คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

พระพยอม เปรียบ สมีโชติ-สีกา ผีเน่ากับโลงผุ ต้องชดใช้เงินวัดทุกบาท ดึงศาสนาเสื่อม

ที่มา: The Thaigerอ่านแล้ว: 3

พระพยอม เปรียบ สมีโชติ-สีกา ผีเน่ากับโลงผุ ต้องชดใช้เงินวัดทุกบาท ดึงศาสนาเสื่อม

พระพยอม เปรียบแรงสมีโชติและสีกาคนสนิทเป็นผีเน่ากับโลงผุ จี้ต้องชดใช้เงินกลับมาคืนวัดทุกบาท เตือนสายมูเลิกงมงายวัตถุมงคล ทำพระหลงลาภยศ-ศาสนาเสื่อมเสีย

จากประเด็นร้อนในวงการผ้าเหลืองกรณี สมีโชติ เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริต และสมคบกันการฟอกเงิน ล่าสุด พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ออกมาแสดงความคิดเห็นและให้ข้อคิดเตือนสติ ทั้งการดำเนินคดี การใช้คืนเงินวัด และภัยงมงายจากกระแสสายมู

พระพยอม เผยว่า บุคคลนี้ไม่ควรเรียกว่า “ทิด” แต่ควรเรียกว่า “สมี” เน้นย้ำว่าจะต้องหาเงินมาใช้คืนให้ครบตามจำนวนที่สูญเสียไป อย่าปล่อยให้เรื่องจบลงโดยไม่ต้องจ่ายหรือเสียอะไรเลย หากถูกดำเนินคดีอย่างเดียวโดยไม่มีการคืนเงินก็จะไม่ได้รับเงินคืน กลายเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่สังคม แต่ถ้าทำให้เห็นเป็นตัวอย่างสัก 1–2 ราย ต่อไปพวกที่คิดจะทำผิดก็คงจะเข็ดขยาด

หากข่าวนี้ออกมาช้ากว่านี้ก็คงจะมีการโกงเงินไปอีกหลายล้านบาท เมื่อเรื่องแดงขึ้นมาและมีการตรวจพบเงินอยู่ที่บ้านของสีกาคนสนิท จึงถือว่าดิ้นไม่หลุดอย่างแน่นอน

เงินของศาสนาต้องสูญหายไปโดยไม่ได้นำไปสร้างถาวรวัตถุที่เป็นประโยชน์ แต่กลับนำไปปรนเปรอเรื่องส่วนตัว จึงถือเป็นเรื่องดีแล้วที่มีการดำเนินคดีเพื่อไม่ให้อยู่รกและสร้างความเสื่อมเสียแก่ศาสนาอีกต่อไป

พระพยอม กล่าวเปรียบเปรยพฤติกรรมระหว่างสมีคนดังกล่าวกับฝ่ายหญิงว่าเป็น “พวกผีเน่ากับโลงผุ” ตกอยู่ในสภาวะเหมือนคนสิ้นคิด ไร้สติปัญญาในการดำรงชีวิตอย่างมนุษย์ ถูกความอยากเข้าครอบงำ

นอกจากนี้ พระพยอม ยังได้ฝากเตือนประชาชนเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องวัตถุมงคลและเครื่องรางต่าง ๆ ระบุว่า เงินทองที่ไหลเข้าวัดจากกระแสสายมู ทำให้พระสงฆ์ขาดการใช้สติปัญญาและหลักธรรมคำสอน มุ่งหวังแต่ลาภผล เมื่อได้เงินมาก็กลับนำไปปรนเปรอผู้อื่น

พระพยอม ชี้ว่า ความจริงแล้วเครื่องรางในสมัยก่อนมีไว้เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติและสัญญาว่าจะไม่ผิดศีลผิดธรรม แต่ปัจจุบันชาวบ้านเชื่ออย่างงมงายเกินไป เช่าหาในราคาแพง ทำให้เงินไปกองอยู่กับพระที่ทำพิธีปลุกเสก เมื่อพระเจอเงินจำนวนมากก็ขาดสติปัญญาในทาง ศีล สมาธิ ปัญญา ที่เพียงพอแล้วไปกระทำความผิดทำให้เสื่อมเสีย

สุดท้าย พระพยอมขอร้องให้ประชาชนอย่าสนับสนุนสายมูจนมากเกินไป ขอให้ใช้สติปัญญา หันมาสนับสนุนด้าน ศีล สมาธิ และปัญญา เป็นทางที่ถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนา เพื่อไม่ให้เกิดความเสื่อมเสียแก่พระศาสนาอีกต่อไป

- พระพยอม ซัด ลัทธิประหลาด แค่พวกหิวแสง เตือนสติชาวพุทธ อย่าหลงเชื่อ

- ส่องแฟชั่น “สมีโชติ” ขณะกองปราบคุมตัว แต่ละชิ้นราคาไม่ธรรมดา

- แพรรี่ ซัด “สมีโชติ” รวยอู้ฟู่-มีทองแท่ง 1000 บาท แต่คนมูจน หนีกรรมไม่พ้น

ความคิดเห็น