คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

“พิพัฒน์” เหน็บ “ลิซ่า” อย่าพูดลอยๆ -ม็อบ “สนธิ” จุดติดหรือไม่อยู่ที่เหตุผล

ที่มา: ไทยรัฐ

“พิพัฒน์” บอก “สนธิ” ปลุกม็อบติดหรือไม่อยู่ที่เหตุผล “สีหศักดิ์” คุยกับทูตแล้ว เรื่องไปชุมนุมหน้าสถานทูต เหน็บ “ลิซ่า” พูดลอยๆ ไม่มีหลักฐานไม่ได้ เตรียมแฉโกงสอบท้องถิ่น โยงเด็กนายภาคใต้

วันที่ 10 กันยายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในวันนี้ (10 ก.ย.) จะกระทบต่อการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ว่า การไปสถานทูตอิสราเอลจะได้ผลหรือไม่อยู่ที่เหตุผล หากอยู่ในที่ตั้งไม่ได้กระทบกับการเดินทางเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าทำให้มีผลกระทบสิ่งแรกที่ต้องกระทำคือต้องขออนุญาตก่อนตามกฎหมาย ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลไม่ได้ใส่ใจเรื่องการเคลื่อนไหวของนายสนธิใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นฝ่ายบริหารต้องใส่ใจในทุกมิติ แต่การใส่ใจตรงนี้ให้น้ำหนักเท่าไหร่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ฉะนั้น ต้องดูน้ำหนักของนายสนธิที่นำชุมนุมมีเท่าไหร่ เหตุผลในการลงถนนมีมากพอหรือไม่ ถ้ามีเหตุผลไม่มากพอ ตนเชื่อว่านายสนธิออกมาเชิญชวนก็อาจจะมีบ้าง แต่คงไม่ได้อย่างที่เขาคิด สำหรับกรณีที่นายสนธิ ประท้วงเรื่องที่นักท่องเที่ยวอิสราเอลตั้งชุมชนนั้น ประเทศไทยไม่ว่าใครก็อยากที่จะมาอยู่ แต่ต่างชาติจะได้สิทธิ 1 เดือนในการมาเที่ยวประเทศไทย แต่อย่าทำเกินสิทธิที่ได้รับ เช่น ไปทำเรื่องผิดกฎหมายของประเทศไทย ที่ผ่านมานายกฯได้ผลักดันออกประเทศไปบ้างแล้ว นายกฯไม่เคยละเลยสิ่งใดๆ ถ้าต่างชาติจะทำผิดกฎหมายในประเทศไทยก็ต้องได้รับผลกระทบจากกฎหมายฉบับนั้นๆ ของไทย

บอกชุมนุมหน้าสถานทูต “สีหศักดิ์” คุยกับทูตแล้ว

เมื่อถามว่ามองว่าการเคลื่อนไหวของนายสนธิมีนัยซ่อนเร้นทางการเมืองหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า บังเอิญเรื่องการเมืองตนไม่ค่อยเก่ง เลยมองไม่ค่อยออก ฉะนั้น ให้คนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางการเมืองมาเป็นผู้วิเคราะห์เอง เมื่อถามย้ำว่า วันนี้นายสนธินำกลุ่มผู้ชุมนุมไปสถานทูตอิสราเอล เป็นห่วงจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าเป็นสิทธิที่จะมีการชุมนุม และที่สำคัญคือ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และรมว.การต่างประเทศ ได้มีการเชิญเอกอัครราชทูตมาหารือกันแล้วในสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นการที่มีคนไปประท้วงก็น่าจะมีการพูดคุยกันแล้ว การประท้วงในบ้านเราไม่ใช่ครั้งแรกที่ไปประท้วงหน้าสถานทูต แต่ทุกครั้งทางเจ้าหน้าที่ก็ดูแลความปลอดภัยมาด้วยดีตลอด นี่คือ เสน่ห์และความน่ารักของประเทศไทยที่เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวทุกมุมโลกมาท่องเที่ยวในประเทศไทย

เหน็บ “ลิซ่า” พูดลอยๆ ไม่มีหลักฐานไม่ได้

นายพิพัฒน์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณี น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยว่า อดีตเลขานุการรัฐมนตรีมีความเชื่อมโยงกับคดีทุจริตสอบเข้าข้าราชการท้องถิ่นว่า ไม่อยากจะตอบก่อนขอรอผลสอบของตำรวจ หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ก่อน นักการเมืองออกมาพูดอย่างไรก็พูดได้หมด พอพูดไปถ้าไม่จริงก็ถูกฟ้องร้องเอง ตนเองไม่ใช่คู่กรณีคงไม่เข้าไปก้าวก่ายมาก เรื่องนี้นายกฯ ยืนยันต้องว่ากันให้ถึงที่สุด งานนี้ไม่มีคำว่าฮั้ว ใครผิดก็ต้องรับความผิดที่ตัวเองทำ เมื่อถามถึงกรณีที่ น.ส.ภคมน บอกว่า มีเส้นใหญ่ถึงขั้นไม่ต้องเข้าสอบแต่มีชื่อในการบรรจุ นายพิพัฒน์ย้อนถามว่า ที่มีชื่อโดยไม่ได้เข้าสอบ ต้องไปถามผู้ให้สัมภาษณ์ว่ารู้ได้อย่างไร หรือลูกหลานพี่น้องเขาไม่ต้องสอบแล้วได้รับการบรรจุหรือไม่ ฝากไปถามเขา ในเมื่อเขารู้เยอะขนาดนี้ ขอให้ช่วยออกมาชี้หน่อยว่าเป็นใครและรู้ได้อย่างไร เพราะคนสอบเป็นแสน ไม่ใช่สอบอยู่แค่ 2 คน คุณจะพูดออกมาแบบลอยๆ โดยไม่มีหลักฐานอะไรชี้วัดมันไม่ได้ คิดอยากจะหาเสียงก็ว่าไป แต่อย่าหาความชอบใส่ตัวเองในสิ่งที่มันไม่ชัดเจน ขอฝากไปถึงน้องๆ ว่าอะไรที่มันชัดเจนค่อยมาพูด อะไรที่คิดว่าคุณคิดมาเองก็เก็บไว้เล่าให้เพื่อนฟังได้ แต่อย่าเพิ่งรีบสื่อสาร

ความคิดเห็น