คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

'ปชน.-ภท.' สวนคนละที ปม 'การเมือง' แทรกแซง 'ดีเอสไอ' คดีฮั้ว สว. 09 ก.ย. 2569

ที่มา: bangkokbiznews.com

“สส.ปชน.” ขอหั่นงบ “ดีเอสไอ” โยงไร้หลักประกันทำคดีฮั้ว สว. โดยอิสระ “ศุภชัย” ลุกโต้ ดีเอสไอไร้อำนาจทำคดีฮั้ว มีการเมืองยุคก่อนแทรกแซง-บิดเบือนสำนวน

ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาฯ นัดพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาแล้วเสร็จในวาระสอง ต่อเนื่องเป็นวันที่สาม ได้เข้าสู่มาตรา 21 งบประมาณของกระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานในกำกับ ซึ่งกมธ.ปรับลดลง เหลือ 1.64 หมื่นล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการอภิปรายของ สส. พรรคประชาชน ได้เจาะจงส่วนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องคดีฮั้ว สว.

โดย น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน อภิปรายขอปรับลดงบประมาณของดีเอสไอ ส่วนโครงกาพัฒนาศักยภาพบบุคลากร 2 ล้านบาท พร้อมอภิปรายตั้งข้อสังเกตถึงความพยายามแทรกแซงคดีฮั้ว สว. จากฝ่ายการเมืองผ่านการย้ายอธิบดีดีเอสไอออกจากตำแหน่ง ทั้งที่คดีฮั้ว สว.ที่ดีเอสไอส่งไปยังอัยการ ให้สั่งฟ้องผู้ต้องหาจำนวน 8 คน ซึ่งถูกตีกลับเพราะอัยการมองว่าเป็นขบวนการใหญ่ที่มีคนเกี่ยวข้องหลักพันคน ไม่สามารถสั่งฟ้องเพียง 8 คนได้ ดังนั้นการปรับลดเพื่อพัฒนาบุคลากรจึงต้องทบทวนเพราะหากส่งคนไปอบรม เรียนเส้นเงิน แต่ขาดหลักประกันต่อการทำดีโดยอิสระ ถูกการเมืองแทรกแซง สั่งย้าย ทำให้การพัฒนาศักยภาพบุคลากรไปไม่มีประโยชน์

ขณะที่ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายสนับสนุนคำแปรญัตติของ น.ส.พนิดา พร้อมอภิปรายว่า คดีฮั้ว สว. เกิดขึ้นในรัฐบาลอื่น ที่ไม่ใช่รัฐบาล ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย โดยตั้งเป้าให้ดึงเรื่องเข้าสู่คดีพิเศษ ส่วนที่อัยการตีสำนวนกลับ เพราะไม่เห็นด้วยกับบางข้อกล่าวหา ไม่ใช่เป็นอย่างที่อ้างว่า เป็นคดีที่เป็นขบวนการอาชญากรรมระดับชาติ

“ความจริงของคดี คือ ดีเอสไอ ไม่มีอำนาจ และการส่งคดีต้องรอฟังผลคดีจาก คณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน จึงจะสรุปว่าคดีฟอกเงินหรือซ่องโจรจะดำเนินการได้หรือไม่ ทั้งนี้กระบวนการมีจำนวนมาก อย่านำเฉพาะถ้อยคำที่ชอบใจมาเปิดเผย หรืออย่ามาพูดว่าดีเอสไอจะถูกแทรกแซง หากไม่สนองนโยบายฝ่ายการเมือง ทั้งนี้คดีนี้ที่ ดีเอสไอเริ่มทำ ถูกสงสัยตั้งแต่ต้นว่าการเมืองแทรกแซงหรือไม่ หากมีการแทรกแซง ทำสำนวนบิดเบือนจนเชื่อว่าเป็นจริง ถึงจุดที่ต้องพิสูจน์โดย กกต. ฐานะผู้มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ” นายศุภชัย อภิปราย

ทางด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และ หัวหน้าพรรคประชาชาติ อดีตรมว.ยุติธรรม ใช้สิทธิ์พาดพิง ตอนหนึ่งว่า ข้อกล่าวหาว่ามีรัฐมนตรีแทรกแซงดีเอสไอ ทำคดีฮั้วสว. ถูกพิสูจน์โดยศาลรัฐธรรมนูญ ว่า รัฐมนตรีที่ถูกมองแทรกแซงทางการเมือง มีความซื่อสัตย์สุจริต ไม่ผิดมาตรฐานจริยธรรม และคดีที่เกี่ยวกับการฟอกเงิน และอั้งยี่ ดีเอสไอมีอำนาจและทำโดยชอบด้วยกฎหมาย หากจะมีฝ่ายการเมืองแทรกแซงคงเป็นยุคนี้ ที่ย้ายผู้ที่ทำคดีออกจากตำแหน่ง และผู้ที่ไปย้ายเขาควรถูกดำเนินคดี

ความคิดเห็น