คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

พรรคประชาชน สรุปครั้งสุดท้ายคดีฮั้ว สว. 229 คน ก่อน กกต. นัดพิจารณาลงมติวันนี้

ที่มา: The Thaigerอ่านแล้ว: 4

พรรคประชาชน สรุปครั้งสุดท้ายคดีฮั้ว สว. 229 คน ก่อน กกต. นัดพิจารณาลงมติวันนี้

พรรคประชาชน สรุปครั้งสุดท้ายคดีฮั้ว สว. 229 คน ก่อน กกต. นัดพิจารณาลงมติวันนี้ ชี้กระทบความน่าเชื่อถือสภาและสามารถควบคุมทิศทางได้

พรรคประชาชน โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กระบุว่า “การเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 ผ่านมาแล้วกว่า 2 ปี แต่ข้อสงสัยเรื่องความผิดปกติของกระบวนการได้มาซึ่ง สว. ชุดปัจจุบันยังไม่หายไป ตรงกันข้าม พยานและหลักฐานที่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะในช่วงที่ผ่านมา ยิ่งทำให้เกิดคำถามมากขึ้นว่า การเลือก สว. ครั้งนั้นเป็นการเลือกอย่างอิสระ หรือมีขบวนการ ‘โกง’

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน และโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) นำข้อมูลและพยานหลักฐานออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะหลายครั้ง และคำถามสำคัญก็พุ่งไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่กำลังจะมีมติในวันที่ 14 กันยายน ว่าจะส่งเรื่องคดีโกง สว. ที่มีผู้ถูกกล่าวหา 229 คน ไปยังศาลหรือไม่

หลายคนข้องใจการทำงานของ กกต. ที่ตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 หรือเรียกง่ายๆ ว่า ‘อนุชุด 36’ ขึ้นมา และเสนอให้ยกคำร้องทั้ง 229 คน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง กกต. และ DSI มีความเห็นว่า ทั้ง 229 คน ‘มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า’ มีส่วนกับการทุจริตเลือก สว. และให้ส่งคดีนี้ไปยังศาล

อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ กกต. มีความเห็นกลับหัวกลับหางกับคณะไต่สวนชุดที่ 26 กันแน่?

ก่อนที่เราจะฟังมติของ กกต. ในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน ชวนทบทวนข้อกล่าวหาเกี่ยวกับกระบวนการที่ต้องสงสัยว่าเป็นการ ‘โกง สว.’ แบบ How to ว่า ‘การกินรวบอำนาจ’ ครั้งใหญ่ที่สุด เกิดขึ้นในประเทศได้อย่างไร

[ 1. วางแผน ]

ความผิดปกติในการเลือก สว. เริ่มขึ้นตั้งแต่ก่อนเปิดรับสมัคร โดยมีข้อกล่าวหาว่ามีกลุ่มบุคคลในพรรคการเมือง มีการวางแผนล่วงหน้าเพื่อยึดกุมวุฒิสภา โดยมีการตกลงเรื่องการแบ่งทีมตามพื้นที่ และการจัดสรรทรัพยากร เพื่อให้ได้จำนวนเสียงตามเป้าหมาย

องค์ประกอบหนึ่งของแผนที่พยานหลายคนพูดตรงกัน คือการ “เน้นไปที่จังหวัดขนาดเล็ก มีอำเภอไม่มาก” เนื่องจากจำนวนผู้สมัครที่ต้องใช้เพื่อรับประกันว่าจะมีตัวแทนจังหวัดจากขบวนการตนเองผ่านเข้าไปสู่การเลือกระดับประเทศ จะน้อยกว่า เมื่อเทียบกับจังหวัดขนาดใหญ่

และเมื่อมาดูผลการเลือก สว. ที่ผ่านมา เราจะเห็นว่า สว. ที่ได้รับเลือก มีความกระจุกตัวตามจังหวัดขนาดเล็กอย่างชัดเจน (เช่น อ่างทอง / สตูล / อุทัยธานี / อำนาจเจริญ)

