พรรคประชาชน เปิดรับบริจาคลุยซักฟอก ม.151 ชูพลัง 99%
วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เฟซบุ๊ก พรรคประชาชน – People’s Party เผยแพร่ข้อความเชิญชวนประชาชนร่วมบริจาคเงินสนับสนุนการดำเนินงานของพรรค โดยเปรียบเทียบแหล่งเงินทุนทางการเมืองระหว่างพรรคที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มคนทุนหนากับพรรคที่ต้องการพึ่งพาเงินบริจาคจากประชาชนทั่วไป
พรรคประชาชนระบุว่า พรรคอื่นอาจขับเคลื่อนด้วยเงินทุนของคน 1% แต่พรรคขอขับเคลื่อนด้วยหัวใจและหยาดเหงื่อของประชาชนอีก 99% ที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง พร้อมอธิบายว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ต้องอาศัยทั้งทรัพยากร ข้อมูล และเงินทุนจากประชาชน เพื่อสนับสนุนการทำงานของฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาล
นอกจากนี้ พรรคยังเผยแพร่ภาพประชาสัมพันธ์ที่มีข้อความว่า
“พวกเขาลงทุนเพื่อถอนทุนคืน… แล้วเราจะสู้ด้วยอะไร ถ้าไม่มีคุณ?”
พร้อมระบุภารกิจระดมทุนสำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 151 โดยใช้ข้อความรณรงค์เกี่ยวกับการตรวจสอบเครือข่ายอำนาจทางการเมืองและการเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง
ขณะเดียวกัน พรรคประชาชนยังเผยแพร่คลิปวิดีโอประชาสัมพันธ์ที่มี นายพริษฐ์ วัชรสินธุ นางสาวรักชนก ศรีนอก และนายศุภโชติ ไชยสัจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรค ร่วมแสดงบทบาทในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล เพื่อสื่อสารถึงความสำคัญของทรัพยากรที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลและเตรียมอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร
สำหรับการเปิดรับบริจาคครั้งนี้ พรรคประชาชนระบุช่องทางผ่านเว็บไซต์ donation.peoplesparty.or.th โดยประชาชนสามารถเลือกบริจาคเงินครั้งเดียว หรือบริจาครายเดือนเพื่อสนับสนุนการทำงานของพรรคอย่างต่อเนื่อง
ระบบรับบริจาคของพรรคกำหนดให้ผู้บริจาคยืนยันตัวตนด้วยข้อมูลบัตรประชาชน และสามารถเลือกชำระเงินผ่านช่องทางที่เว็บไซต์รองรับ โดยการบริจาครายเดือนสามารถกำหนดจำนวนเงิน วันที่ตัดชำระ และจำนวนเดือนที่ต้องการสนับสนุนได้
อย่างไรก็ตาม ในโพสต์ประชาสัมพันธ์ครั้งนี้ พรรคยังไม่ได้ระบุเป้าหมายยอดเงินบริจาคที่ต้องการระดมทุนสำหรับการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ
สำหรับความเคลื่อนไหวทางการเมืองก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ยื่นญัตติขออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมีสมาชิกรัฐสภาฝ่ายค้านร่วมลงชื่อเสนอญัตติรวม 145 คน
ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้มีรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายรวม 18 คน ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงรัฐมนตรีคนอื่นในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย โดยฝ่ายค้านเตรียมตรวจสอบประเด็นการใช้อำนาจรัฐ การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ปัญหาทุจริตและผลประโยชน์ทับซ้อน ตลอดจนการบริหารเศรษฐกิจและการแก้ไขปัญหาของประชาชน
ต่อมาวันที่ 28 ตุลาคม 2569 การประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วม 3 ฝ่าย ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนรัฐบาล ฝ่ายค้าน และฝ่ายสภาผู้แทนราษฎร ได้ข้อสรุปกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจระหว่างวันที่ 7–11 ธันวาคม 2569 โดยแบ่งเป็นการอภิปราย 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 7–10 ธันวาคม ก่อนลงมติในวันที่ 11 ธันวาคม
ที่ประชุมกำหนดเวลาอภิปรายรวม 72 ชั่วโมง แบ่งเป็นฝ่ายค้าน 51 ชั่วโมง ฝ่ายคณะรัฐมนตรีและรัฐบาล 17 ชั่วโมง และประธานในที่ประชุมอีก 4 ชั่วโมง เพื่อเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านนำข้อมูลเข้าสู่การตรวจสอบ ขณะที่รัฐมนตรีผู้ถูกอภิปรายมีสิทธิชี้แจงข้อกล่าวหาและนำพยานหลักฐานมาหักล้าง
ด้านนายอนุทินเคยแสดงความพร้อมเข้าร่วมการอภิปราย โดยยืนยันว่ารัฐมนตรีทุกคนต้องทำหน้าที่ชี้แจงข้อสงสัยต่อสภาผู้แทนราษฎร พร้อมระบุว่ารัฐบาลมีข้อมูลและพยานหลักฐานสำหรับตอบข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน
สำหรับ การอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 เป็นกระบวนการที่เปิดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เข้าชื่อเสนอญัตติเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลหรือทั้งคณะได้
เมื่อการอภิปรายสิ้นสุดลง สภาผู้แทนราษฎรจะลงมติว่าจะไว้วางใจรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายต่อไปหรือไม่ โดยการลงมติต้องไม่เกิดขึ้นในวันเดียวกับวันที่อภิปรายเสร็จ และหากมีเสียงไม่ไว้วางใจมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ รัฐมนตรีที่ถูกลงมติไม่ไว้วางใจจะต้องพ้นจากตำแหน่ง
การประกาศเปิดรับบริจาคของพรรคประชาชนครั้งนี้จึงเกิดขึ้นระหว่างที่ฝ่ายค้านกำลังเตรียมข้อมูลและจัดสรรเวลาอภิปรายรัฐมนตรีทั้ง 18 คน ก่อนเข้าสู่การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในเดือนธันวาคม โดยพรรคใช้แนวทางระดมทุนจากประชาชนเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนงานตรวจสอบรัฐบาล
- ฝ่ายค้านยื่นซักฟอก 18 รัฐมนตรีอนุทิน ชูปมฮั้ว สว. และระบอบสีน้ำเงิน
- เคาะวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฝ่ายค้านซัดนายกฯ เตะถ่วงหนีสภา
- ส.ก.พรรคประชาชน สร้างประวัติศาสตร์ เปิดเผยผลลงมติรายบุคคล สร้างความโปร่งใส
แหล่งข่าวอ้างอิง