คุณกำลังดูเวอร์ชันข้อความล้วน — ไม่มีรูปภาพและสคริปต์
JaiMuangกรุงเทพฯ · เปลี่ยน

ออยศรี พาผู้เสียหายเข้าพบพนักงานสอบ อุบตอบยอดเงินบริจาค แนะ "บุ๋ม" พิสูจน์ความบริสุทธิ์

ที่มา: ไทยรัฐ

"ออยศรี" พาผู้เสียหายรายใหม่เข้าพบพนักงานสอบสวน ปอศ. อุบตอบยอดเงินบริจาค เตือนสื่อหยุดขุดคุ้ย-ทำผู้เสียหายกังวล ยันยังเคารพ "บุ๋ม ปนัดดา" เหมือนเดิม แนะสิ่งแรกที่ควรทำคือ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง

วันที่ 3 พ.ย. 69 เวลา 11.50 น. นางสาวบุญยนุช แสงศรี หรือ "ออยศรี" เจ้าของเฟซบุ๊กแฟนเพจ "ออยศรีและผองเผือก" พร้อมทนายวิน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อนำพยานหลักฐานเพิ่มเติมมามอบให้พนักงานสอบสวน ปอศ. ประกอบการสอบสวนกรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินบริจาคของมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งมีนางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ "บุ๋ม ปนัดดา" เป็นประธานมูลนิธิองค์กรทำดี

โดย ออยศรี เปิดเผยว่า การเดินทางมาในวันนี้ได้นำผู้เสียหายรายใหม่อีก 1 ราย เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ข้อมูลและส่งมอบพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยผู้เสียหายรายดังกล่าวมีการโอนเงินในช่วงเดือนกรกฎาคม 2568 แต่ยังไม่ขอเปิดเผยจำนวนเงิน

ขณะนี้ได้มีผู้เสียหายบางรายเริ่มมีความหวาดกลัว และกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย หลังพบว่ามีสื่อมวลชนบางส่วนพยายามสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ทำงานของตน ทั้งที่สถานที่ดังกล่าวเป็นเพียงสถานที่เช่าเท่านั้น จึงขอความร่วมมือสื่อมวลชนให้ระมัดระวังการนำเสนอข้อมูลที่อาจกระทบต่อความเป็นส่วนตัว และสร้างความกังวลให้กับผู้เสียหาย

ส่วนกรณีที่คุณบุ๋ม ปนัดดา ออกมาให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับ ก๊อต อธิป สามีในวันนี้ ออยศรี ระบุว่า ได้ติดตามคำให้สัมภาษณ์แล้ว และมองว่าคำชี้แจงดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า คุณบุ๋มรับทราบแล้ว ว่ามีเงินของมูลนิธิองค์กรทำดีถูกนำออกไป ซึ่งก่อนหน้านี้คุณบุ๋ม เคยยืนยันมาโดยตลอดว่า เงินบริจาคทุกบาท ทุกสตางค์ยังอยู่ครบ และเป็นเงินที่มีไว้เพื่อช่วยเหลือประชาชน

ดังนั้น การออกมายอมรับว่ามีเงินออกจากมูลนิธิในครั้งนี้ ถือเป็นประเด็นสำคัญ ส่วนการกระทำที่เกิดขึ้น จะเข้าข่ายความผิดทางอาญาและแพ่งหรือไม่นั้น ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐาน

เมื่อสอบถามว่า การที่คุณบุ๋มเดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับคุณก๊อต สามี ในวันนี้ เป็นการตัดตอนความรับผิดหรือไม่ ออยศรีระบุว่า เชื่อว่าประเด็นดังกล่าวมีความคิดเห็นที่หลากหลาย เนื่องจากก่อนหน้านี้คุณบุ๋มเงียบไปหลายวัน อีกทั้งยังมีกระแสข่าวว่าได้เดินทางไปพบกับสามีแล้ว รวมถึงมีการให้สัมภาษณ์ผ่านรายการโทรทัศน์เมื่อวานนี้ ก่อนจะเดินทางเข้าแจ้งความในวันนี้ ซึ่งเชื่อว่าไม่เพียงแต่สื่อมวลชนเท่านั้น แต่ประชาชนทั่วไปก็อาจมีข้อสงสัยเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าสิ่งที่คุณบุ๋มควรดำเนินการเป็นอันดับแรก และถือเป็นแนวทางที่ดีที่สุด คือการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อต่อสู้และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง ส่วนท้ายที่สุดจะเป็นผู้บริสุทธิ์จริงหรือไม่นั้น ต้องรอผลการตรวจสอบ และข้อยุติจากกระบวนการยุติธรรม ไม่สามารถตัดสินได้จากคำชี้แจงของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

สำหรับกรณีที่ ก๊อต สามีของคุณบุ๋ม ออกมาระบุว่าเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นเพียงคนเดียว และยืนยันว่าคุณบุ๋ม ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ออยศรี ยอมรับว่า ส่วนตัวมองว่าเป็นไปได้ยากที่บุคคลเพียงคนเดียวจะรับผิดชอบทั้งหมด แต่จะมีการพูดคุย หรือตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่ ตนไม่สามารถตอบแทนได้ เนื่องจากไม่ได้รับรู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การบริหารจัดการองค์กรในระดับมูลนิธิ โดยเฉพาะการเบิกจ่ายเงินเพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างต่าง ๆ ควรมีขั้นตอนและระบบตรวจสอบที่ชัดเจน ทั้งสัญญาว่าจ้าง เอกสารการเบิกจ่าย และใบเสร็จรับเงินในแต่ละครั้ง จึงเป็นเรื่องที่น่าสงสัยว่า ทำไมเอกสารสำคัญเหล่านี้จึงไม่มี ส่วนตัวก็ยังคงมีความเคลือบแคลงสงสัย

เมื่อถามว่า ในวันนี้ตั้งใจเดินทางมาเพื่อพบกับคุณบุ๋ม หรือไม่ ออยศรี ตอบยืนยันว่า ไม่ได้ตั้งใจมาพบ แต่เป็นการเดินทางมาเพื่อพาผู้เสียหายรายใหม่ และนำพยานหลักฐานเพิ่มเติมส่งมอบให้พนักงานสอบสวนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากมีโอกาสพบกัน ก็สามารถยกมือไหว้ทักทายได้ตามปกติ เพราะตราบใดที่เรื่องดังกล่าวยังอยู่ระหว่างกระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริง ตนก็ยังให้ความเคารพ และเรียกคุณบุ๋ม ปนัดดาว่า "พี่" เช่นเดิม.

พัฒนาการของเหตุการณ์: 9 รายงาน

ความคิดเห็น