หนุ่มไทย งง โดนคนจีนมองแรง เหตุใส่หมวกเขียว คนพื้นที่แนะให้ถอด บอกความหมายไม่ดี
หนุ่มไทย สุดงง โดนคนจีนมองแรงทั้งเมือง เหตุใส่หมวกสีเขียวเดินเที่ยว คนพื้นที่แนะให้ถอด บอกความหมายมันไม่ดี
ทำเอานักท่องเที่ยวไทยงงไปตาม ๆ กัน เมื่อมีหนุ่มรายหนึ่งเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศจีน แต่กลับถูกคนจีนในพื้นที่ใช้สายตามองแบบแปลก ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาก็แต่งตัวปกติทั่วไป โดยชายรายนี้โพสต์ข้อความเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นลงในกลุ่ม รีวิวเที่ยวจีน รีวิวร้านอาหารจีน ด้วยตัวเอง🇨🇳 ระบุว่า
“แวะมาเตือน อย่าใส่หมวกสีเขียวไปเที่ยวจีนจากประสบการณ์ตรงครับ คือเรื่องมันมีอยู่ว่า ทริปล่าสุดผมก็ไปเที่ยวจีนปกติ แต่ใส่หมวกสีเขียวไป ปรากฏว่าโดนคนจีนมองแปลก ๆ จนมีคนพยายามใช้กูเกิลแปลภาษาบอกผมว่า อย่าใส่หมวกสีนี้มันไม่ดี เหมือนโดนมองว่าโง่ ประมาณว่าโดนสวมเขา เหมือนเมียมีชู้ ผมตกใจมาก นึกว่าเขาแกล้ง จนไปหาข้อมูลเจอว่ามันเป็นเรื่องจริง อายมากกก ตอนนี้ไม่กล้าหยิบหมวกเขียวมาใส่เลย เพื่อน ๆ ในกลุ่มคิดว่ามันจริงแค่ไหนในยุคนี้ ใครมีประสบการณ์มาแชร์หน่อยครับ”
หลังจากโพสต์ลงกลุ่มได้ไม่นานก็มีชาวเน็ตซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย โดยข้อมูลที่ได้รับจากคอมเมนต์ ซึ่งเป็นคนไทยในประเทศจีนยืนยันว่า การห้ามไม่ให้ผู้ชายใส่หมวกสีเขียว หรือห้ามซื้อหมวกสีเขียวให้ผู้ชายที่ประเทศจีนนั้นเป็นความเชื่อที่มีข้อเท็จจริง เพราะหมวกเขียวที่จีนมีความหมายว่า ผู้ชายโดนสวมเขา หรือ เมียมีชู้ หรือเป็นครอบครัวของหญิงขายบริการ มาจากเรื่องเล่าและสัญลักษณ์ในตำนานที่ปลูกฝังกันมาตั้งแต่อดีตกาล แต่ในปัจจุบันก็มีทั้งกลุ่มคนที่ยังเชื่ออยู่ และบางกลุ่มก็มองว่าเป็นแฟชั่นตามกาลเวลา
และจากเรื่องราวข้างต้นพบว่าไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้ช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา ก็เคยมีหนุ่มไทยใส่หมวกสีเขียวไปเที่ยวกรุงปักกิ่ง และถูกมองแปลก ๆ เหมือนกัน โดยคนในพื้นที่แนะนำให้ถอดออก เพราะมีความหมายไม่ดีกับผู้ชายในประเทศจีน
ประวัติความเป็นมา ‘หมวกสีเขียว’ สิ่งของต้องห้ามในประเทศจีน
