คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

‘พนัส ไทยล้วน’ เปิดใจแพ้เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม จวกแรงงานไม่สนใจเสื้อ-หมวกวันแรงงาน

ที่มา: ข่าวสด

‘พนัส ไทยล้วน’ เปิดใจแพ้เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม จวกแรงงานไม่สนใจเสื้อ-หมวกวันแรงงาน ซัดคนที่รับปากลงคะแนน ไม่ทำตามที่พูด นัดถกสรุปบทเรียน 18 ต.ค.

เมื่อวันที่ 12 ต.ค.2569 นายพนัส ไทยล้วน อดีตกรรมการประกันสังคมหลายสมัย และประธานสภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานแห่งประเทศไทย เปิดใจในรายการ กรรมกรข่าวคุยนอกจอ หลังการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ซึ่งมีผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ โดยทีมประกันสังคมก้าวหน้าคว้า 1-7 อันดับแรกของผลคะแนนทั้งฝ่ายนายจ้างและผู้ประกันตนว่า

“ผมไม่ได้กังวลเรื่องแพ้ชนะมากนัก แต่ต้องการให้ผู้สมัครในทีม มีโอกาสได้รับเลือกตั้ง เพื่อเข้าไปทำงานและผลักดันความก้าวหน้าของประกันสังคม”

นายพนัส กล่าวว่า ตนเดินสายหาเสียงไปตามสภาแรงงานและโรงงานต่างๆ โดยพยายามอธิบายแนวคิดและให้ผู้ใช้แรงงานเข้าใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างไร แต่เมื่อถึงวันเลือกตั้ง ผู้ที่เคยยกมือแสดงความเห็นด้วย กลับไม่ได้ออกไปลงคะแนนตามที่พูดไว้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องนำมาทบทวนว่า การหาเสียงที่ผ่านมาเกิดปัญหาตรงไหน และเหตุใดผู้ใช้แรงงานจึงไม่ได้ออกมาใช้สิทธิตามที่คาดหวัง

“คนพูดเนี่ย อย่าไปหวังว่าคนพูดแล้วเขาจะทำตาม ไม่อย่างนั้นพรรคการเมืองก็อย่าแพ้ ผมจำได้ว่าการเลือกตั้งทำไม ถ้าผมชนะล่ะ คุณสรยุทธจะว่ายังไง วันนี้ก็ต้องมาคุยกันว่าทำอย่างไรถึงชนะ แต่เมื่อแพ้ก็ต้องมาทบทวนกัน” นายพนัสกล่าว

นายพนัส กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้รู้สึกเจ็บใจคือ ทีมของตนไม่สามารถเข้าไปหาเสียงได้ทั่วประเทศเหมือนอีกฝ่าย เนื่องจากการทำงานส่วนใหญ่จำกัดอยู่ในพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรม ขณะที่อีกฝ่ายสามารถเข้าถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งในหลายพื้นที่ได้มากกว่า ทำให้กลุ่มแรงงานที่มีสมาชิกอยู่ในโรงงานจำนวนมากไม่สามารถเปลี่ยนจำนวนสมาชิกให้เป็นคะแนนเสียงได้ทั้งหมด

นายพนัส กล่าวว่า โรงงานแห่งหนึ่งอาจมีผู้ใช้แรงงานเป็นพันคน แต่ทีมงานสามารถเข้าถึงกรรมการ หรือสมาชิกได้เพียง 30-50 คน หรือประมาณ 100 คนเท่านั้น ขณะที่แรงงานอีกหลายร้อยคนที่เหลือไม่ทราบว่าจะออกไปลงคะแนนหรือไม่ แม้กรรมการในโรงงานจะยืนยันว่าจะช่วยนำคะแนนมาให้ก็ตาม จึงต้องกลับมาพิจารณาว่าเหตุใดการทำงานในพื้นที่จึงไม่สามารถทำให้สมาชิกออกไปใช้สิทธิได้ตามเป้าหมาย

“โรงงานนี้มีพันคน เราก็หาเสียงกับกรรมการ 30 คน 50 คน 100 คน แต่อีก 900 คนเราไม่รู้ว่ามันไปไหม แต่กรรมการเขาก็ยืนยันว่าเขาจะเอาไปให้ได้ ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงนี้ เวลาเราทำสงคราม มันแพ้เราก็ต้องสรุปบทเรียนกัน” นายพนัส กล่าว

นายพนัส กล่าวว่า วันที่ 18 ต.ค.นี้ จะเรียกประชุมตัวแทนจากสภาแรงงานประมาณ 100 แห่ง เพื่อหารือและสรุปบทเรียนจากการเลือกตั้ง โดยจะพิจารณาว่าแต่ละสภามีสมาชิกอยู่จำนวนมาก ตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลายพันคน แต่เหตุใดจึงไม่สามารถนำสมาชิกออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งได้ตามจำนวนที่คาดหวัง รวมถึงจะตรวจสอบปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่อย่างละเอียด

นายพนัส กล่าวว่า ตนไม่ได้กังวลเรื่องแพ้ชนะมากเท่ากับการต้องการให้ผู้สมัครในทีมมีโอกาสเข้าไปทำงาน เพราะด้วยประสบการณ์การเป็นกรรมการประกันสังคมหลายสมัย ทำให้ทราบว่าการทำงานในบอร์ดมีข้อจำกัด และไม่สามารถผลักดันทุกเรื่องให้สำเร็จได้ทันที แต่หากผู้สมัครได้รับเลือกตั้งก็จะมีโอกาสเข้าไปทำงานเพื่อให้เกิดความก้าวหน้า

