“ภราดร” แจงปมเงินชดเชย กบข. ชี้แก้กฎหมายฉบับเดียวจบ ขอฝ่ายค้านช่วยดันก่อนงบปี 71
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ชี้ว่าเงินที่รัฐต้องจ่ายคืน กบข. ทุกปีนั้นแก้ได้ไม่ยาก เพียงแก้กฎหมายฉบับเดียว และขอให้ฝ่ายค้านช่วยผลักดันให้ทันก่อนทำงบปี 2571
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงในการประชุมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ถึงประเด็นงบประมาณที่เกี่ยวกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข.
ประเด็นอยู่ที่เงินชดเชยที่รัฐต้องจ่ายคืนให้กองทุน ซึ่งนายภราดรระบุว่ากฎหมายของ กบข. กำหนดหลักเกณฑ์ให้ต้องตั้งงบประมาณในสัดส่วน 2 เท่า เรื่องนี้เคยอภิปรายและชี้แจงไปแล้วในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ วาระที่ 1
นายภราดรกล่าวว่า แนวทางแก้ไขไม่ได้ซับซ้อน เพียงแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ กบข. เท่านั้น “ในส่วนของผมที่สวมหมวกเป็น สส. พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอแก้ไขกฎหมายเรื่องนี้แล้ว”
ตนจะพยายามผลักดันให้กฎหมายมีผลบังคับใช้ก่อนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2571 เพื่อให้มีพื้นที่ทางการคลังมากขึ้น และลดจำนวนเงินที่รัฐบาลต้องจัดสรรเพื่อชดเชยให้ กบข.
พร้อมกันนี้ยังขอแรงสนับสนุนจากสมาชิกฝ่ายค้าน หากเห็นตรงกันว่าควรดำเนินการร่วมกันในสภา โดยขณะนี้ได้เสนอร่างแก้ไขกฎหมายเรียบร้อยแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ
กบข. คืออะไร ทำไมรัฐต้องจ่ายเงินเข้ากองทุน
กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ Government Pension Fund ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2539 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหลักประกันการจ่ายบำเหน็จบำนาญให้ข้าราชการเมื่อออกจากราชการ ส่งเสริมการออมของสมาชิก และจัดสวัสดิการให้สมาชิก
กบข. มีสถานะเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายเฉพาะ ไม่ใช่ส่วนราชการและไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้รักษาการตามกฎหมาย
ข้าราชการที่เข้ารับราชการตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2540 เป็นต้นไป ทุกคนต้องเป็นสมาชิก กบข. ส่วนผู้ที่รับราชการอยู่ก่อนหน้านั้นมีสิทธิเลือกว่าจะเข้าเป็นสมาชิกหรือไม่ตามความสมัครใจ
เงินออมของสมาชิก กบข. แต่ละคนไม่ได้มาจากตัวข้าราชการเองทั้งหมด แต่แบ่งเป็นสองฝั่ง
ฝั่งที่สมาชิกนำส่งเองมี 2 ส่วน คือเงินสะสม และเงินสะสมส่วนเพิ่มสำหรับคนที่ต้องการออมเพิ่ม โดยกฎหมายกำหนดเพดานรวมไว้ไม่เกิน 15% ของเงินเดือน
ฝั่งที่รัฐนำส่งมี 3 ส่วน คือเงินประเดิม เงินสมทบ และเงินชดเชย
เงินชดเชยคือก้อนที่เป็นประเด็นในข่าวนี้ เป็นเงินที่รัฐใส่เข้ากองทุนให้สมาชิก เนื่องจากสูตรคำนวณบำนาญของระบบ กบข. ต่างจากระบบบำนาญแบบเดิม รัฐจึงต้องใส่เงินก้อนนี้เข้าไปชดเชยส่วนต่าง
ทุกปีรัฐบาลจึงต้องตั้งงบประมาณก้อนหนึ่งเพื่อจ่ายเงินชดเชยเข้ากองทุน ซึ่งเป็นรายจ่ายผูกพันที่ตัดออกไม่ได้ตราบใดที่กฎหมายยังกำหนดไว้แบบเดิม
ทำไมต้องแก้กฎหมาย
ข้อโต้แย้งของฝ่ายรัฐบาลคือเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดทำให้ต้องตั้งงบไว้สูงกว่าที่จำเป็น เมื่อเงินก้อนนี้ถูกล็อกไว้ในงบประมาณทุกปี พื้นที่ทางการคลังสำหรับใช้จ่ายเรื่องอื่นก็เหลือน้อยลง
การแก้กฎหมายจึงมีเป้าหมายเพื่อลดจำนวนเงินที่ต้องตั้งงบในแต่ละปี ไม่ใช่การยกเลิกเงินชดเชย
กรอบเวลาที่นายภราดรตั้งไว้คือให้กฎหมายมีผลก่อนการจัดทำงบประมาณปี 2571 ซึ่งหมายความว่าต้องผ่านทั้งขั้นตอนรับฟังความเห็นตามมาตรา 77 และการพิจารณาของรัฐสภาให้ทันภายในราวหนึ่งปี
ทั้งนี้ ข้อมูลเรื่องเกณฑ์ 2 เท่าเป็นการอ้างอิงตามคำชี้แจงของนายภราดรในที่ประชุม โดยยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดว่าเป็นบทบัญญัติมาตราใด และจะแก้ไขในถ้อยคำอย่างไร ซึ่งจะปรากฏชัดเมื่อร่างแก้ไขเข้าสู่การพิจารณาของสภา
- อาจารย์วีระ ชงสภาตัดงบ 2.5 หมื่นล้าน เบรกขึ้นเงินเดือน ข้าราชการ 1-2 ปี
- ครม.ไฟเขียว ยุบข้าราชการ 11 ตำแหน่ง เริ่มปีงบประมาณ 2570
- ครม.ไฟเขียวลดข้าราชการ 15% ศธ.ขยับด่วน จ่อรื้อระบบโรงเรียนเล็กกว่า 1 หมื่นแห่ง
- กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
- สำนักบริหารทรัพยากรมนุษย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สรุปสาระ พ.ร.บ. กบข.