[ 2. ‘จ้างคน’ มาสมัคร ]

เมื่อการวางแผนเดินหน้าสู่การจัดหาผู้สมัคร พยานและหลักฐานก็ชี้ว่า มีการจ่ายเงินหรือผลประโยชน์เพื่อให้บุคคลจำนวนมากเข้ามาสมัครในกลุ่มอาชีพต่างๆ โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการเลือกคนของขบวนการให้ผ่านเข้าไปสู่การเลือกระดับประเทศ – หากกระบวนการนี้เกิดขึ้นจริง สิ่งนี้จะไม่ใช่แค่ ‘การฮั้ว’ แต่คือ ‘การโกง’ ที่มีเงินค่าจ้างและสิ่งตอบแทนเข้ามาเกี่ยวข้อง

ตัวอย่างหนึ่งของหลักฐานเส้นทางการเงิน คือกรณีที่ปรากฏว่า นายสุบิน ศักดา (ซึ่งเป็นผู้ช่วย สส. ของ สส. พิชัย ชมภูพล พรรคภูมิใจไทย จังหวัดสุราษฎร์ธานี) มีการโอนเงินไปให้ผู้สมัคร สว. ทั้งหมด 10 คน จากอำเภอเดียวกัน (ยอดรวม 32,000 บาท) ในช่วง 1 วันก่อนการเลือก สว. ระดับจังหวัด

[ 3. รวมพลที่ศูนย์ทำโพย ]

เมื่อผู้สมัครผ่านมาถึงระดับประเทศ จุดสำคัญคือการประสานงานก่อนวันเลือก – สิ่งที่พยานหลายคนพูดตรงกัน คือหลังจากผ่านการเลือกระดับจังหวัดแล้ว ทางขบวนการจะดำเนินการรวบรวมผู้สมัครในแต่ละจังหวัด (ทั้งผู้สมัครที่ร่วมขบวนการตั้งแต่ต้น และผู้สมัครส่วนอื่นที่ขบวนการติดต่อไปเพื่อ “ช้อน” หรือโน้มน้าวให้มาร่วมขบวนการ) และนำพาผู้สมัครในแต่ละจังหวัดเดินทางมาที่ “ศูนย์ทำโพย” ต่างๆ ใกล้ กทม. ในช่วงวันที่ 24-25 มิ.ย. 2567 (1-2 วันก่อนการเลือกระดับประเทศ) เพื่อเก็บตัว ติว จัดทำโพย และเตรียมการสำหรับการเลือกระดับประเทศ โดยหลายครั้ง ทางขบวนการจะเป็นฝ่ายจองและออกค่าเดินทางให้กับผู้สมัคร

ในขั้นพื้นฐาน หากมีโพยที่กำหนดล่วงหน้าว่าต้องเลือกใคร ต้องเทคะแนนให้ใคร ใครเป็นผู้ถูกเลือก และใครเป็นผู้เลือก ย่อมทำให้เกิดคำถามว่า คะแนนและผลการเลือกมาจากเจตจำนงและการตัดสินใจของผู้สมัครแต่ละคนจริงหรือไม่

ยิ่งหากมีข้อมูลเรื่องการจ่ายเงินหรือผลประโยชน์ประกอบด้วย ความผิดปกติก็ไม่ได้อยู่เพียงที่การทำโพย แต่อาจเกี่ยวข้องกับการจูงใจให้ผู้สมัครลงคะแนนไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบทั้งเส้นทางเงิน ผู้จัดการ และผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการลงคะแนนดังกล่าว

[ 4. เลือกตามโพยใบสั่ง ]

วันที่ 26 มิถุนายน 2567 คือวันที่แผนทั้งหมดจะสะท้อนออกมาเป็นคะแนนในบัตรเลือก สว. เนื่องจากขบวนการดังกล่าวจะสำเร็จได้ ต่อเมื่อมีผู้สมัคร สว. ในขบวนการลงมติตามโพยที่จัดทำก่อนหน้าและอยู่ในมือผู้สมัคร ในวันเลือก สว. ระดับประเทศ