เมื่อถามถึงกรณีการแจกปฏิทินประกันสังคม ซึ่งมีการจัดทำประมาณ 5 ล้านใบ แต่เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับการกระจายปฏิทินให้สมาชิกของแต่ละสภาแรงงาน นายพนัส กล่าวว่า ปฏิทินทั้งหมดไม่ได้อยู่ในความดูแลของตนเพียงคนเดียว โดยส่วนที่ได้รับจัดสรรให้สมาชิกของตนมีประมาณ 200,000 ใบเท่านั้น ขณะที่ปฏิทินส่วนที่เหลือมีการกระจายไปยังสภาต่างๆ และมีการแจกจ่ายในพื้นที่อื่นด้วย

นายพนัส กล่าวว่า ตนได้รับปฏิทินมาแจกสมาชิกประมาณ 200,000 ใบ และต้องนำไปแจกจ่ายด้วยตัวเอง เนื่องจากสมาชิกในแต่ละพื้นที่ได้รับปฏิทินไม่เท่ากัน จึงไม่สามารถนำจำนวนปฏิทินทั้งหมดที่มีการจัดทำไปผูกกับการแจกจ่ายของสภาใดสภาหนึ่งได้ โดยยืนยันว่าปฏิทินที่ได้รับมานั้นมีจำนวนจำกัดเมื่อเทียบกับปริมาณที่จัดทำทั้งหมด

“ปฏิทินประกันสังคม เขาจัดทำมา 5 ล้านใบ ผมมีส่วนแบ่งมาให้สมาชิกผมแค่ 200,000 ใบเท่านั้น ส่วนที่เหลืออีก 4 ล้านกว่าใบก็กระจายไปตามสภาต่างๆ ผมก็ไปแจกเอง ผมเรียกได้มาแค่ 200,000 ใบ” นายพนัส กล่าว

นายพนัส กล่าวถึงประเด็นเสื้อและหมวกที่แจกในวันแรงงานแห่งชาติ วันที่ 1 พ.ค.ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นอีกประเด็นที่ต้องนำมาทบทวน เพราะมีผู้ใช้แรงงานบางส่วนตั้งคำถามว่า ปีนี้ไม่มีเสื้อแจกหรือไม่มีหมวกให้ใส่เหมือนที่ผ่านมา แต่กลับไม่ได้พิจารณาว่าปัญหาเกิดจากขั้นตอนใด หรือผู้ที่มีหน้าที่จัดสรรเสื้อและหมวกเป็นใคร โดยมองว่าผู้นำแรงงานควรตรวจสอบข้อเท็จจริงและทำความเข้าใจปัญหาของสมาชิกให้ชัดเจน

นายพนัส กล่าวว่า การแจกเสื้อและหมวกในวันแรงงาน เป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงวันสำคัญของผู้ใช้แรงงาน ซึ่งเป็นโอกาสที่แรงงานจะมารวมตัวกัน เดินขบวน และยื่นข้อเรียกร้อง แต่เมื่อสมาชิกไม่ได้รับสิ่งของตามที่คาดหวัง ก็เกิดคำถามขึ้นว่าทำไมไม่มีการแจกจ่ายเหมือนเดิม และเหตุใดผู้ใช้แรงงานจึงไม่แสดงความสนใจต่อประเด็นดังกล่าวอย่างจริงจัง

“วันแรงงานวันที่ 1 พ.ค. ปีนี้ไม่มีหมวก แล้วหัวมึงร้อนวันนี้ เพราะไม่มีหมวกใส่เนี่ย เป็นเพราะพวกมึงเองอย่างนั้นหรือเปล่า แล้วทำไมไม่ไปถามว่าไม่มีเสื้อแจกเหรอ ทำไมไม่ไปถามคนที่ตัดเสื้อให้มึง” นายพนัส กล่าว

นายพนัส กล่าวว่า ในอดีตปฏิทินมีราคาประมาณ 5 บาท แต่เมื่อเวลาผ่านไปต้นทุนเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันมีราคาประมาณ 10 บาท ซึ่งการจัดทำและแจกจ่ายต้องพิจารณาทั้งต้นทุนและจำนวนที่ได้รับจัดสรร ขณะที่ผู้ใช้แรงงานบางส่วนอาจไม่ได้รับปฏิทินหรือสิ่งของแจกจ่ายตามที่คาดหวัง จึงเกิดข้อสงสัยว่ามีการแจกจ่ายทั่วถึงหรือไม่

นายพนัส กล่าวว่า ในฐานะผู้นำแรงงาน เมื่อสมาชิกเกิดความเดือดร้อนหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการแจกจ่ายสิ่งของ ควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่าแต่ละสภาได้รับจัดสรรจำนวนเท่าใด และมีการแจกจ่ายไปถึงสมาชิกหรือไม่ เพราะหากไม่มีการสื่อสารที่ชัดเจน ก็อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดและส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำแรงงานกับสมาชิก

นายพนัส กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ทำให้เห็นว่ากลุ่มแรงงานต้องกลับมาทบทวนการทำงานของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารกับสมาชิก การเข้าถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หรือการดูแลปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้การทำงานครั้งต่อไปมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถทำให้สมาชิกมีส่วนร่วมกับกิจกรรมและการเลือกตั้งได้มากกว่าเดิม

พัฒนาการของเหตุการณ์: 2 รายงาน

ความคิดเห็น