้านได้รับเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจน้อยกว่าสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า ข้อเท็จจริงเรื่องเวลาที่รัฐบาลจัดสรรให้ในครั้งนี้ กลับมากกว่าสมัย พล.อ.ประยุทธ์ด้วยซ้ำ โดยรัฐบาลเสนอเวลาอภิปรายไว้ประมาณ 45-48 ชั่วโมง ขณะที่ในสมัย พล.อ.ประยุทธ์ ส่วนใหญ่ฝ่ายค้านได้รับเวลาเพียง 30 กว่าชั่วโมง

นายอัครเดช ระบุว่า การเพิ่มเวลาให้ฝ่ายค้านเป็น 4 วัน ถือเป็นการจัดสรรเวลาที่เหมาะสมแล้ว และฝ่ายค้านควรคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญ เพราะหากยังยืนยันเฉพาะความต้องการของตัวเองโดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสม ผู้ที่เสียโอกาสก็คือประชาชนและประเทศชาติ

นายอัครเดช กล่าวต่อว่า การวอล์กเอาต์ออกจากห้องประชุมไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น และอดตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจเป็นความพยายามทำให้การอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องเลื่อนออกไป จากเดิมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม ไปเป็นเดือนพฤศจิกายน เพราะฝ่ายค้านไม่พร้อม

“ถ้าฝ่ายค้านมีความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็สามารถอภิปรายได้เลย การที่พยายามดึงเวลาออกไป จึงทำให้เกิดคำถามว่าฝ่ายค้านไม่มีความพร้อม ไม่มีมีหลักฐานหรือข้อมูลเพียงพอที่จะอภิปรายรัฐมนตรีที่ยื่นญัตติไว้แล้วหรือไม่” นายอัครเดช กล่าว

ความคิดเห็น