ผลการนับคะแนนและภาพของบัตรเลือกตั้งระหว่างนับคะแนน เป็นหลักฐานยืนยันว่ามีผู้สมัคร สว. จำนวนมาก ที่ลงมติตรงตามตัวเลขในโพย (หลายกรณี ตรงแม้กระทั่งลำดับที่เขียนตัวเลขผู้สมัคร 10 คนในรอบเช้า และ 5 คนในรอบบ่าย)

นอกจากนั้น คลิปกล้องวงจรปิดในวันดังกล่าวที่ได้มีการเผยแพร่ก่อนหน้านี้ ยังยืนยันว่า กกต. ได้พบเห็นความผิดปกติ ถึงขั้นมีการตักเตือนและเดินเก็บโพยจากผู้สมัครในรอบบ่าย ซึ่งรวมถึงผู้สมัคร สว. ที่ชื่อ มงคล สุระสัจจะ (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานวุฒิสภา)

[ 5. ปฐมนิเทศ สว. ใหม่ ]

หากมีขบวนการโกง สว. ตั้งแต่ก่อนสมัคร ความน่าสงสัยไม่ได้จบลงเมื่อประกาศผลการเลือก สว. เพราะต้องตรวจสอบต่อว่า หลังได้ตำแหน่งแล้ว ผู้ที่มาจากเครือข่ายเดียวกันยังมีการประสานงานและควบคุมเสียงให้ลงมติไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่

การนัดหมาย ซักซ้อมการลงมติ หรือการตกลงตำแหน่งประธานและรองประธาน สว. อาจเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในทางการเมือง แต่หากเชื่อมโยงกับพฤติการณ์ก่อนหน้า ทั้งการจัดหาผู้สมัคร การเดินทาง การทำโพย การจ่ายเงิน และรูปแบบคะแนน ก็จำเป็นต้องพิจารณาภาพรวมทั้งหมด รวมถึงความเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองซึ่งขัดกับกฎหมายและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

พยานบุคคลหลายคนให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าหลังจากการเลือก สว. เสร็จสิ้นลง ได้มีการประชุมกันของ สว. ใหม่ ที่อยู่ในขบวนการเป็นหลายสิบคน (หรืออาจเกินร้อยคน) ที่โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ โดยมีการพูดถึงอย่างน้อย 2 วัน (21 ก.ค. 2567 และ 23 ก.ค. 2567) นอกจากนั้น พยานบุคคลยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าได้เห็นนักการเมืองบางคนปรากฏตัวที่โรงแรมในวันดังกล่าวด้วยเช่นกัน รวมถึง อนุทิน ชาญวีรกูล ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง รมว.มหาดไทย

หากเป็นเช่นนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นย่อมไม่ใช่เพียงปัญหาการเลือกที่ไม่โปร่งใส แต่กระทบโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือของวุฒิสภา กลไกตรวจสอบ และอาจเป็นการทำให้อำนาจทางการเมืองในระดับ สว. ซึ่งมีส่วนในการเลือกองค์กรอิสระและพิจารณากฎหมาย สามารถกำหนดทิศทางของประเทศได้ตามที่ใครบางคนต้องการ”

- จับตาวันนี้! กกต. ลงมติคดีฮั้ว สว. 229 คน นัดตั้งโต๊ะแถลงผลบ่าย 3 โมงเย็น

- “เท้ง ณัฐพงษ์” นัดประชาชนลงถนน เดินแสดงพลังกดดัน กกต. ก่อนลงมติฮั้ว สว.

- “อนุทิน” เมิน “สนธิ” หลังนัดเคลื่อนไหว พย้อมยกระดับ 14 ก.ย. หากมีมติไม่ส่งฟ้องฮั้ว สว.

พัฒนาการของเหตุการณ์: 5 รายงาน

ความคิดเห็น