จากการที่ทีมงานสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับความเชื่อเรื่อง หมวกสีเขียว ในประเทศจีน พบว่ามีผู้เขียนบล็อกใช้ชื่อว่า “หมวยสอนจีน” บอกเล่าเรื่องราวในอดีตกาลจนกลายมาเป็นความเชื่อให้ประชาชนในประเทศจีนจนถึงปัจจุบัน ว่า
“ผู้ชายสวมหมวกสีเขียว จะมีความหมายโดยนัยคือ ผู้ชายคนนี้ถูกแฟนหรือภรรยาตัวเองนอกใจไปมีชู้กับผู้ชายคนอื่น เรื่องราวเกิดขึ้น ในสมัยราชวงศ์ถัง-ซ่ง ถือว่าเป็นยุคทองของด้านวรรณกรรมจีน มีความโดดเด่นมากในเรื่องการอ่านบทกลอนหรือแต่งบทกวี ซึ่งมีกวีที่มีชื่อเสียงปรากฏออกมามากมายในยุคสมัยนั้น
ในสมัยนั้นบัณฑิตแต่ละคนต่างก็มีความเป็นสุภาพชน เคารพซึ่งกันและกัน ทุกคนคอยช่วยกันอ่านบทกลอน แต่งบทกวี เหมือนใช้กลอนเป็นการทำความรู้จักกับเพื่อนบัณฑิตด้วยกัน ซึ่งทำให้บัณฑิตในสำนักเดียวกันนั้นเป็นยิ่งมากกว่าเพื่อนรู้ใจ
ในเวลานั้นมีบัณฑิตท่านหนึ่งชื่อ หลี่หยวนหมิง เขาเป็นอีกหนึ่งคนที่ชื่นชอบในบทกวี บทกลอน และมักจะชอบเชิญชวนเพื่อนบัณฑิตมาที่บ้านอยู่บ่อย ๆ เพื่อมาแข่งกันแต่งกลอนจนถึงโต้รุ่งด้วยกันอย่างสนุกสนาน แถมบางครั้งเขาก็ชอบแวะไปบ้านเพื่อนเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับบทกลอนที่แต่งแข่งกันอีกด้วย
หลี่หยวนหมิงนั้นมีภรรยาที่รูปร่างหน้าตาสะสวยราวกับนางฟ้าเทพธิดามาโปรด แต่ทั้งสองไม่ค่อยจะลงรอยกันเท่าไร ดังนั้นจึงมักทำให้นางต้องอยู่บ้านคนเดียวอยู่บ่อยครั้ง
เมื่อเวลาผ่านไป หญิงสาวผู้นี้รู้สึกทุกข์ใจมากที่ต้องอยู่อย่างเหงา ๆ และประจวบเหมาะกับข้างบ้านของเธอมีชายหนุ่มพ่อม่ายที่ภรรยาของเขาได้เสียชีวิตไปแล้วอาศัยอยู่ ชายคนนี้ปกติแล้วก็มักจะคอยแอบมองภรรยาของหลี่หยวนหมิงอยู่บ่อยครั้ง บางทีก็ปีนกำแพงเพื่อแอบดูเธอ ในใจเขาคิดกับเธอมากกว่าเพื่อนข้างบ้าน แต่ใจไม่กล้าพอที่จะบอกเธอไป
มีอยู่วันหนึ่ง หลี่หยวนหมิงนั้นไม่อยู่บ้านอีกตามเคย และทิ้งให้ภรรยาเขาเหงาเดียวดายอยู่บ้าน เมื่อไม่มีอะไรทำ เธอจึงมองออกไปข้างนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย ในขณะเดียวกัน หนุ่มพ่อม่ายก็กำลังนั่งใจลอยอยู่หน้าประตูเช่นกัน เธอรู้สึกเหงามากจึงเรียกชายหนุ่มผู้นั้นมาคุยเป็นเพื่อน ชายคนนั้นรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก และในวันต่อๆมา เมื่อไรที่เธอรู้สึกเหงา เธอก็จะไปนั่งคุยกับหนุ่มพ่อม่ายแก้เหงา
