“พริษฐ์” แจ้งปรับ “พรรคกล้าธรรม” พ้นฝ่ายค้าน ท่ามกลางกระแสข่าวจ่อร่วมฝั่งรัฐบาล
“พริษฐ์” แจ้งปรับ “พรรคกล้าธรรม” พ้นฝ่ายค้าน หลังโหวตสวนเห็นชอบ พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 ท่ามกลางกระแสข่าวจ่อร่วมฝั่งรัฐบาล
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กท่ามกลางกระแสพรรคกล้าธรรมแสดงความจำนงจะขอถอนตัวจากคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หรือ วิปฝ่ายค้าน และจะเข้าร่วมกับฝั่งรัฐบาลหรือไม่นั้น
โดยนายพริษฐ์ ระบุว่า “การเมืองระบบรัฐสภา เป็นที่เข้าใจดีว่าการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองในซีกฝ่ายค้าน ย่อมมีมาตรฐานและรูปแบบที่แตกต่าง กับการทำงานร่วมกันระหว่างพรรคการเมืองในซีกรัฐบาล เพราะในขณะที่พรรคในซีกรัฐบาล ตกลงจับมือกันเพื่อตั้งรัฐบาล,
พรรคในซีกฝ่ายค้าน ประกอบไปด้วยพรรคการเมืองที่ (ไม่ว่าด้วยสาเหตุใด) ตัดสินใจไม่ร่วมรัฐบาล หรือ ไม่ถูกเชิญเข้าร่วมรัฐบาล ด้วยเหตุผลดังกล่าว การทำงานร่วมกันในวิปฝ่ายค้านที่ผ่านมา จึงเป็นการทำงานบนความเข้าใจและการเคารพซึ่งกันและกัน ว่าพรรคในซีกฝ่ายค้าน อาจมีจุดยืน อุดมการณ์ หรือแนวคิดทางนโยบาย ที่แตกต่างกันได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ผมยืนยันว่า พรรคในซีกฝ่ายค้านควรมีร่วมกัน คือจุดร่วมในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลไม่ให้ทำงานผิดทิศผิดทาง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา พรรคกล้าธรรม ได้มีมติให้ สส.จากพรรค ลงมติเห็นชอบ กับ พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 ของรัฐบาล ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่
(1) ขัดกับมติวิปฝ่ายค้านในวาระสำคัญดังกล่าว (มติวิปฝ่ายค้าน คือ “ไม่เห็นชอบ” หรือ “งดออกเสียง“ ตามมติของแต่ละพรรค)
(2) ก่อให้เกิดคำถามถึงสถานะและเจตนารมณ์ของพรรคกล้าธรรมในการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลปัจจุบัน ยิ่งเมื่อประกอบกับความไม่ชัดเจนของพรรคต่อการยื่นญัตติและลงมติในวาระอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้
ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ผมได้หารือกับตัวแทนจากพรรคกล้าธรรมหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว และได้ตกลงร่วมกันในการปรับพรรคกล้าธรรม ออกจากองค์ประกอบของคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร (วิปฝ่ายค้าน) ทั้งนี้ เพื่อให้กลไกของรัฐสภาที่ถูกออกแบบไว้สำหรับฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาล ถูกใช้โดยพรรคการเมืองที่มีเจตจำนงในการทำหน้าที่ฝ่ายค้าน
อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่พรรคกล้าธรรมมี สส.ที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนถึง 58 คน ผมจะยังคงทำหน้าที่ประสานงานกับตัวแทนของพรรคกล้าธรรมต่อไป เพื่อคุ้มครองสิทธิอันชอบธรรมของ สส.พรรคกล้าธรรม ในการมีพื้นที่ทำงานในสภาในฐานะผู้แทนราษฎร ผ่านกลไกที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน (เช่น เวลาในการอภิปรายวาระทั่วไป / โควตาการปรึกษาหารือปัญหาในพื้นที่
ในวันพรุ่งนี้ ผมจะนำเสนอรายชื่อกรรมการวิปฝ่ายค้านชุดใหม่ ต่อผู้นำฝ่ายค้านฯ เพื่อพิจารณาเสนอต่อประธานสภาตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งจะมีผลให้พรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบไปด้วย 5 พรรค คือ 1.พรรคประชาชน, 2.พรรคประชาธิปัตย์, 3.พรรคไทยภักดี, 4.พรรคเสรีรวมไทย, 5.พรรคไทรวมพลัง (ซึ่งเพิ่มเข้ามาในสมัยประชุมนี้ หลังจากพรรคเริ่มมีการลงมติในทิศทางเดียวกันกับฝ่ายค้านในวาระสำคัญ (เช่น พ.ร.ก. เงินกู้ / พ.ร.บ. งบประมาณ 2570) โดยสำหรับวาระเฉพาะหน้า พวกเรา 5 พรรค มีภารกิจสำคัญร่วมกัน ในการยื่นญัตติเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล โดยเร็วที่สุด
- ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องฟัน “ก้องเกียรติ” สส.กล้าธรรม ปกปิดเคยมีประวัติจำคุก
- “ธรรมนัส” เผยที่ประชุมพรรคกล้าธรรมมีมติ “โนโหวต” เลือกนายกรัฐมนตรี
- ปิดดีลจัดตั้งรัฐบาล รวม 292 เสียง ไร้ “พรรคกล้าธรรม-ประชาธิปัตย์” ร่วม