เมื่อเวลาผ่านไป นานวันเข้า ก็ก่อเกิดเป็นความรักในที่สุด ซึ่งโดยปกติ หลี่หยวนหมิงเดิมก็ไม่ค่อยที่จะอยู่บ้านอยู่แล้วและไม่ค่อยได้สนใจภรรยาเขานัก ด้วยเหตุนี้ เขาเลยไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับภรรยาของเขากับหนุ่มพ่อม่ายคนนั้นเลยสักนิด
เนื่องจากว่ากลัวจะถูกจับได้ พวกเขาสองคนจึงคิดอยู่นานว่าจะทำอย่างไรดี จะมีวิธีไหนมั้ยที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้หลี่หยวนหมิงอยู่บ้าน แล้วทำเป็นออกมาเจอกันโดยบังเอิญ แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก
มีอยู่วันหนึ่ง ภรรยาหลี่หยวนหมิงกำลังจะออกไปเดินตลาด วันนั้นเป็นวันที่แดดค่อนข้างจ้า เธอจึงหยิบหมวกสีเขียวของสามีมาสวมใส่ เพราะในช่วงเวลานั้น บัณฑิตส่วนใหญ่มักจะใส่หมวกสีเขียว เนื่องจากสีเขียวหมายถึงความมีชีวิตชีวา ความสดใสช่วงวัยรุ่น
หญิงสาวจึงฉุกคิดวิธีขึ้นมาได้ เมื่อวันไหนที่หลี่หยวนหมิงไม่อยู่บ้าน เธอก็จะสวมหมวกสีเขียวของเขาออกไปเดินเล่นกับหนุ่มพ่อม่ายนอกบ้าน หลังจากนั้น พวกเขาก็ทำแบบนี้ลับหลังหลี่หยวนหมิงมาเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องกังวลว่าเขาจะจับได้
แต่ความลับย่อมไม่มีในโลก ในที่สุดก็มีวันหนึ่งที่หลี่หยวนหมิงออกจากบ้านไปเหมือนปกติ แต่ออกไปได้ไม่นาน เขากลับดันลืมบทกวีสำคัญไว้ที่บ้านจึงรีบกลับมาเอา นั่นทำให้เขาจับได้คาหนังคาดขาว่าภรรยาของเขานั่นกำลังคบชู้กับหนุ่มพ่อม่ายข้างบ้าน นั่นทำให้เขารู้สึกโกรธและอับอายมาก จนต้องเลิกแล้วต่อภรรยาของตนเอง
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เรื่องเราของภรรยาเขาและหนุ่มพ่อม่ายก็ได้เล่าสืบ ๆ ต่อกันมาเรื่อย ๆ จนภายหลังทุกคนจึงเรียกผู้ชายที่ถูกภรรยาคบชู้ลับหลังตนเองว่า ถูกสวม ‘หมวกสีเขียว’ หรือความหมายคือ ถูกสวมเขา นั่นเอง มันเลยถือว่าเป็นคำแสลงของจีนไปโดยปริยาย
หลังจากนั้นเป็นต้นมา พวกบัณฑิตก็ไม่มีใครสวม ‘หมวกสีเขียว’ อีกเลย จนถึงปัจจุบัน ‘หมวกสีเขียว’ ก็เป็นของที่ต้องห้ามให้กันเป็นของขวัญสำหรับชาวจีนอีกด้วย โดยเฉพาะของขวัญที่จะให้ผู้ชาย”
- HYROX ประเทศจีน ประกาศคืนเงิน ผู้เข้าแข่งขัน หลังนักกีฬาอึราดระหว่างแข่งขัน
- สั่งเลื่อนเปิดให้บริการ “บันจี้จัมพ์ไร้เชือก” จากสะพานสูงสุดในประเทศจีน
- รถบินได้ ชนกันกลางอากาศในประเทศจีน ซ้อมก่อนงานแสดง
อ้างอิงจาก : FB รีวิวเที่ยวจีน รีวิวร้านอาหารจีน ด้วยตัวเอง🇨🇳, เที่ยวเองปักกิ่ง Beijing, หมวยสอนจีน